วันอาทิตย์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2569 09:10 น.

เศรษฐกิจ

กฟผ. ปลุกพลังฝัน ส่งพลังใจ เชียร์ทัพนักกีฬาไทยสู่เอเชียนเกมส์ 2026

วันอาทิตย์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2569, 07.52 น.

กฟผ. ปลุกพลังฝัน ส่งพลังใจ เชียร์ทัพนักกีฬาไทยสู่เอเชียนเกมส์ 2026

 

 

ก่อนลูกเหล็กจะถูกยกขึ้นเหนือศีรษะ และก่อนปลายไม้พายจะจ้วงผ่านสายน้ำในสนามแข่งขันที่นาโกย่า เบื้องหลังนักกีฬาไทยคือเวลานับพันชั่วโมงของการฝึกซ้อม ความเหนื่อยล้า อาการบาดเจ็บ และการเอาชนะความกดดัน เพื่อกลับมาเริ่มต้นใหม่ให้แข็งแกร่งกว่าเดิมในทุกวัน

 

สำหรับนักกีฬาทีมชาติไทย การแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ไม่ได้เป็นเพียงปลายทางของการเตรียมตัว แต่คือเวทีที่เปิดโอกาสให้ความฝันของนักกีฬาตัวเล็ก ๆ ได้กลายมาเป็นความหวังของคนไทยทั้งประเทศ

 

ตลอดเส้นทางการฝึกฝนอันยาวนาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ยังคงอยู่เคียงข้างนักกีฬายกน้ำหนักและนักกีฬาเรือพายทีมชาติไทยอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การพัฒนาศักยภาพและเตรียมความพร้อม จนถึงวันที่พวกเขาสวมเสื้อทีมชาติลงแข่งขันบนเวทีระดับนานาชาติ

 

จอมพลังไทย กับเป้าหมายที่นาโกย่า

 

“เวฟ” วีรพล วิชุมา หนึ่งในนักยกน้ำหนักทีมชาติไทย เริ่มต้นจากเด็กที่ชื่นชอบการเล่นกีฬา ก่อนจะได้รู้จักกีฬายกน้ำหนักโดยบังเอิญ จากความรู้สึกแปลกใหม่เมื่อเห็นบาร์เบลเป็นครั้งแรก เด็กชายชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในวันนั้น ค่อย ๆ เติบโตขึ้นด้วยวินัยและความอดทน กระทั่งวันนี้ในวัย 22 ปี เขากลายเป็นหนึ่งในความหวังของทีมชาติไทยในเอเชียนเกมส์ 2026

 

 

 

 

ชีวิตในศูนย์ฝึกยกน้ำหนัก กฟผ. จังหวัดเชียงใหม่ ไม่ได้มีเพียงการฝึกยกลูกเหล็กเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการดูแลตัวเอง ทั้งการกิน การนอน การฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้าที่สะสมจากโปรแกรมฝึกหนัก เวฟเล่าว่า ก่อนขึ้นเวที เขาจะทำสมาธิ ทบทวนท่ายก และปล่อยความคิดให้ว่าง เพื่อโฟกัสกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

“ไอดอลของผมคือตัวผมเอง ผมอยากทำวันนี้ให้ดีกว่าเดิม และอยากไปให้ถึงโอลิมปิก 2028”

 

ขณะที่ “ออย” สุรจนา คำเบ้า นักยกน้ำหนักทีมชาติไทยอีกหนึ่งคน ก็เริ่มต้นจากเด็กที่ชอบเล่นกีฬาหลายชนิด ก่อนที่ครูพลศึกษาจะมองเห็นศักยภาพและพาเธอเข้าสู่เส้นทางยกน้ำหนัก วันแรกออยยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ต้องฝึกท่าสแนตช์และคลีนแอนด์เจิร์กด้วยท่อพีวีซีอยู่นานนับเดือน กว่าจะได้สัมผัสบาร์เหล็กจริง

 

 

 

จากวันนั้น การซ้อมอย่างเข้มข้นสัปดาห์ละ 6 วันก็เริ่มต้นขึ้น โดยมีนักจิตวิทยาการกีฬาและนักกายภาพบำบัดคอยดูแลอยู่เบื้องหลัง เพื่อให้เธอพร้อมที่สุดทั้งร่างกายและจิตใจ สำหรับเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ เธอมีเป้าหมายชัดเจน นั่นคือการคว้าเหรียญรางวัลกลับมาให้คนไทย

 

“เวลาท้อ หนูจะคิดถึงครอบครัว กีฬายกน้ำหนักทำให้หนูมีงาน มีรายได้ดูแลครอบครัว และมีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจนขึ้น ทุกวันจึงต้องทำให้เต็มที่ ขอบคุณ กฟผ. ที่สนับสนุนกีฬายกน้ำหนักมาโดยตลอด เอเชียนเกมส์ครั้งนี้ ฝากคนไทยช่วยเป็นกำลังใจให้นักยกน้ำหนักและนักกีฬาไทยทุกคนด้วยนะคะ”

 

 

 

 

ด้าน พลอากาศโท วัฒนชัย เจริญรัตน์ กรรมการบริหารและประธานฝ่ายเตรียมนักกีฬา สมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เอเชียนเกมส์เปรียบเสมือน “เวทีระดับโลกขนาดย่อม” เพราะนักยกน้ำหนักแนวหน้าอยู่ในเอเชีย สมาคมฯ จึงเตรียมความพร้อมทั้งด้านการฝึกซ้อม โภชนาการ และการวิเคราะห์คู่แข่ง น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ กฟผ. อยู่เคียงข้างนักกีฬายกน้ำหนัก และเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้นักกีฬายกน้ำหนักไทยก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง ร่วมสนับสนุนสมาคมฯ อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2547 เพื่อผลักดันนักกีฬารุ่นใหม่สู่เวทีนานาชาติ และมีเป้าหมายต่อเนื่องไปถึงโอลิมปิกเกมส์ 2028

 

 

 

 

ฝีพายไทย พร้อมท้าทายทุกกระแสน้ำ

 

อีกฟากหนึ่งของสนามกีฬา ทัพเรือพายไทยกำลังเตรียมลงแข่งขันเรือกรรเชียง เรือแคนูคยัค และเรือแคนูสลาลอม นักกีฬาเรือกรรเชียงส่วนหนึ่งเดินทางไปเก็บตัวที่สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อฝึกในสภาพสนามที่ใกล้เคียงกับประเทศญี่ปุ่น ขณะที่ทีมแคนูคยัคและแคนูสลาลอมฝึกซ้อมอย่างเข้มข้น ณ ศูนย์ฝึกกีฬาเรือพายราชนาวี จังหวัดระยอง โดยนำวิทยาศาสตร์การกีฬา นักจิตวิทยา และผู้ฝึกสอนต่างชาติเข้ามาช่วยยกระดับสมรรถนะ

 

 

 

 

“แพทตี้” จารุวรรณ เนียมทอง หนึ่งในนักกีฬาเรือแคนูสลาลอมทีมชาติไทย รู้จักกีฬาเรือพายจากชมรมในโรงเรียน ก่อนจะหลงรักความท้าทายของการพายเรือในสายน้ำเชี่ยว และก้าวเข้าสู่ทีมชาติในที่สุด วันนี้เธอฝึกซ้อมวันละประมาณ 6 ชั่วโมง เพื่อเตรียมรับมือกับสนามที่ต้องอาศัยทั้งความแข็งแกร่ง ไหวพริบ การตัดสินใจ และจิตใจที่มั่นคง โดยตั้งเป้าติด 1 ใน 3 เพื่อคว้าเหรียญรางวัลกลับมาให้ได้

 

 

“ความมั่นใจสำคัญมาก เพราะจะทำให้เราทำท่าต่าง ๆ ได้อย่างเต็มร้อย หนูจะพยายามไม่ให้ตัวเองพลาด และทำให้เต็มที่ที่สุด”

ส่วน “แบงค์” พิตรพิบูล มหาวัฒนางกูร หนึ่งในนักกีฬาเรือแคนูคยัคทีมชาติไทย กำลังจะลงแข่งขันเอเชียนเกมส์เป็นครั้งที่ 2 เขาตั้งใจนำบทเรียนจากการแข่งขันที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งพลาดเหรียญรางวัลไปเพียงเสี้ยววินาที กลับมาแก้ไขจุดอ่อนและเสริมความแข็งแกร่ง เพื่อขยับตัวเองเข้าใกล้เหรียญรางวัลให้ได้มากที่สุด

 

 

 

เส้นทางของแบงค์เริ่มต้นจากคำขอของแม่ที่อยากให้ลูกชายเล่นกีฬา แม้ในวัยเด็กเขายังไม่รู้ว่ากีฬาชนิดนี้จะพาไปได้ไกลเพียงใด แต่กว่า 10 ปีของการฝึกซ้อมได้เปลี่ยนชีวิตของเขาไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งการมีอาชีพ รายได้ และโอกาสดูแลครอบครัว

 

“เมื่อก่อนผมแทบไม่มีอะไร แต่กีฬาเรือพายทำให้ชีวิตดีขึ้น ทำให้ผมมีอนาคตอย่างที่แม่เคยหวังไว้ ผมรับรู้ถึงการสนับสนุนของ กฟผ. มาตั้งแต่ยังไม่ได้เป็นทีมชาติ จนถึงวันนี้ กฟผ. ก็ยังคอยผลักดันอยู่เบื้องหลัง เอเชียนเกมส์ครั้งนี้ทุกคนเตรียมตัวกันอย่างเต็มที่ ฝากคนไทยเป็นกำลังใจให้นักกีฬาไทยทุกคนด้วย ส่วนผมจะทำผลงานให้ดีที่สุดครับ”

 

 

เบื้องหลังความมุ่งมั่นของนักกีฬาคือระบบฝึกซ้อมและทีมงานที่ร่วมกันวางรากฐานอย่างต่อเนื่อง พลเรือโท นฤพล เกิดนาค นายกสมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้นักกีฬามีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ โดยทีมแคนูสลาลอมได้ฝึกซ้อมในสนามจำลองที่ใกล้เคียงกับสนามแข่งขันจริงในนาโกย่า พร้อมได้อดีตแชมป์โลกชาวสเปนเข้ามาช่วยพัฒนาทักษะ จนสถิติของนักกีฬาดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

 

“หัวใจสำคัญไม่ได้มีเพียงความแข็งแกร่ง แต่ยังรวมถึงความมั่นใจว่าเราสามารถเอาชนะได้ เราจึงนำหลักจิตวิทยามาช่วยหล่อหลอมให้นักกีฬามีหัวใจของนักสู้ พร้อมลงสนามเพื่อคว้าชัยชนะกลับมาให้ประเทศไทย ตลอดเส้นทางนี้ กฟผ. อยู่เคียงข้างสมาคมฯ มาตั้งแต่ปี 2555 ตั้งแต่การจัดการแข่งขันเพื่อค้นหานักกีฬารุ่นใหม่ การพัฒนาผู้ฝึกสอนและบุคลากร ไปจนถึงการสนับสนุนสถานที่ฝึกซ้อม สนาม และที่พัก”

 

เพราะนักกีฬาทีมชาติไม่ได้ถือกำเนิดขึ้นในวันคัดตัว แต่เติบโตจากโอกาสที่ได้ลอง ได้แข่งขัน และได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง การสนับสนุนของ กฟผ. จึงไม่ใช่เพียงงบประมาณ หากคือการร่วมสร้างเส้นทางให้นักกีฬาระดับเยาวชนเติบโตสู่ทีมชาติ และสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ประเทศไทย

 

ชวนคนไทย เชียร์ทัพไทยในเอเชียนเกมส์ 2026

 

เสียงเชียร์อาจไม่ได้ช่วยยกบาร์เบลแทนนักกีฬา และไม่ได้ทำให้เรือแล่นเร็วขึ้นในทันที แต่ทำให้คนที่กำลังต่อสู้อยู่ในสนามสัมผัสและรับรู้ได้ว่าพวกเขาไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง

 

เอเชียนเกมส์ครั้งนี้ กฟผ. ขอร่วมส่งกำลังใจให้นักกีฬายกน้ำหนัก นักกีฬาเรือพาย และทัพนักกีฬาไทยทุกคน พร้อมชวนคนไทยร่วมเชียร์นักกีฬาไทยในศึกเอเชียนเกมส์ 2026 โดยทัพยกน้ำหนักไทยจะลงสนามตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2569 เป็นต้นไป ส่วนทัพเรือพายไทยจะเริ่มชิงชัยในประเภทเรือกรรเชียง ระหว่างวันที่ 23–24 กันยายน 2569 ประเภทเรือแคนูคยัค วันที่ 23–26 กันยายน 2569 และเรือแคนูสลาลอม วันที่ 29 กันยายน–2 ตุลาคม 2569

 

เพราะทุกแรงใจ คือพลังสำคัญที่ช่วยให้นักกีฬาก้าวลงสนามอย่างมั่นใจ และมุ่งทำผลงานอย่างเต็มที่ เพื่อคว้าเหรียญรางวัลกลับมาฝากคนไทย เพื่อความสุขของคนไทย