เศรษฐกิจ
บางจาก ชี้ "BCPG" ซื้อคลังน้ำมันเพชรบุรี มีความโปร่งใส-ผ่านหลักเกณฑ์ครบถ้วน
วันพุธ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 20.49 น.
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
บางจาก ชี้ "BCPG" ซื้อคลังน้ำมันเพชรบุรี
มีความโปร่งใส-ผ่านหลักเกณฑ์ ครบถ้วน
บางจาก ยืนยันความโปร่งใส-ผ่านหลั กเกณฑ์ครบถ้วนจนบอร์ดฯอนุมัติ “BCPG ซื้อคลังน้ำมันเพชรบุรี 9พันล.”
นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จั ดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP กล่าวชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่ ข้อมูลและข้อสังเกตผ่านสื่อเกี่ ยวกับการเข้าลงทุนของบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG ในโครงการคลังน้ำมันเพชรบุรีเมื่ อปี 2565 มูลค่า 9,000 ล้านบาทว่า การตัดสินใจเข้าลงทุ นในโครงการคลังน้ำมันเพชรบุรี ดำเนินการตามขั้นตอนและหลั กเกณฑ์ของบริษัทจดทะเบี ยนในตลลาดหลักทรัพย์อย่างครบถ้ วน โปร่งใส ซึ่งผ่านการพิจารณาจากผู้มี อำนาจตามลำดับ

การตัดสินใจลงทุนคลังน้ำมั นเพชรบุรี สืบเนื่องจากโรงกลั่นน้ำมั นบางจากพระโขนงมีข้อจำกัดด้ านโครงสร้างพื้นฐาน และไม่มีระบบคลังน้ำมันขนาดใหญ่ ของตนเอง ทำให้ต้องอาศัยคลังน้ำมัน ท่อส่งน้ำมัน และระบบโลจิสติกส์ จากภายนอกมาโดยตลอด ขณะที่การจัดเก็บน้ำมั นและการบริหาร Supply Chain ถือเป็นโจทย์สำคัญของโรงกลั่นฯ ดังนั้นบริษัทได้มีการศึ กษาทางเลือกในการจัดการคลังน้ำ มันดิบมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านพลั งงาน ลดข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์ และรองรับการเติบโตของธุรกิจ
ทั้งนี้หากย้อนไปในช่วงปี 2537–2542 บริษัทใช้ FSU WYOMING เป็นคลังลอยน้ำรองรับการดำเนิ นงานของโรงกลั่นฯ ในระยะเริ่มต้น ซึ่งช่วงนั้นโรงกลั่นฯมีกำลั งการกลั่นประมาณ 70,000 บาร์เรลต่อวัน และมีความจุประมาณ 400 ล้านลิตร ต่อมาในปี 2543 บริษัทได้ปรับมาใช้คลังน้ำมั นบนบก 2 แห่งที่อำเภอศรีราชา เพื่อรองรับการเพิ่มกำลังการกลั่ นเป็นประมาณ 80,000 บาร์เรลต่อวัน โดยใช้ต่อเนื่องเป็ นระยะเวลาประมาณ 16 ปี ภายหลังเมื่อปริมาณธุรกิ จและความซับซ้อนของ Supply Chain เพิ่มขึ้น รวมถึงมีการขยายกำลังการกลั่ นเป็นประมาณ 120,000 บาร์เรลต่อวัน บริษัทได้ศึกษาทางเลือกด้านคลั งน้ำมันและโลจิสติกส์เพิ่มเติ มต่อเนื่อง ทั้งการใช้คลังลอยน้ำ การเช่าคลัง และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพิ่ มเติม โดยในช่วงปี 2560–2565 บริษัทได้ใช้ FSU BONGKOT เป็นคลังลอยน้ำชั่วคราว ความจุประมาณ 300 ล้านลิตร เพื่อทดแทนคลังศรีราชาบางส่วน ระหว่างการศึกษาแนวทางพั ฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคลั งและโลจิสติกส์เพิ่มเติม
โดยตั้งแต่ปี 2553–2562 บริษัทได้ว่าจ้างที่ปรึกษาอิ สระหลายรายเพื่อศึกษาทางเลื อกในการบริหารคลังน้ำมันหลายรู ปแบบและในหลายพื้นที่ ทั้งการศึกษาคลังเดิมในจังหวั ดเพชรบุรี การพัฒนาคลังใหม่ที่จุกเสม็ด จังหวัดชลบุรี การขยายคลังในจังหวัดระยอง และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพิ่ มเติมในพื้นที่ฝั่งตะวันตก รวมถึงการใช้คลังลอยน้ำ และการเช่าคลัง โดยเปรียบเทียบทั้งด้านต้นทุน ความจุรองรับ ระบบท่อส่ง ความสามารถในการรองรับเรื อขนาดใหญ่ และศักยภาพด้านโลจิสติกส์ เพื่อรองรับการเพิ่มกำลังการกลั่ นและความต้องการด้าน Supply Chain ของกลุ่มบริษัทบางจากที่เพิ่มขึ้ น อย่างไรก็ตามพบว่าการลงทุนคลั งน้ำมันแห่งใหม่ที่ขนาด 400-700 ล้านลิตร ต้องใช้เงินลงทุน 10,000-12,000 ล้านบาท
.jpg)
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า จากการศึกษาทางเลือกต่างๆ โครงการคลังน้ำมันในจังหวั ดเพชรบุรีมีการพัฒนาโครงสร้างพื้ นฐานเพิ่มเติมจากในอดีตอย่างมี นัยสำคัญ ทั้งจำนวนถังจัดเก็บที่เพิ่มจาก 16 ถังเป็น 20 ถัง ความจุจัดเก็บที่เพิ่มจากประมาณ 500 ล้านลิตรเป็นประมาณ 720 ล้านลิตร ระบบท่อส่งน้ำมันที่เพิ่มจาก 3 ท่อเป็น 5 ท่อ ท่าเทียบเรือที่เพิ่มจาก 2 จุดเป็น 6 จุด ขณะเดียวกันยังสามารถรองรับปริ มาณธุรกิจและความต้องการด้าน Supply Chain ของกลุ่มบริษัทบางจากที่เพิ่มขึ้ นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้ดียิ่ งขึ้น
ส่วนการตัดสินใจให้BCPGเป็นผู้ ลงทุนแทนที่จะเป็นบางจากฯ เนื่องจากช่วงนั้น BCPG อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้ างพอร์ตการลงทุน (Portfolio Transformation) เพื่อขยายจากธุรกิจพลังงานหมุ นเวียนไปสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้ นฐานด้านพลังงาน โดยมองหาธุรกิจที่สามารถสร้ างกระแสเงินสดสม่ำเสมอ เพื่อชดเชยรายได้จากโรงไฟฟ้าที่ ทยอยสิ้นสุด Adder ตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งโครงการคลังน้ำมันเพชรบุรี สอดคล้องทิศทางการลงทุน รวมถึงความต้องการด้านโครงสร้ างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ ของกลุ่มบริษัทบางจาก
นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า ในการพิจารณาการลงทุน BCPG ได้ประเมินมูลค่ากิจการด้วยวิธี Discounted Cash Flow (DCF) โดยอ้างอิงกระแสเงิ นสดในอนาคตภายใต้สัญญาการให้บริ การและศักยภาพของโครงสร้างพื้ นฐาน ภายใต้สมมติฐานทางการเงินอย่ างระมัดระวัง รวมถึงการใช้อัตราค่าบริการที่ ต่ำกว่าระดับตลาดประมาณ 30-50% และอ้างอิงการประเมินของผู้เชี่ ยวชาญอิสระ ซึ่งมูลค่าการลงทุนจำนวน 9,000 ล้านบาทอยู่ภายในกรอบการประเมิ นดังกล่าว
นอกจากนี้ ธุรกรรมได้ผ่านกระบวนการพิ จารณาตามขั้นตอนของบริษัทที่ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่ งประเทศไทย ตั้งแต่ฝ่ายบริหาร คณะกรรมการชุดย่อยที่เกี่ยวข้อง และคณะกรรมการ BCPG ซึ่งได้พิจารณารายละเอียด โครงสร้างธุรกรรม ความเหมาะสมทางธุรกิจ และการประเมินมูลค่าอย่างรอบคอบ ก่อนที่คณะกรรมการ BCPG ตัดสินใจลงทุนในขั้นสุดท้าย
สำหรับราคาซื้อขายคลังน้ำมั นเพชรบุรีในปี 2565 ที่ 9,000 ล้านบาท แตกต่างจากราคาที่เคยมีการกล่ าวถึงในปี 2553 ที่เคยประเมินมูลค่าลงทุนไว้ที่ 3,000 ล้านบาทนั้น เป็นมูลค่าคลังน้ำมันที่เปลี่ ยนแปลงไปตามช่วงเวลา ทั้งจากการพัฒนาโครงสร้างพื้ นฐานที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนศักยภาพในการสร้างรายได้ ในอนาคต
“ กลุ่มบางจากยืนยันว่าการลงทุ นของ BCPG ในโครงการนี้ได้ดำเนินการอย่ างโปร่งใส ผ่านการพิจารณาจากผู้มี อำนาจตามลำดับ ยืนยันบริษัทยึดมั่นในหลั กธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการกำกับดูแลกิจการที่ดี ในการดำเนินธุรกิจมาโดยตลอด โดยบริษัทพร้อมให้ความร่วมมือกั บหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้ กระบวนการที่เหมาะสม ”นายชัยวัฒน์ กล่าว
นายรวี บุญสินสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริ หารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ BCPG กล่าวว่า การทำธุรกรรมนี้เป็นการซื้อกิ จการบางส่วนของผู้ขาย จึงจำเป็นต้องแยกทรัพย์สินที่ เกี่ยวข้องและกำหนดโครงสร้ างการรับโอนผ่านบริษัทย่อยของคู่ สัญญา เพื่อถือครองทรัพย์สินก่อนส่ งมอบ และฝ่าย BCPG ดำเนินการผ่านบริษัทย่อย หรือบริษัท เอเชียลิงค์ เทอมินัล จำกัด (ALT) ในกลุ่มเพื่อรับโอนกิจการ ทั้งนี้การจัดตั้งบริษัทย่อยดั งกล่าวเป็นขั้นตอนปกติทางธุรกิ จและกฎหมายสำหรั บการแยกและโอนทรัพย์สินเฉพาะส่ วน และสอดคล้องกับโครงสร้ างทางการเงินที่เหมาะสมของ BCPG โดยแหล่งเงินจากการซื้อนั้ นมาจากเงินที่ได้จากการขายหุ้ นโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิ ภพที่อินโดนีเซีย วงเงิน 14,566.9 ล้านบาท
ทั้งนี้ตามหลักบัญชี เมื่อมีการรับโอนกิจการต้ องดำเนินการปันส่วนราคาซื้อ (Purchase Price Allocation: PPA) โดยจำแนกทั้งทรัพย์สินที่มีตั วตนและสิทธิหรือประโยชน์ ทางเศรษฐกิจอื่นที่ต้องรับรู้ ตามมาตรฐานบัญชี ซึ่งผลการวิเคราะห์แสดงว่าจากมู ลค่าซื้อขายประมาณ 9,000 ล้านบาท ประกอบด้วย ส่วนสินทรัพย์ที่มีตัวตนมีมูลค่ าประมาณ 6,490 ล้านบาท สินทรัพย์ไม่มีตัวตน ได้แก่มูลค่าสัญญาการใช้บริ การคลังน้ำมันที่มีอยู่ปัจจุบั นประมาณ 1,900 ล้านบาท สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี สุทธิและสินทรัพย์อื่นประมาณ 170 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นค่าความนิยมที่ คาดว่าจะได้รับจากกระแสเงิ นสดในอนาคต เพื่อสะท้อนมูลค่าของสินทรัพย์ แต่ละประเภทให้ชัดเจนขึ้น แต่ผลรวมของสินทรัพย์ทั้งหมดเท่ ากับมูลค่าการลงทุน
สำหรับเหตุผลที่บริษัทตัดสิ นใจเข้าซื้อโครงการดังกล่าว เนื่องจากมองว่าธุรกิจโครงสร้ างพื้นฐานที่มีรายได้สม่ำเสมอ (fixed income) เพื่อสร้างฐานรายได้ที่มั่ นคงในระยะยาว ซึ่งบริษัทเริ่มรับรู้รายได้จาก ALT ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค.2566 เป็นต้นมา โดยในปี 2568 ALT มีรายได้อยู่ที่ 900 ล้านบาทต่อปี IRR ประมาณ 9% ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาฯเพี ยงแต่มีค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุ งคลังเพิ่มขึ้นบ้าง
นอกจากนี้โครงการคลังน้ำมั นเพชรบุรี ซึ่งมีพื้นที่รวม 150 ไร่ ยังมีพื้นที่เหลือสามารถขยายถั งได้เพิ่มเติมในอนาคตขณะนี้ BCPG ยังอยู่ระหว่ างการเจรจาควบรวมหรือซื้อกิจการ (M&A)ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานเพิ่ มเติม แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอี ยดได้ความโปร่งใสBCPGBCPคลังน้ำ มันเพชรบุรีโรงกลั่นน้ำมั นบางจาก
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่







