วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 17:24 น.

เศรษฐกิจ

“พิพัฒนา”สั่งตรวจข้อเท็จจริง กรณีภาคเอกชนเปิดเผยรายชื่อหน่วยงานรับผลประโยชน์ 

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.20 น.

“พิพัฒนา”สั่งตรวจข้อเท็จจริง กรณีภาคเอกชนเปิดเผยรายชื่อหน่วยงานรับผลประโยชน์ 

 

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีคณะกกรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน  โดยคณะทำงาน Zero Corruption กกร.และเพื่อนไม่ทน ออกมาเปิดเผยลการสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใส่ ในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมอยู่ในรายชื่อหน่วยงานที่ที่มีอัตราการเสนอสิ่งตอบแทนสูงสุด และหน่วยงานที่มีมูลค่าสินบนเฉลี่ยต่อครั้งสูงสุด ว่า ได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงคมนาคม เร่งหาข้อเท็จจริง หลังมีกระแสข่าวเปิดชื่อหน่วยงานเรียกรับผลประโยชน์ หากพบมูลความจริงพร้อมตั้งกรรมการสอบสวนทันที พร้อมเตรียมเชิญผู้บริหารหน่วยงานที่มีรายชื่อปรากฏในข่าวเข้ามาหารือเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กร 

 

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า  ที่ผ่านมาได้เน้นย้ำเรื่องความโปร่งใสและการยึดหลักธรรมาภิบาลมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารงานในทุกระดั

 

ขณะเดียวกัน นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาโครงการท่าเรือแหลมฉบัง ว่า ที่ผ่านมาได้มีการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ด้านกฎหมาย แบบThird Party เช่น สำนักงานอัยการสูงสุดไปบางแล้ว โดยสัปดาห์หน้าจะหารือกับฝ่ายกฎหมายของกระทรวงคมนาคม และการท่าเรือแห่งประเทศไทย เพื่อให้ได้ข้อสรุปร่วมกันว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร และต้องไปในทิศทางเดียวกันก่อนที่จะนำข้อสรุปดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุมในระดับนโยบายต่อไป คาดหวังว่าการหารือในสัปดาห์หน้าจะช่วยให้ได้คำตอบที่ชัดเจน เพื่อเร่งผลักดันโครงการให้ดำเนินต่อไปได้อย่างโปร่งใสและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ

 

 นอกจากนี้ นายสรรเพชญ ยังตอบข้อซักถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าวการรับสินบนของเจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมเจ้าท่า ว่าได้รับรายงานในเบื้องต้นแล้ว และได้กำชับให้กรมเจ้าท่าเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเน้นย้ำให้นโยบายการทำงานต้องโปร่งใสและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

 

ด้านนายกริชเพชร  ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า  (จท.) กล่าวว่า ล่าสุดกรมเจ้าท่าได้ปรับปรุงระบบการให้บริการ 80-90 % ให้เป็นรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งการยื่นคำร้องและการชำระเงิน (e-Payment) มานานกว่า 2-3 ปี เพื่อลดขั้นตอนการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ พร้อมเตรียมนำเทคโนโลยีมาใช้รับข้อร้องเรียนจากภาคประชาชนโดยตรง เพื่อให้สามารถตรวจสอบและแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม หากพบการ กระทำผิดเรื่องทุจริตโทษสูงสุดคือไล่ออก หากพบหลักฐานก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอน