วันจันทร์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2569, 05.25 น.
สนข.เร่งทำแผนโครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคม
นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยภายในงานสัมมนาสื่อโดยนำสื่อมวลชนลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ทั้งนี้ โครงข่ายทั้งหมดกับศักยภาพของพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดจันทบุรี มีความสำคัญการค้า การท่องเที่ยว และการขนส่งสินค้าในภาคตะวันออก อย่างไรก็ตาม สนข. ใน โครงการศึกษาการจัดทำ Model การพัฒนาโครงข่ายการคมนาคมในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางและภาคใต้ เชื่อมโยงกับพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภายใต้กรอบ GMS ซึ่งครอบคลุมจังหวัดในภาคตะวันออก รวมถึงจังหวัดจันทบุรี โดย สนข. ได้ลงพื้นที่รับฟังข้อมูลจากภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการเกี่ยวกับสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม ปริมาณและรูปแบบการขนส่ง ต้นทุนการขนส่ง จุดหมายปลายทาง ตลอดจนศักยภาพและข้อจำกัดของพื้นที่ เพื่อนำไปประกอบการจัดทำแนวทางพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านคมนาคมที่เชื่อมโยงการขนส่งแต่ละรูปแบบอย่างเป็นระบบ
อย่างไรก็ตาม สำหรับในปี 2570 สนข.มีแผนที่จะดำเนินการ 3โครงการ โดยมีงบประมาณเพื่อดำเนินการศึกษาภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายปี 2570 กรอบวงเงินศึกษาจ้างที่ปรึกษา 252 ล้านบาท ประกอบด้วย การจัดการเดินรถ, การทำ CFO เพื่อลดก๊าซเรือนกระจก, และ การพัฒนาพื้นที่รอบสถานี (TOD) สำหรับโครงการด้านการบริหารจัดการเดินรถและระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อจัดทำ แผนปฏิบัติการด้านการขับเคลื่อนและส่งเสริมการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อยกระดับความสะดวกและแก้ปัญหาการเดินทางในเมือง เพื่อลดความทับซ้อนของเส้นทางและเพิ่มความถี่ในการให้บริการ การพัฒนาระบบ Feeder ขนส่งผู้โดยสาร ซึ่งเฟสแรกสนข.ได้ดำเนินการไปแล้ว 30 เส้นทาง โดยกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) จะเป็นผู้ดำเนินการต่อทั้งหมด 111เส้นทาง /โครงการศึกษาและจัดทำ Carbon Footprint for Organization (CFO) เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย Net Zero และแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ (พ.ศ. 2564–2573) และโครงการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน (TOD)สนข. อยู่ระหว่างกระบวนการเสนอร่าง พ.ร.บ. การพัฒนาพื้นที่ในและโดยรอบโครงสร้างพื้นฐานทางราง
นอกจากนี้ สนข. ได้ดำเนินงานด้านการพัฒนาเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าผลไม้ผ่านโครงการ MR-Map เส้นทางแหลมฉบัง–หนองคาย โดยมีแนวคิดในการกำหนดสถานี Container Yard (CY) เพื่อรองรับปริมาณการขนส่งสินค้าผลไม้ในพื้นที่ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และสระแก้ว
ซึ่งสะท้อนแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งด้วยการเชื่อมโยงโครงข่ายหลายรูปแบบ และเพิ่มทางเลือกในการขนส่งสินค้าออกจากแหล่งผลิตไปสู่ตลาดปลายทาง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของพื้นที่ภาคตะวันออก สนข. ยังขับเคลื่อนการพัฒนาระบบการจราจรและขนส่งอัจฉริยะ ในพื้นที่ EEC โดยพัฒนาระบบ ITS EEC Web Application เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์และบริหารจัดการจราจร ตลอดจนจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาระบบการจราจรและขนส่งอัจฉริยะ ซึ่งกำหนดเป้าหมายการลงพื้นที่ เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรอย่างน้อย 24 จุดภายในปีงบประมาณ 2570 โดยในปี 2569 ได้ดำเนินการแล้ว 8 จุด แบ่งเป็นพื้นที่เมืองพัทยา 4 จุด และเมืองระยอง 4 จุด
ทั้งนี้ สนข. ได้จัดทำแผนปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่ง ระยะเร่งด่วน พ.ศ. 2569 (Action Plan) เพื่อเร่งรัดและขับเคลื่อนการพัฒนาด้านคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ของประเทศภายใต้แผนปฏิบัติ การด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2566–2570) และระยะที่ 2 (พ.ศ. 2571–2580) โดยมีโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการฯ จำนวน 34 โครงการ กรอบวงเงินลงทุนรวม 1,318,327.68 ล้านบาท