เศรษฐกิจ
R&I คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ A-
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
R&I คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ A-
นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เปิดเผยว่า ในวันนี้ (วันที่ 15 พฤษภาคม 2569) บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Rating and Investment Information, Inc. (R&I) ได้คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Sovereign Credit Rating) ที่ A- และคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) ที่ระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) ซึ่ง R&I ได้ชี้แจงเหตุผลและปัจจัยที่สำคัญ ดังนี้
1. อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แท้จริง (Real GDP Growth) ขยายตัวที่ร้อยละ 2.4 ในปี 2568 โดยภาคการส่งออกและดุลการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกาปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่ผ่านมา ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นจากนโยบายการจัดเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) อย่างไรก็ดี ในปี 2569 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการบริโภคและแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
2. ระดับหนี้สาธารณะต่อ GDP (Public Debt to GDP) อยู่ที่ร้อยละ 64.7 ณ สิ้นเดือนกันยายน 2568 โดย R&I เชื่อว่า รัฐบาลจะสามารถบริหารจัดการหนี้สาธารณะให้อยู่ภายใต้กรอบวินัยการคลังตามที่กฎหมายกำหนด อีกทั้งดำเนินการตามแผนการคลังระยะปานกลาง (Medium–Term Fiscal Framework : MTFF) เพื่อทยอยลดการขาดดุลทางการคลังให้ต่ำกว่าร้อยละ 3 ของ GDP ภายในปีงบประมาณ 2572 นอกจากนี้ หนี้สาธารณะส่วนใหญ่เป็นการออกพันธบัตรรัฐบาลในประเทศ ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านการจัดหาแหล่งเงินทุนของภาครัฐยังอยู่ในระดับจำกัด อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์ราคาพลังงานโลกยืดเยื้อ รัฐบาลอาจจำเป็นต้องดำเนินมาตรการปรับโครงสร้างทางการคลังเพิ่มเติม อาทิ การทบทวนรายจ่ายภาครัฐ การปรับกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ การปรับภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อรักษาความยั่งยืนทางการคลัง
3. R&I มองว่า แม้ว่าพื้นที่ทางการคลังของภาครัฐมีอยู่อย่างจำกัด แต่รัฐบาลปัจจุบันยังคงเดินหน้าผลักดันนโยบาย “Thailand 10 Plus” เพื่อส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicles: EV) ควบคู่กับมาตรการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับไม่น้อยกว่าร้อยละ 3 ในระยะต่อไป
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » เศรษฐกิจ
ข่าวในหมวดเศรษฐกิจ ![]()
กรมพัฒนาธุรกิจฯ วางรากฐานธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ไทยยุคใหม่ เร่งปรับตัวรับวิกฤตซ้อนวิกฤต พร้อมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันบนความไม่แน่นอน 10:30 น.- บินไทยมอบให้สิทธิประโยชน์ให้สมาชิก Royal Orchid Plus บริการ “Cash + Miles” ใช้ไมล์แลกส่วนลดบัตรโดยสารได้ทันที 18:46 น.
- รฟม. ร่วม อ.บางบัวทอง ชวนเที่ยวงาน “ครบรอบ 124 ปี งานกาชาดอ.บางบัวทอง ประจำปี 2569” 18:44 น.







