วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 18:00 น.

เศรษฐกิจ

พาณิชย์เผยผลจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ  2 ครั้ง (1 และ 8 พฤษภาคม 2569) ประชาชนจับจ่ายซื้อสินค้าทะลุ 60 ล้านบาท 

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.12 น.

กระทรวงพาณิชย์ เผยผลจำหน่ายสินค้า “ไทยช่วยไทย” ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ 2 ครั้ง วันที่ 1 และ 8 พฤษภาคม 2569 ประชาชนจับจ่ายซื้อสินค้ากว่า 60.85 ล้านบาท และมีประชาชนเข้าร่วมซื้อสินค้ากว่า 5 แสนคน สะท้อนผลสำเร็จภาครัฐกระจายสินค้าคุณภาพดีราคาประหยัดแก่ประชาชนทุกพื้นที่ทั่วประเทศ 

เมื่อวันที่10 พฤษภาคม 2569 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า หลังจาก นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้ร่วมกัน Kick Off จำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ ตลอดเดือนพฤษภาคม 2569 เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ณ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เพื่อช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ต่างจังหวัดสามารถเข้าถึงสินค้าราคาประหยัดได้สะดวกยิ่งขึ้น ช่วยลดค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นในปัจจุบัน และนับเป็นครั้งแรกที่มีการใช้ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศเป็นจุดกระจายสินค้าแก่ประชาชนทั่วประเทศ
 
อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า ผลการจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย ณ ที่ว่าการอำเภอ 878 แห่งทั่วประเทศ 2 วัน (วันศุกร์ที่ 1 และ วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569) พบว่า มีประชาชนจับจ่ายซื้อสินค้ารวม 60,854,290.45 บาท แบ่งเป็น 1) วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2569 ประชาชนจับจ่ายซื้อสินค้า 33,738,292.45 ล้านบาท 2) วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569 ประชาชนจับจ่ายซื้อสินค้า 27,115,998 บาท


 
ครั้งที่ 1 (วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2569) มีประชาชนเข้าร่วมซื้อสินค้าจำนวน 283,894 คน และมีร้านค้าที่เข้าร่วมทั้งหมด 12,491 ร้าน แบ่งเป็น *ห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ 1,245 ร้าน *ร้านค้า OTOP 5,749 ร้าน *ร้านค้าชุมชน 5,497 ร้าน จังหวัดที่มีการซื้อสินค้าไทยช่วยไทยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.จังหวัดสุรินทร์ 1,192,891 บาท 2.จังหวัดนครราชสีมา 1,167,683 บาท 3.จังหวัดเชียงใหม่ 1,057,660 บาท 4.จังหวัดขอนแก่น 1,056,944 บาท 5.จังหวัดยะลา 836,991 บาท และอำเภอที่มีการซื้อสินค้าไทยช่วยไทยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.อำเภอกาบัง จ.ยะลา 468,956 บาท 2.อำเภอบางใหญ่ จ.นนทบุรี 277,000 บาท 3.อำเภอเมืองราชบุรี จ.ราชบุรี 269,870 บาท 4.อำเภอจอมพระ จ.สุรินทร์ 228,207 บาท 5.อำเภอสมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ 210,934 บาท
 
สินค้าที่มียอดจำหน่ายสูงสุด *ห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ได้แก่ 1) น้ำมันสำหรับประกอบอาหาร 2) ไข่ไก่/ไข่เป็ด 3) ผลิตภัณฑ์ซักผ้า 4) ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม 5) ข้าวทุกประเภท *สินค้า OTOP 1) ประเภทอาหาร 2) ประเภทผ้า/เครื่องแต่งกาย 3) ประเภทของใช้ 4) ประเภทเครื่องดื่ม 5) ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร *สินค้าอื่นๆ 1) อาหารสด 2) อาหารแปรรูป 3) ขนม/เบเกอรี่ 4) เครื่องดื่ม 5) ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร
 
ครั้งที่ 2 (วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569) มีประชาชนเข้าร่วมซื้อสินค้าจำนวน 217,619 คน และมีร้านค้าที่เข้าร่วมทั้งหมด 9,721 ร้าน แบ่งเป็น *ห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ 1,210 ร้าน *ร้านค้า OTOP 4,506 ร้าน *ร้านค้าชุมชน 4,005 ร้าน จังหวัดที่มีการซื้อสินค้าไทยช่วยไทยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.จังหวัดสุรินทร์ 1,047,798 บาท 2.จังหวัดนครราชสีมา 937,358 บาท 3.จังหวัดเชียงใหม่ 880,018 บาท 4.จังหวัดชลบุรี 833,726 บาท 5.จังหวัดราชบุรี 741,810 บาท และอำเภอที่มีการซื้อสินค้าไทยช่วยไทยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.อำเภอเมืองสระบุรี จ.สระบุรี 348,227 บาท 2.อำเภอเมืองราชบุรี จ.ราชบุรี 280,019 บาท 3.อำเภอเมืองยะลา จ.ยะลา 266,846 บาท 4.อำเภอเมืองชัยภูมิ จ.ชัยภูมิ 257,144 บาท 5.อำเภอเมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 255,700 บาท
 
สินค้าที่มียอดจำหน่ายสูงสุด *ห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ได้แก่ 1) น้ำมันสำหรับประกอบอาหาร 2) ไข่ไก่/ไข่เป็ด 3) ผลิตภัณฑ์ซักผ้า 4) ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม 5) น้ำตาล *สินค้า OTOP 1) ประเภทอาหาร 2) ประเภทผ้า/เครื่องแต่งกาย 3) ประเภทของใช้ 4) ประเภทเครื่องดื่ม 5) ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร *สินค้าอื่นๆ 1) อาหารสด  2) วัตถุดิบประกอบอาหาร 3) อาหารแปรรูป 4) ขนม/เบเกอรี่ 5) เครื่องดื่ม
 
ทั้งนี้ ประชาชนทุกภูมิภาคสามารถจับจ่ายซื้อสินค้าไทยช่วยไทย ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ ได้ทุกวันศุกร์ตลอดเดือนพฤษภาคม 2569 โดยเหลืออีก 3 ครั้ง ได้แก่ วันศุกร์ที่ 15, 22 และ 29 พฤษภาคม 2569 ระหว่างเวลา 08.30 – 16.30 น. จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมซื้อสินค้าไทยช่วยไทย ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ 878 แห่ง ในราคาลดแล้วลดอีกสูงสุดถึง 58% ซึ่งเป็นสินค้าราคาต่ำกว่าท้องตลาด โดยคัดเลือกสินค้าอุปโภค-บริโภคจากห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ (ModernTrade) กว่า 3,000 รายการ และสินค้าราคาโปรโมชั่นจากห้างค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่น รวมถึง สินค้า OTOP และ สินค้าชุมชนจากผู้ประกอบการชุมชน อาทิ อาหาร สินค้าเกษตรแปรรูป เสื้อผ้า และสินค้าปรุงสำเร็จ เข้าร่วมจำหน่าย 
 
ขณะเดียวกันยังสามารถซื้อสินค้าไทยช่วยไทยได้ที่ห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ (ModernTrade) อาทิ TOPs, BigC, Lotus’s, Makro, CJ, Go Wholesale และ ห้างค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่น ใกล้บ้านท่านได้อีกด้วย เพื่อสร้างความเสมอภาคและกระจายความเท่าเทียมในการเข้าถึงโอกาสเลือกซื้อสินค้าราคาถูก คุณภาพดี สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความสมดุลระหว่าง ‘ผู้ขายอยู่ได้ ผู้ซื้ออยู่รอด’ โดยภาครัฐจะเข้าไปช่วยสนับสนุนผ่านมาตรการต่างๆ ทั้งการเชื่อมโยงช่องทางการจำหน่าย และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายให้เข้าถึงทุกพื้นที่ในประเทศ ผ่านการกระจายสินค้าไปยังภูมิภาค ชุมชน และร้านค้าท้องถิ่น ทำให้ประชาชนในทุกพื้นที่ได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึง
 
ปัจจุบัน “ไทยช่วยไทย” กลายเป็นโมเดลสำคัญในการบูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และท้องถิ่น ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยลดค่าใช้จ่าย ลดค่าครองชีพให้กับประชาชน แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ผลิตสินค้า SME ไทย ให้เติบโตไปพร้อมกับความร่วมมือในครั้งนี้ด้วย และต้องขอบคุณกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และนายอำเภอทุกแห่งที่ร่วมแรงร่วมใจจัดกิจกรรมดีๆ เพื่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย
 
#SuperDBD #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์