วันเสาร์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 00:35 น.

เศรษฐกิจ

“ขนส่งทางบก”  ยกระดับความปลอดภัยท้องถนน นำเทคโนโลยีดิจิทัล ควบคุมผู้ขับขี่

วันจันทร์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.27 น.

“ขนส่งทางบก”  ยกระดับความปลอดภัยท้องถนน นำเทคโนโลยีดิจิทัล ควบคุมผู้ขับขี่

 

 

 ปัจจุบันความปลอดภัยบนท้องถนนถือเป็นสิ่งสำคัญกับการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งผู้ขับขี่และผู้ใช้ทาง และยังคงเป็นวาระสำคัญของประเทศ กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ยังเดินหน้ายกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลผู้ขับรถและผู้ประกอบการขนส่งอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนผู้ใช้บริการ และลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และคุณภาพชีวิตของประชาชนในวงกว้าง

 

ในฐานะหน่วยงานหลักที่กำกับดูแลระบบขนส่งทางถนนของประเทศ 

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก  (ขบ.) กล่าวว่า ล่าสุดกรมการขนส่งทางบกได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการควบคู่กับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐภาคเอกชน สื่อมวลชน และภาคประชาชน เพื่อปลูกฝังวัฒนธรรมการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย และยกระดับมาตรฐานการขนส่งสาธารณะให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมยุคใหม่หนึ่งในกลไกสำคัญที่ถูกนำมาใช้คือ “ระบบตัดคะแนนความประพฤติผู้ขับรถ” ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2564 โดยออกแบบให้เป็นเครื่องมือในการกำกับดูแลและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถสาธารณะและผู้ขับรถขนส่งผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลการกระทำความผิดเข้าสู่ระบบบริหารจัดการแบบดิจิทัล เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้

 

ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกกำกับดูแลผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถจำนวน 1,779,186 ราย และผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถสาธารณะอีก 278,457 รายทั่วประเทศ การบริหารจัดการผู้ขับรถจำนวนมากเช่นนี้จำเป็นต้องอาศัยระบบฐานข้อมูลและเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้การกำกับดูแลเป็นไปอย่างทั่วถึงและสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนผู้ใช้บริการ

 

สำหรับเป้าหมายของการดำเนินงาน ไม่แค่การลงโทษผู้กระทำผิด แต่เป็นการสร้างจิตสำนึกและความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน เพื่อให้ผู้ขับรถตระหนักถึงผลกระทบจากพฤติกรรมการขับขี่ที่อาจส่งผลต่อชีวิตและความปลอดภัยของผู้อื่น“การสร้างความปลอดภัยทางถนนไม่สามารถอาศัยการบังคับใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ระบบตัดคะแนนความประพฤติจึงเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ผู้ขับรถเห็นผลจากการกระทำของตนเอง และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก่อนที่จะนำไปสู่ความสูญเสียที่รุนแรง” ภายใต้ระบบดังกล่าว ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถสาธารณะและขนส่งทุกคนจะเริ่มต้นด้วยคะแนนความประพฤติ 100 คะแนน และเมื่อมีการกระทำความผิดตามข้อหาที่กำหนดไว้คะแนนจะถูกตัดตามระดับความร้ายแรงของความผิด หากคะแนนถูกตัดจนเหลือศูนย์ จะถูกพักใช้ใบอนุญาตเป็นเวลา 90 วัน โดยสามารถขอเข้ารับการอบรมตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดก่อนกลับมาปฏิบัติหน้าที่อีกครั้ง ถือเป็นการผสมผสานระหว่างมาตรการทางกฎหมายและการพัฒนาพฤติกรรมเชิงบวกเพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว นอกจากการดำเนินงานครอบคลุมตั้งแต่การตรวจสอบการกระทำความผิดของผู้ตรวจการ ระบบ GPS ตลอดจนเรื่องร้องเรียนผ่านศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ 1584 ก่อนเข้าสู่กระบวนการตัดคะแนนความประพฤติ

 

 

ขณะเดียวกัน กรมการขนส่งทางบกยังได้พัฒนาแอปพลิเคชัน DLT POINTS เพื่อให้ผู้ขับรถสามารถตรวจสอบคะแนนความประพฤติ ประวัติการถูกตัดคะแนน และข้อมูลการอบรมได้ด้วยตนเองตลอด 24 ชั่วโมง ปัจจุบันมีผู้ใช้งานแล้วกว่า 71,310 ราย สะท้อนถึงการปรับตัวของภาครัฐสู่การให้บริการในรูปแบบดิจิทัลและการมีส่วนร่วมของผู้ขับรถในการติดตามข้อมูลของตนเองอย่างใกล้ชิด ผลจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการขยายความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐและเอกชน ส่งผลให้การกำกับดูแลพฤติกรรมผู้ขับรถมีประสิทธิภาพมากขึ้น จำนวนเรื่องร้องเรียน รถโดยสารสาธารณะมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อระบบขนส่งสาธารณะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดโดยผลสำรวจในปีงบประมาณ 2568 พบว่าผู้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะมีระดับความพึงพอใจสูงถึงร้อยละ 82.15 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า สะท้อนถึงผลสัมฤทธิ์ของมาตรการด้านความปลอดภัยที่ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ความสำเร็จดังกล่าวยังได้รับการยอมรับในระดับประเทศ โดยได้รับรางวัลการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ประเภท “เปิดใจใกล้ชิดประชาชน” ระดับดี ประจำปี 2567 และการเปิดโอกาสให้ประชาชน มีส่วนร่วมในการกำกับดูแลระบบขนส่งสาธารณะ

 

อย่างไรก็ตาม นอกจาการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญ กรมการขนส่งทางบกยังเดินหน้าสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง ผ่านการบูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการขนส่ง สมาคมวิชาชีพและภาคประชาชน เพื่อเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยง ยกระดับมาตรฐานการให้บริการ และส่งเสริมการใช้รถใช้ถนนอย่างรับผิดชอบ

 

 

ภาคประชาชนเองถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจดังกล่าว ผ่านการแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด การร้องเรียน และสะท้อนปัญหาที่พบจากการใช้บริการรถสาธารณะ ซึ่งช่วยให้หน่วยงานสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ตรงจุด และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

 สำหรับแผนในอนาคต  กรมการขนส่งทางบกยังมีแผนพัฒนาระบบงานดิจิทัลเพิ่มเติม ทั้งการยกระดับให้มีระบบตรวจการขนส่งดิจิทัล การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนา Dashboard กลางสำหรับติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ และการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลและบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างครอบคลุม การพัฒนาระบบกำกับดูแลผู้ขับรถควบคู่ไปกับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือจากทุกภาคส่วนไม่ใช่เป็นการยกระดับการบังคับใช้กฎหมายเท่านั้นแต่ยังเป็นการวางรากฐานสู่ระบบขนส่งสาธารณะยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เทคโนโลยี และการมีส่วนร่วมของประชาชน อันจะนำไปสู่การลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน และสร้างสังคมแห่งการเดินทางที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน