วันพุธ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2569, 20.41 น.
“พิพัฒน์” เร่งแก้ปัญหากระเป๋าสัมภาระตกค้างสุวรรณภูมิ
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเร่งแก้ปัญหากระเป๋าสัมภาระตกค้างและล่าช้า โดยมีผู้บริหารที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม ทั้งนี้ จากสถานการณ์อุทกภัยในกรุงเทพมหานครและพื้นที่โดยรอบ ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการให้บริการภาคพื้นของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการภาคพื้น (Ground Handling Agent: GHA) ไม่สามารถเดินทางมาปฏิบัติงานได้ตามปกติ จนเกิดภาวะขาดแคลนกำลังพลและอุปกรณ์ภาคพื้นไม่เพียงพอให้บริการ ส่งผลกระทบต่อกระบวนการปฏิบัติงานภาคพื้น ทั้งการให้บริการเที่ยวบินขาออกและการขนถ่ายสัมภาระของเที่ยวบินขาเข้า ทำให้เที่ยวบินขาออกบางเที่ยวบินเกิดความล่าช้า และผู้โดยสารขาเข้าต้องรอรับสัมภาระนานกว่าปกติ
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ในการลงพื้นที่เพื่อติดตามการเร่งแก้ปัญหากระเป๋าสัมภาระผู้โดยสารตกค้างตั้งแต่วันที่ 26 - 28 กันยายน 2569 ประมาณ 10,000 ใบ โดยขั้นต้นทาง ทอท. และ กระทรวงกลาโหม ได้สนับสนุนกำลังพล เข้าไปช่วยเหลือทาง บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน 130 นาย เพื่อช่วยในการคัดแยก ขนถ่าย และลำเลียงสัมภาระที่ตกค้างใน Sorting Area พร้อมเตรียมเพิ่มกำลังพลอีก 100 นาย รวมทั้งสิ้น 230 นาย เพื่อช่วยให้กระบวนการคัดแยกและลำเลียงสัมภาระให้เป็นไปอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ในส่วนของคลังสินค้า (Cargo) ได้มีการประชุมหารือ โดยกระทรวงฯ เตรียมสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่อุปกรณ์ และจัดพื้นที่รองรับสินค้า เพื่ออํานวยความสะดวกด้านการรับ-ส่ง และเร่งระบายสินค้าให้คล่องตัวขึ้น
สำหรับการรับสัมภาระ ทอท. ได้จัดพื้นที่และเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร เพื่อให้การค้นหาและส่งมอบสัมภาระเป็นไปอย่างเป็นระบบ รวมทั้งประสานบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อสนับสนุนการรับและจัดส่งสัมภาระไปยังผู้โดยสาร กรณีที่ไม่สามารถรอรับสัมภาระณ ท่าอากาศยานได้
นอกจากนี้ ได้สนับสนุนการจัดสรรหลุมจอดอากาศยานให้กับสายการบินไทย เพื่อลดผลกระทบด้านปฏิบัติการบิน โดยการให้บริการเที่ยวบินและการดำเนินงานด้านอื่น ๆ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยังคงเป็นไปตามปกติ
นายพิพัฒน์ ได้กำชับการบินไทยและทุกหน่วยงานเร่งช่วยเหลือและเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากเที่ยวบินยกเลิก เที่ยวบินล่าช้า และสัมภาระล่าช้า พร้อมสื่อสารข้อมูลอย่างชัดเจน รวดเร็ว และเพิ่มช่องทางการสื่อสาร เพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นแก่ผู้โดยสารและประชาชน โดยสั่งการให้ ทอท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานความคืบหน้าทุก 8 ชั่วโมง ทั้งสถานะและจำนวนสัมภาระตกค้าง การบริหารจัดการเที่ยวบินของการบินไทย และ Cargo เพื่อเร่งฟื้นฟูการให้บริการกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด