วันอังคาร ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2569 20:28 น.

เศรษฐกิจ

สนข. เล็งใช้เทคโนโลยี “Navilens” ช่วยคนตาบอดนำร่อง 15แห่ง มี.ค.70

วันศุกร์ ที่ 02 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 11.22 น.

สนข. เล็งใช้เทคโนโลยี “Navilens” ช่วยคนตาบอดนำร่อง 15แห่ง มี.ค.70

 

นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยภายหลัง เป็นประธานเปิดการสัมมนาเพื่อแนะนำโครงการศึกษาวิเคราะห์ปัจจัยและผลกระทบสำหรับการพัฒนา บริหารจัดการ และประเมินผล เพื่อจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกในระบบบริการขนส่งสำหรับทุกคน มุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของประเทศไทย ว่าสนข.มีเป้าหมายหลักของโครงการนี้คือการเปิดให้ประชาชนทุกคน โดยเฉพาะผู้พิการและผู้สูงอายุ สามารถเข้าถึงระบบบริการขนส่งสาธารณะได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และเท่าเทียมตามหลักการ Universal Design ภายใต้ 5 ด้านการดำเนินงานสำคัญคือ  ระบบฐานข้อมูลกลาง พัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านการติดตาม ตรวจประเมินผลการจัดสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลกลางของกระทรวงคมนาคมในการกำกับมาตรฐาน UD  /เครื่องมือตรวจประเมินและแอปพลิเคชัน: พัฒนาแบบตรวจประเมิน (Checklist) สำหรับสถานีรถไฟฟ้า สถานีขนส่ง สนามบิน และท่าเรือ /การดำเนินการสำรวจตรวจประเมินสถานีบริการขนส่งทั้งทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ รวม 630 แห่งทั่วประเทศ /การจัดเก็บข้อมูลปัญหาการเข้าถึงโดยรวบรวมข้อมูลปัญหาอุปสรรคในการเข้าถึงสถานีต่างๆ /และการนำเทคโนโลยี “Navilens” มาทดลองใช้ในพื้นที่นำร่อง สนข. ได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายคนพิการในการคัด 15 จุดที่เป็นจุดสำคัญหรือจุดที่มีปัญหา (Pain Point) ในการเข้าถึงของคนพิการ (เช่น สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ จุดเชื่อมต่อสถานีวงเวียนใหญ่ สนามบิน และสถานีรถไฟฟาต่างๆ) เพื่อนำเทคโนโลยี Navilens ซึ่งเป็นคิวอาร์โค้ดรูปแบบพิเศษมาติดตั้งนำร่อง  

 

 

      

นายจิรโรจน์ กล่าวว่า  สำหรับโครงการนำร่อง 15 แห่งนี้ ทาง สนข. ได้ร่วมมือกับเครือข่ายคนพิการร่วมกันคัดเลือกจุดวิกฤตเพื่อเข้ามาช่วยเหลือ และคาดว่าในส่วนของสถานีนำร่องทั้ง 15 แห่งนี้ ได้ ภายในเดือนมีนาคม2570 ทั้งนี้ หากดำเนินโครงการนำร่องแล้วเสร็จ ทาง สนข. จะทำการประเมินข้อดีข้อเสียเพื่อเตรียมขยายผลต่อไป เนื่องจากในปัจจุบันประเทศไทยมีกลุ่ม Startup หลายรายที่พร้อมเข้ามาช่วยส่งเสริมการเข้าถึงของคนพิการทางสายตาเช่นกัน แม้การขยายผลให้ครอบคลุมทั้งหมดจะต้องอาศัยระยะเวลาและการต่อยอดอย่างต่อเนื่อง แต่โครงการนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นครั้งสำคัญในการแก้ปัญหาอย่างตรงจุด