วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.05 น.
รฟท.เร่งสรุปรายงานอุบัติเหตุ ยอมรับพขร.ไม่พอ จ่อชงขอ พขร.เพิ่ม
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึงกรณีเกิดอุบัติเหตุขบวนรถไฟพุ่งชนรถโดยสารประจำทาง (ขสมก.) บริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสัน เมื่อวันที่ 16พ.ค.2569 ที่ผ่านมา ว่าด้านรายละเอียดเรื่องผลสอบสวนข้อเท็จจริงคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 20 พ.ค.2569 และจะนำส่งรายละเอียดดังกล่าวไปยังกรมการขนส่งทางราง (ขร.) และกระทรวงคมนาคม หากทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องการข้อมูลเพิ่มเติม รฟท. ก็พร้อมที่จะประสานงานและส่งข้อมูลให้ทันที สำหรับมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ รฟท. ยืนยันว่าได้ดำเนินการดูแลครบถ้วนทุกราย โดยในกรณีผู้เสียชีวิต จะได้รับเงินช่วยเหลือรวมรายละ 340,000 บาท (แบ่งเป็นค่าปลงศพ 80,000 บาท และเงินเยียวยาตามหลักการกรมธรรม์ประกันภัยที่จ่ายตรงให้ทายาทอีก 260,000 บาท) ในส่วนของผู้บาดเจ็บ รฟท. ร่วมกับ ขสมก. และกระทรวงคมนาคม ได้ร่วมกันดูแลค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดตามสิทธิ์คุ้มครองของประกันภัย และมีนโยบายเพิ่มเติมจากนายกรัฐมนตรีให้ความช่วยเหลือเยียวยาเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ ดังนี้:
• ผู้บาดเจ็บทั่วไป: ได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มรายละ 10,000 บาท
• ผู้บาดเจ็บสาหัส: ได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มรายละ 20,000 บาท
• ผู้บาดเจ็บที่ต้องเข้ารักษาในห้อง ICU: ได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มรายละ 50,000 บาท
นอกจากนี้ รฟท. ร่วมมือกับ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และแพทย์ประจำการรถไฟ นำชุดตรวจมาดำเนินการสุ่มตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ รวมถึงตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดกับพนักงานที่จะขึ้นปฏิบัติงานบนขบวนรถ โดยเริ่มต้นนำร่องที่สถานีกลางบางซื่อเป็นที่แรก เพื่อสนองนโยบายและข้อสั่งการของกระทรวงคมนาคมที่ออกไว้ เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา โดยมีขั้นตอนหากตรวจพบ "ปัสสาวะสีม่วง" ในเบื้องต้น ชุดตรวจจะระบุได้เพียงการมีแนวโน้มของสารเสพติด แต่ยังไม่สามารถแยกประเภทได้ รฟท. จะทำการเก็บตัวอย่างปัสสาวะอีกครั้งเป็นครั้งที่2 เพื่อส่งให้แพทย์การรถไฟตรวจพิสูจน์ซ้ำอย่างละเอียด
“รฟท. มีมาตรการเข้มงวดก่อนตรวจปล่อยขบวนรถ หากพนักงานขับรถคนใดถูกตรวจพบแอลกอฮอล์ หรือผลปัสสาวะมีอินดิเคเตอร์บ่งชี้ว่ามีความเสี่ยง จะไม่อนุญาตให้ขึ้นปฏิบัติหน้าที่บนขบวนรถเด็ดขาด และจะจัดพนักงานขับรถชุดใหม่เข้าปฏิบัติหน้าที่แทนทันที การรถไฟแห่งประเทศไทย เตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ขออนุมัติเพิ่มอัตรากำลังพนักงานขับรถ อีกกว่า 2,800 อัตรา แก้ไขปัญหาการขาดแคลน และลดปัญหาความเหนื่อยล้าจากการปฏิบัติหน้าที่ นอกจากนี้ รถไฟยังประสบปัญหาการขาดแคลนอัตรากำลังพล โดยระบุว่า ปัจจุบันมีพนักงานขับรถไฟ (พขร.) ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมการขนส่งทางรางทั้งหมด 951 ราย เฉพาะที่สถานีกลางบางซื่อมีประมาณ 270 ราย แต่ตามโครงสร้างของ รฟท. อัตราที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 1,248 คน ทำให้ปัจจุบันยังขาดแคลนพนักงานขับรถอีกประมาณ 300 คน ส่งผลให้พนักงานขับรถที่มีอยู่ต้องทำงานล่วงเวลา จากเดิมเวียนทำงาน 5 วัน อาจต้องทำเพิ่มเป็นวันที่ 6 หรือวันที่ 7 ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเหนื่อยล้าสะสม ขณะนี้ รฟท. ได้เสนอเรื่องไปยังกระทรวงคมนาคมแล้ว และอยู่ระหว่างปรับปรุงรายละเอียดร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เพื่อเตรียมนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติเพิ่มอัตรากำลังพนักงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถอีกจำนวน 2,850 อัตราต่อไป เพื่อสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นสูงสุดให้พขร.ก่ผู้โดยสาร”นานอนันต์ กล่าว
นายอนันต์ ยังกล่าวถึงกรณีการออกใบอนุญาตขับขี่รถไฟ ตามกฎหมายใหม่ของกรมการขนส่งทางราง ด้วยว่า รฟท. ได้ดำเนินการจัดส่งรายชื่อผู้ขับขี่ทั้งหมดจำนวน 191 ราย ให้กับกรมการขนส่งทางรางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนที่ผู้ขับขี่จะต้องเข้าไปแสดงตนในระบบของกรมการขนส่งทางราง ซึ่งปัจจุบันมีผู้ได้รับอนุมัติแล้วจำนวน 208 ราย ทั้งนี้ ทาง รฟท. ได้เร่งรัดให้กระบวนการแสดงตนในระบบดังกล่าวเสร็จสิ้นภายในเดือนพ.ค.นี้ ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายเดิมที่กำหนดไว้ในวันที่ 25 ก.ค. โดยหลังจากที่ผู้ขับขี่แสดงตนเรียบร้อยแล้ว ระบบของกรมการขนส่งทางรางจะทำการตอบรับและออกใบอนุญาตให้โดยอัตโนมัติทันที