วันอังคาร ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 09.52 น.
ทช.เปิดสะพานข้ามแม่น้ำปากพนัง ปลายปี69
นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า กรมทางหลวงชนบท ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลและนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคการคมนาคมขนส่ง ยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค สำหรับในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชนั้น ปัจจุบัน ทช. มีหลายโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง โดยมีหนึ่งโครงการที่ใกล้จะดำเนินการแล้วเสร็จ อย่างโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำปากพนัง อำเภอปากพนัง

จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งปัจจุบันการก่อสร้างเดินหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 91 ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการก่อสร้างราวสะพาน แผ่นปิดฐานราก และก่อสร้างถนนต่อเชื่อมโครงการบางส่วน โดยสะพานดังกล่าวคาดว่าจะดำเนินการ แล้วเสร็จสมบูรณ์และเปิดให้ประชาชนได้ใช้สัญจรได้ในปี 2569 นี้
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาประชาชนชาวตำบลบางศาลา และตำบลปากแพรก ได้รับความเดือดร้อนจากการเดินทางระหว่างตำบลมายาวนานกว่าทศวรรษ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวนั้นมีประชาชนอาศัยอยู่ประมาณ 2,000 ครัวเรือน หรือราว 4,000 คน ที่ต้องเดินทางอ้อมเป็นระยะทางกว่า 40 กิโลเมตร จึงส่งผลกระทบทั้งเรื่องเวลาของการเดินทาง การใช้พลังงาน และการขนส่งที่เป็นไปอย่างล่าช้า ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ใช้ทางทั้งสองตำบลสามารถสัญจรได้อย่างสะดวกรวดเร็วปลอดภัยทันเวลา อาทิ การไปติดต่อหน่วยงานราชการ ทั้งองค์การบริหารส่วนตำบลปากแพรก องค์การบริหารส่วนตำบลบางศาลา โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านมะขามเรียง และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านบางศาลา รวมไปถึงช่วยส่งเสริมการขนส่งสินค้าทางการเกษตรและสินค้าทางการประมงของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม ทช. จึงได้ดำเนินการก่อสร้างสะพานดังกล่าว เชื่อมระหว่างตำบลบางศาลา และตำบลปากแพรก โดยสร้างเป็นงานก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก ความยาว 270 เมตร ความกว้าง 9 เมตร พร้อมก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กต่อเชื่อมสะพานขนาด 2 ช่องจราจร ความกว้าง 6 เมตร ความยาว 1,495 เมตร ซึ่งรวมระยะทางดำเนินการทั้งโครงการเป็น 1,765 เมตร นอกจากนี้ยังมีงานติดตั้งป้ายจราจรเครื่องหมายอำนวยความปลอดภัยเเละระบบไฟฟ้าแสงสว่างให้แก่ผู้ใช้เส้นทาง โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างรวม 158.060 ล้านบาท นอกจากนี้ ในวันที่ 30 ตุลาคม 2569 จะมีการจัดประชุมการมีส่วนร่วมภาคประชาชน ครั้งที่ 3 เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบความคืบหน้าของโครงการฯ ในภาพรวม พร้อมขอบคุณประชาชนที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการอุทิศที่ดินเพื่อก่อสร้างสะพานแห่งนี้อีกด้วย

สำหรับสะพานแห่งนี้ ประชาชนทั้งสองตำบลได้มีมติร่วมกันในการตั้งชื่อสะพานว่า “สะพานปากแพรก-บางศาลา” ซึ่งมีที่มาจากชื่อของทั้งสองตำบลร่วมกัน ให้เป็นสัญลักษณ์ไว้ว่าทั้งสองตำบลได้เชื่อมโยงโครงข่ายทั้งสองฝั่งน้ำเข้าด้วยกันเรียบร้อยแล้ว เป็นการนำความเจริญไปสู่ชุมชนและเป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีขั้นพื้นฐานให้กับประชาชน