วันอังคาร ที่ 07 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.11 น.
“ขนส่งทางบก”เดินหน้ายกระดับบริการดิจิทัล“Smart Transport” เชื่อมข้อมูลกว่า 50 หน่วยงาน สู่การขนส่งที่มีคุณภาพและปลอดภัย
เมื่อยุคปัจจุบันนวัตกรรมเทคโนโลยีเข้ามีบทบาทสำคัญกับการใช้ชีวิตประจำวัน “กรมการขนส่งทางบก” ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลระบบและมาตรการการขับขี่กับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน ถือเป็นผู้บังคับที่มีบทบาทสำคัญในการบังคับใช้ใบอนุญาตทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล รถโดยสารธารณะ ตลอดจนรถจักรยานยนต์ “กรมการขนส่งทางบก” ได้ยกระดับพัฒนาองค์กรสู่การเป็น Smart Transport หรือองค์กรแห่ง นวัตกรรมด้านการขนส่งทางถนน โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ในการให้บริการประชาชนและการกำกับดูแลระบบขนส่งอย่างครบวงจร ภายใต้แนวคิด “รัฐบาลดิจิทัล” ที่มุ่งให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้สะดวก รวดเร็ว โปร่งใส และลดภาระการเดินทางและการใช้เอกสารอย่างเป็นรูปธรรม ผ่าน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ 1.ระบบราชการที่เปิดกว้างและเชื่อมโยงกัน 2.ระบบราชการที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางและ 3.ระบบราชการที่มีขีดสมรรถนะสูงและทันสมัย เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนอย่างไร้รอยต่อ

สำหรับ “เป้าหมายสำคัญ คือ การทำงานที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ลดภาระการใช้เอกสารของประชาชน สร้างประสบการณ์การรับบริการแบบ Anywhere Anytime โดยไม่ต้องเดินทางมาที่สำนักงาน” หนึ่งในบริการที่สะท้อนความสำเร็จของการยกระดับสู่รัฐบาลดิจิทัล คือ การขอรับใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งพัฒนาเป็นระบบ One Stop Service ตั้งแต่การยืนยันตัวตน ยื่นคำขอ ชำระค่าธรรมเนียมออนไลน์ ไปจนถึงการจัดส่งใบอนุญาตและติดตามสถานะแบบเรียลไทม์ ช่วยลดขั้นตอนการติดต่อราชการและอำนวยความสะดวกให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดหรือพำนักในต่างประเทศ จากการให้บริการดังกล่าว มีการออกใบอนุญาตผ่านระบบแล้วกว่า 152,827 ฉบับ ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านเอกสารกว่า 1.6 ล้านบาท ลดค่าเชื้อเพลิงกว่า 40 ล้านบาท ประหยัดเวลาเดินทางและการรอคอยได้กว่า 4 ล้านนาที พร้อมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 3.36 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมายกระดับบริการภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม อีกหนึ่งบริการสำคัญคือ แอปพลิเคชัน DLT Vehicle Tax Plus ที่ช่วยให้ประชาชนสามารถชำระภาษีรถได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมแสดงเครื่องหมายเสียภาษีอิเล็กทรอนิกส์ แจ้งเตือนล่วงหน้า 90 วัน และติดตามสถานะการจัดส่งเอกสารแบบเรียลไทม์ ส่งผลให้ปัจจุบันมีการชำระภาษีรถผ่านระบบออนไลน์แล้วกว่า 4 ล้านคัน รายได้จากการจัดเก็บภาษีผ่านช่องทางออนไลน์รวมกว่า6,359 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย31.32% ต่อปี
ทั้งนี้ นอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนแล้ว ระบบดังกล่าวยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ประหยัดค่าน้ำมันกว่า 53 ล้านบาทต่อปีลดเวลาเดินทางได้กว่า 32 ล้านนาที และผู้ใช้บริการมีระดับความพึงพอใจสูงถึง 82.70%สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อบริการดิจิทัลของกรมการขนส่งทางบก ในส่วนของผู้ประกอบการขนส่ง กรมการขนส่งทางบกได้พัฒนา DLT E-Transport Licenseระบบใบอนุญาตประกอบการขนส่งอิเล็กทรอนิกส์ ให้บริการแบบ Fully Digital Service ครอบคลุมตั้งแต่การยื่นคำขอ ชำระค่าธรรมเนียม ไปจนถึงการออกใบอนุญาต โดยเชื่อมโยงข้อมูลกับหลายหน่วยงาน อาทิ กรมบัญชีกลาง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมการปกครอง สำนักงาน ก.พ.ร. และแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” รวมถึงนำ AI Chatbotมาช่วยสนับสนุนการใช้งานของผู้ประกอบการอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม พบว่าข้อมูลล่าสุดในปี 2569 ระบบดังกล่าวได้รับการตอบรับอย่างต่อเนื่อง โดยหน่วยงานส่วนกลางมีการใช้งานครบ 100% ขณะที่หน่วยงานส่วนภูมิภาคมีการใช้งาน 56.71% และมีอัตราการเติบโตของผู้ใช้งานมากกว่า 5 เท่า ภายในเวลาไม่ถึง 2 ปี นอกจากการยกระดับการให้บริการแล้ว การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลยังช่วยลดการใช้ทรัพยากรอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งลดค่าใช้จ่ายด้านเอกสารกว่า 600,000 บาท ลดค่าเชื้อเพลิง 1.2 ล้านบาท เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 1.4 ล้านบาท และช่วยให้ภาครัฐประหยัดงบประมาณได้ถึง 3 ล้านบาทต่อปี ควบคู่กับการลดการเดินทาง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และลดฝุ่น PM2.5 จากการลดจำนวนการเดินทางของประชาชน การพัฒนาองค์กรสู่ Smart Transport จึงไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับงานบริการภาครัฐ แต่เป็นการยกระดับคุณภาพการให้บริการของภาครัฐไทยให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชนในยุคดิจิทัล พร้อมสร้างระบบขนส่งทางถนนที่มีคุณภาพ ลดการติดต่อเจ้าหน้าที่ เพิ่มความโปร่งใส ป้องกันการทุจริตในการปฏิบัติงาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยอย่างยั่งยืน ดั่งสโลแกนที่ว่าไว้ ”ให้ใจ ให้ทาง ให้ชีวิต ให้ความสุข” คือเป้าหมายสำคัญที่กรมการขนส่งทางบกมุ่งมั่นขับเคลื่อน เพื่อส่งมอบบริการที่ดีที่สุด และพัฒนาระบบขนส่งทางถนนของประเทศไทยให้ก้าวทันโลกดิจิทัลอย่างแท้จริง