วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569 07:43 น.

เศรษฐกิจ

ท่าอากาศยานMOU ธนารักษ์ มอบบริหารพื้นที่สนามบิน จูงใจนักลงทุนกระตุ้นศก.

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.03 น.

ท่าอากาศยานMOU ธนารักษ์ มอบบริหารพื้นที่สนามบิน จูงใจนักลงทุนกระตุ้นศก.

         

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการลงนามบันทึกความตกลง เรื่อง กรมมอบอำนาจให้กรมท่าอากาศยานดำเนินการเกี่ยวกับการจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุระหว่างกรมธนารกษ์  กับ กรมท่าอากาศยาน  (ทย.) โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน ว่าตามนโยบายการขับเคลื่อนและเพิ่มรายได้ให้กับท่าอากาศยานภูมิภาคทั้ง 28 แห่ง ภายใต้การกำกับดูแลของกรมท่าอากาศยาน ว่ากระทรวงคมนาคมมีเป้าหมายผลักดันให้ท่าอากาศยานภูมิภาคพัฒนาระดับภูมิภาค เชื่อมโยงการขนส่งทางอากาศกับเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว กระจายความเจริญสู่ภูมิภาค (Airport for Regional Development) โดยได้เร่งรัดให้ ทย. ดำเนินมาตรการเชิงรุกในการเพิ่มรายได้เข้าสู่รัฐ ทั้งรายได้จากกิจการการบิน (Aeronautical Revenue) และรายได้จากกิจการอื่น (Non-Aero Revenue) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมและ ทย. ได้หารือร่วมกับสายการบินทั้งในและต่างประเทศ นำเสนอศักยภาพของท่าอากาศยานในสังกัด ทย. ดึงดูดให้เปิดเส้นทางบินใหม่ เส้นทางข้ามภูมิภาค รวมถึงเส้นทางระหว่างประเทศ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้สนามบินภูมิภาคเป็นจุดเชื่อมโยงการเดินทาง ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

         

“การจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุในพื้นที่บริเวณท่าอากาศยานภูมิภาค สาระสำคัญของ MOU ฉบับนี้ จะเป็นการมอบอำนาจให้ ทย. มีอำนาจลงนามในสัญญาเช่าหรือสัญญาต่างตอบแทนกับเอกชนได้โดยตรง สำหรับโครงการที่มีมูลค่าทรัพย์สินไม่เกิน 500 ล้านบาท  มีกรอบระยะเวลาจากเดิมจำกัดครั้งละไม่เกิน 3 ปี ให้ยืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสม โดยพื้นที่ภายในท่าอากาศยานเป็น ไม่เกิน 10 ปี และพื้นที่ภายนอกท่าอากาศยาน ไม่เกิน 20 และ 30 ปี ตามขนาดพื้นที่เช่า รวมถึงให้ ทย. มีอำนาจดำเนินคดีในกรณีที่เอกชนทำผิดสัญญา ซึ่งการลดขั้นตอนของระบบราชการนี้ ทำให้ ทย. สามารถจัดหาร้านค้า การบริการ และสิ่งอำนวยความสะดวกเข้ามาเปิดให้บริการแก่ผู้โดยสารได้อย่างรวดเร็ว และยังเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในระดับภูมิภาคอีกด้วย”

       

นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) กล่าวถึงแผนปรับเกณฑ์การขยายระยะเวลาสัญญาเช่าพื้นที่ในท่าอากาศยาน เพื่อเพิ่มแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการเข้ามาลงทุนมากขึ้น  และมูลค่าการลงทุน เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของท่าอากาศยานทั่วประเทศ สำหรับแนวทางการขยายสัญญาเช่าพื้นที่ ว่าได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาอายุสัญญาเช่าใหม่ โดยจะพิจารณาจากประเภทของกิจการและมูลค่าการลงทุนของผู้ประกอบการเป็นสำคัญ เพื่อสร้างความเหมาะสมและคุ้มค่าให้กับทั้งสองฝ่าย โดยมีหลักเกณฑ์ประกอบด้วย สำหรับกิจการที่มีมูลค่าการลงทุนสูงหรือใช้พื้นที่ขนาดใหญ่ กรมฯ สามารถพิจารณาอายุสัญญาเช่าได้ยาวนานถึง 30 ปี ในขณะที่กิจการขนาดเล็กหรือใช้พื้นที่ไม่เกิน 2 ไร่ จะมีการปรับลดอายุสัญญาลงตามความเหมาะสม การปรับเพิ่มระยะเวลาสัญญาดังกล่าวมีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในการเข้ามาประกอบธุรกิจภายในพื้นที่ท่าอากาศยาน อาทิ ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน กิจการเชิงพาณิชย์ และบริการจอดรถ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการยกระดับบริการภายในท่าอากาศยาน 

       

“สำหรับรายได้ อัตราค่าเช่าพื้นที่ยังคงยึดตามเกณฑ์ของกรมธนารักษ์ โดยมุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการแข่งขันได้ ในขณะที่ส่วนของค่าแรกเข้าถือเป็นกลไกทางธุรกิจปกติของการประมูลพื้นที่ ทั้งนี้ กรมฯ ตั้งเป้าหมายรายได้จากการบริหารพื้นที่ท่าอากาศยานไว้ที่ประมาณ 3,000 ล้านบาทต่อปี”

         

นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า สำหรับรายได้ค่าเช่า กรมท่าอากาศยานจะเป็นผู้จัดเก็บและนำส่งคลัง โดยส่งคืนรายได้ 10% ให้กับกรมท่าอากาศยาน เพื่อนำไปเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการบริหารจัดการท่าอากาศยานต่อไป ส่วนเรื่องของสัญญาเช่าพื้นที่นั้น กรมท่าอากาศยาน จะร่วมกับกรมธนารักษ์กำหนดอัตราค่าเช่าที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุน โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าของนักลงทุนเป็นหลักการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของท่าอากาศยานในสังกัด กรมท่าอากาศยานและกระตุ้นการลงทุนในภูมิภาค