วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 22:53 น.

เศรษฐกิจ

“วราวุธ” เดินเครื่อง ONE MIND สั่ง “ดีพร้อม” ปลุก SMEs–ชุมชนไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 18.58 น.

“วราวุธ” เดินเครื่อง ONE MIND สั่ง “ดีพร้อม” ปลุก SMEs–ชุมชนไทย

 

“วราวุธ” เดินเครื่อง ONE MIND สั่ง “ดีพร้อม” ปลุก SMEs–ชุมชนไทย สู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง ชู 3 อุตสาหกรรมดาวรุ่ง “ผ้าไทย–เกษตรไบโอ–อาหารไทย” เชื่อมเทคโนโลยี ทุน และตลาดยกระดับฐานรากเศรษฐกิจไทย

 

 

        
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” มอบหมายกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เร่งยกระดับเอสเอ็มอีและวิสาหกิจชุมชนไทย สู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง ผ่านการเชื่อมโยงเทคโนโลยี นวัตกรรม เงินทุน องค์ความรู้ และเครือข่ายตลาด ภายใต้แนวคิดการทำงานเชิงรุกผ่านศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค (DIPROM Center) ทั่วประเทศ
    

โดยวางบทบาทให้ดีพร้อมเป็นศูนย์กลางการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมไทย (Industrial Transformation Hub) เพื่อผลักดันผู้ประกอบการไทยเข้าสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Smart & Green Industry) ที่ให้ความสำคัญทั้งด้านศักยภาพการแข่งขัน นวัตกรรม และความยั่งยืน
    

ทั้งนี้ ได้เร่งขับเคลื่อน 3 อุตสาหกรรมศักยภาพสูง ได้แก่ อุตสาหกรรมสร้างสรรค์มูลค่าสูง มุ่งส่งเสริมการพัฒนา “ผ้าไทย” ยกระดับเทคโนโลยีเส้นใย นวัตกรรมการทอ และการออกแบบ เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าชุมชน ต่อยอดสู่ตลาดแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ พร้อมผลักดัน Soft Power ไทยสู่ตลาดโลก 
    

อุตสาหกรรมเกษตรมูลค่าสูง มุ่งเชื่อมโยงการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ ผ่านการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม การแปรรูป และเทคโนโลยีชีวภาพเข้ามาเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร พร้อมต่อยอดสู่อุตสาหกรรมชีวภาพ (BIO Industry) และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
    

อุตสาหกรรมอาหารมูลค่าสูง ซึ่งไทยมีจุดแข็งด้านวัตถุดิบ ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ท้องถิ่น สามารถต่อยอดสู่เศรษฐกิจมูลค่าเพิ่มและสร้างรายได้ใหม่ให้ชุมชน พร้อมผลักดันสู่ผลิตภัณฑ์อาหารมูลค่าสูงและอาหารแห่งอนาคตเสริมความแข็งแกร่งให้ระบบเศรษฐกิจไทย

 


    

นายวราวุธ กล่าวต่อว่า ได้สั่งการให้ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค (DIPROM Center) ทั่วประเทศทำงานเชิงรุกมากขึ้น โดยการลงพื้นที่วิเคราะห์ศักยภาพและปัญหาของผู้ประกอบการแบบเฉพาะพื้นที่ เพื่อออกแบบแนวทางพัฒนาให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละจังหวัด และเชื่อมโยงองค์ความรู้ เครื่องมือ และเครือข่ายสนับสนุนให้เข้าถึงผู้ประกอบการได้รวดเร็วและตรงจุด

 

ทั้งนี้ ยังเร่งช่วยเอสเอ็มอีและวิสาหกิจชุมชน ปรับตัวรับกติกาโลกใหม่ ด้านสิ่งแวดล้อม ทั้ง CBAM, Carbon Footprint และเป้าหมาย Net Zero ผ่านการสนับสนุนเทคโนโลยีสีเขียว พลังงานสะอาด และโมเดลเศรษฐกิจ BCG ควบคู่กับการผลักดันการเข้าถึงแหล่งทุน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้เศรษฐกิจฐานรากไทยในระยะยาว "วันนี้โจทย์สำคัญของอุตสาหกรรมไทย ไม่ใช่เพียงการรักษาความสามารถในการแข่งขัน แต่ต้องเร่งสร้างมูลค่าเพิ่มและโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการทุกระดับ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีและวิสาหกิจชุมชนที่ถือเป็นฐานรากสำคัญของเศรษฐกิจประเทศ เพราะหากเอสเอ็มอี ยังต้องเผชิญกับภาวะวิกฤต หรือยังไม่สามารถเติบโต เศรษฐกิจฐานรากและห่วงโซ่อุตสาหกรรมของประเทศก็จะได้รับผลกระทบ กระทรวงจึงต้องทำงานเชิงรุกเพื่อเชื่อมเทคโนโลยีนวัตกรรม เงินทุน และตลาดเข้าสู่ผู้ประกอบการให้ได้จริง รวมถึงเรื่องการปรับตัวในด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้ได้มาตรฐานสากลด้วย เพื่อให้อุตสาหกรรมไทยเติบโตอย่างมั่นคง สร้างความเชื่อมั่น เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้ผู้ประกอบการ และยั่งยืนในระยะยาว" นายวราวุธ กล่าว