วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 17:28 น.

เศรษฐกิจ

“สิริพงศ์” เร่งพัฒนา “รถไฟฟ้าสายสีแดง” ปลุกรายได้เชิงพาณิชย์

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.51 น.

“สิริพงศ์” เร่งพัฒนา “รถไฟฟ้าสายสีแดง” ปลุกรายได้เชิงพาณิชย์

 

 

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของ บริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) หรือรถไฟฟ้าสายสีแดง ในช่วงปีที่ผ่านมาว่า มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมียอดผู้โดยสารเฉลี่ยประมาณ 40,000 คนต่อวัน ทั้งนี้ บริษัทเป็นหน่วยงานที่รับจ้างเดินรถและซ่อมบำรุงจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จึงยังคงมีสถานะขาดทุนในการนำส่งรายได้ แต่ยังได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก รฟท. ทำให้สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้  อย่างไรก็ตาม รถไฟฟ้าสายสีแดงมีจุดเด่นและนโยบายหลายเรื่องที่ประชาชนอาจยังไม่ทราบอย่างแพร่หลาย เช่น การเป็นรถไฟฟ้าที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง (Pet-Friendly) และการเปิดให้นำจักรยานขึ้นมาบนขบวนรถเพื่อเดินทางไปออกกำลังกายที่สวนรถไฟได้ ซึ่งตนได้มอบแนวทางให้เร่งประชาสัมพันธ์เชิงรุกเพื่อให้ประชาชนเข้าใจและรู้จักหันมาใช้บริการมากขึ้น

 

 นอกจากนี้ ยังพบปัญหาสำคัญที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชน คือ ระบบขนส่งรอง หรือ รถฟีดเดอร์ (Feeder) โดยเฉพาะในพื้นที่รอบสถานีรังสิต ที่ยังมีจำนวนน้อยและไม่ครอบคลุมการให้บริการ ตนจึงได้หารือกับประธานบอร์ดเพื่อเตรียมนัดหมายประชุมร่วมกับกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ในการวางแนวทางจัดสรรรถฟีดเดอร์เข้ามาเชื่อมต่อให้สมบูรณ์และรวดเร็วที่สุด

 

  นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ในส่วนของระบบตั๋วร่วม ตนได้ทดลองใช้ระบบ EMV (Europay, Mastercard, Visa) ด้วยตนเอง โดยเดินทางจากสถานีบางเขน พบว่ามีความสะดวกสบายอย่างมาก สำหรับผู้ที่ไม่มีบัตรสามารถซื้อบัตร EMV ได้ในราคา 90 บาท ส่วนผู้ที่มีบัตรเครดิตที่มีสัญลักษณ์แบบไร้สัมผัส (Contactless) ก็สามารถแตะเข้า-ออกระบบได้ทันที โดยมีเงื่อนไขการเดินทางหากใช้บัตรใบเดียวกันและมียอดค่าโดยสารเกิน 40 บาทต่อวัน ระบบจะคืนเงินส่วนต่างให้ (สูงสุดไม่เกิน 40 บาทต่อวัน) ทั้งนี้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่พิจารณาติดตั้งเครื่องบริการ EMV เพิ่มเติมในสถานีต่างๆ เพื่อลดความแออัดและรองรับนโยบายตั๋วร่วมในอนาคต

 

สำหรับแผนการเพิ่มรายได้ ตนได้สั่งการให้จัดทำแผนหารายได้เชิงพาณิชย์ภายในสถานีเพิ่มเติม เนื่องจากปัจจุบันพื้นที่หลายจุดยังคงโล่งอยู่ โดยจะต้องเข้าเจรจากับ รฟท. ในฐานะเจ้าของพื้นที่ เพื่อนำรายได้ดังกล่าวมาช่วยสนับสนุนการบำรุงรักษารถไฟฟ้า และเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวก เป็นทางเลือกในการพักผ่อนหย่อนใจให้กับผู้มาใช้บริการ

 

 "สิ่งสุดท้ายที่เน้นย้ำคือเรื่องบุคลากร ต้องพัฒนาให้มีความรู้หลากหลายพร้อมรับมือเหตุการณ์เฉพาะหน้า มีใจรักการบริการ (Service Mind) และรวมใจเป็นอันดับหนึ่งเพื่อเป้าหมายเดียวกัน นอกจากนี้ จากการตรวจเยี่ยมห้องลงชื่อพนักงานขับรถ พบว่ามีมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวด มีการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์พนักงานขับรถทุกคนทุกวัน รวมถึงตรวจความพร้อมผ่านการสัมภาษณ์เพื่อดูการตอบโต้และการสื่อสาร ซึ่งพนักงานส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีอัธยาศัยดี จึงอยากให้นำเรื่องราวดีๆ เหล่านี้มาบอกกล่าวต่อสาธารณะ พร้อมพัฒนาต่อยอดเพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้แก่ประชาชน" นายสิริพงศ์ กล่าว