วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.32 น.
“พิพัฒน์” มอบทช.ดำเนินโครงการตามแผน สอดคล้องนโยบาย Quick-win
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายผู้บริหารกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ว่าในการดำเนินภารกิจของกรมทางหลวงชนบทได้สั่งให้ดำเนินการลดต้นทุนการขนส่ง ลดภาระค่าครองชีพ ควบคู่กับการสร้างความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชนในทุกมิติ การกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคอุตสาหกรรมเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยให้เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2569 การจัดทำ/ปรับปรุงแผนการขอรับจัดสรรงบประมาณปี 2570 การบูรณาการ กับทุกภาคส่วน การพัฒนาระบบดิจิทัล และการผลักดันโครงการระยะเร่งด่วน (Quick-win) โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ Quick-win 1 เร่งรัดโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างในปัจจุบันให้สามารถเปิดให้บริการแก่ประชาชนโดยเร็ว Quick-win 2 เร่งรัดการประกวดราคาสำหรับโครงการที่ได้รับอนุมัติหรือมีความพร้อม เพื่อให้เริ่มก่อสร้างได้ทันที เช่น โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา - อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง และโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ และ Quick-win 3 เร่งรัดการเสนอเรื่อง ต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาอนุมัติโครงการต่าง ๆ ให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ นอกจากนี้ยังมีในส่วนของการ ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด/พลังงานทดแทน การวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐาน/การบริการด้านคมนาคม สำหรับอนาคต ตลอดจนการเร่งขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่ที่ได้รับการบรรจุไว้ในแผนแม่บทให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยเฉพาะโครงการถนนเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ (Thailand Riviera)/ถนนเลียบชายฝั่งทะเลอันดามัน สะพานข้าม ทะเลสาบสงขลา จังหวัดสงขลา, พัทลุง และสะพานข้ามเกาะลันตา จังหวัดกระบี่

“ได้กำชับให้หน่วยงานเร่งรัดกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ทั้งโครงการที่ดำเนินการไปแล้วและโครงการใหม่ รวมถึงการจัดเตรียมเอกสารงบประมาณปี 2569 ให้มีความสมบูรณ์เพื่อเสนอต่อที่ประชุม ครม. ตามแผนงาน เน้นย้ำการก่อสร้างถนนเลียบชายฝั่งทะเล หรือ "ไทยแลนด์ริเวียร่า" (Thailand Riviera) เพื่อสนับสนุนนโยบายการท่องเที่ยวของรัฐบาล ซึ่งปัจจุบันดำเนินการมาถึงจังหวัดชุมพรและกำลังเข้าสู่สุราษฎร์ธานี โดยมีเป้าหมายขยายเส้นทางเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวที่เข้าถึงยาก ทั้งในฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน ตั้งแต่ระนอง พังงา กระบี่ ภูเก็ต ตรัง ไปจนถึงสตูล เพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจที่ลงทุนน้อยแต่ได้ผลเร็วที่สุดนอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้เตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักรและอุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือประชาชนหากเกิดอุทกภัย โดยถอดบทเรียนจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อปลายปี 2568 ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้เข้าไปมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ ทั้งการมอบถุงยังชีพกว่า 70,000 ชุด การสนับสนุนรถยกสูงและเรือ รวมถึงการฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลดด้วยการระดมรถตักและรถขนขยะเพื่อทำความสะอาดถนนให้กลับสู่สภาพปกติโดยเร็ว
สำหรับรายละเอียดงบประมาณเชิงลึก ได้มอบหมายให้กรมทางหลวงชนบทเป็นผู้ดูแลให้เป็นไปตามนโยบายของสำนักงบประมาณ เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อประชาชน”นายพิพัฒน์ กล่าว
นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) กล่าวว่า ทช. ได้ดำเนินโครงการให้สอดคล้องกับนโยบายของ กระทรวงคมนาคมอย่างเข้มข้น โดยในปี 2569 นี้ ทช. ได้เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการถนนเลียบชายฝั่งทะเล ภาคใต้ (Thailand Riviera) ที่กระทรวงคมนาคมมีนโยบายผลักดันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดย ระยะที่ 1 (สมุทรสงคราม-ประจวบคีรีขันธ์-ระนอง-ชุมพร) ในส่วนของ ทช. ระยะทางรวม 514.616 กิโลเมตร ได้ดำเนินการ ก่อสร้างแล้วเสร็จ ระยะที่ 2 (ชุมพร-สุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช-สงขลา) ขณะนี้อยู่ระหว่างขอสนับสนุน งบประมาณปี 2570 เพื่อจ้างที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเชิงหลักการของเส้นทางท่องเที่ยว ในส่วน ของ ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) สมุทรปราการ-สมุทรสาคร-สมุทรสงคราม ระยะทางรวม 83 กิโลเมตร นั้น ได้ทำการสำรวจ ออกแบบ/จัดทำรายงาน EIA แล้วเสร็จ ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการก่อสร้าง (สำรวจอสังหาริมทรัพย์ ปี 2570) และ ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 2) เพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ (ตะนาวศรีคีรีพัฒน์) ระยะทางรวม 350 กิโลเมตร ได้ทำการสำรวจ ออกแบบ และผ่านการพิจารณาเล่มรายงาน EIA แล้ว โดยขณะนี้ ทช. ได้เริ่มเข้าพื้นที่ดำเนินการก่อสร้างแล้ว จำนวน 2 โครงการ รวมระยะทางราว 81 กิโลเมตร สำหรับ ระยะที่ 4 (สงขลา-ปัตตานี-นราธิวาส) ในส่วนของ ทช. ระยะทาง รวม 155.680 กิโลเมตร ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2569 และระยะที่ 5 เลียบชายฝั่งทะเลอันดามัน (ระนอง-พังงา-ภูเก็ต-กระบี่-ตรัง-สตูล) ในส่วนของ ทช. ระยะทางรวม 600.268 กิโลเมตร ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาโดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)
ทั้งนี้ ทช. ยังมีโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา - อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง และโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ซึ่งปัจจุบัน ทช. ได้ดำเนินการประกาศผู้ชนะทั้งสองโครงการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดย ทช. จะสามารถลงนามสัญญาก่อสร้างกับผู้รับ จ้างได้ต่อเมื่อ กระทรวงการคลังได้ลงนามในสัญญาเงินกู้กับธนาคารโลก ซึ่งขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการ เสนอเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรีต่อไป นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินงานก่อสร้างถนนเพื่อยกระดับมาตรฐานชั้นทาง, ถนนเพื่อ สนับสนุนเส้นทางรถไฟทางคู่, ถนนสนับสนุนการท่องเที่ยว จำนวน 333 โครงการ ระยะทางรวม 813 กิโลเมตร ถนนเพื่อการแก้ไขปัญหาจราจรในปริมณฑลและภูมิภาค และถนนเพื่อเชื่อมต่อระบบขนส่ง ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้าง ขนาดใหญ่ มีการก่อสร้างถนนและสะพาน จำนวน 15 โครงการ รวมถึง การก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก ทั่วประเทศ จำนวน 46 โครงการ ความยาวรวม 4,095 เมตร อีกทั้งยังมีงานบำรุงรักษาทาง จำนวน 1,168 แห่ง และงานอำนวยความปลอดภัย จำนวน 1,653 แห่ง
โดยเฉพาะโครงการถนนเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ (Thailand Riviera)/ถนนเลียบชายฝั่งทะเลอันดามัน สะพานข้าม ทะเลสาบสงขลา จังหวัดสงขลา, พัทลุง และสะพานข้ามเกาะลันตา จังหวัดกระบี่