วันอังคาร ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 11:10 น.

เศรษฐกิจ

“คมนาคม ”เร่งเครื่องทางคู่ - ไฮสปีดไทย - จีน ดันผุดสะพานรถไฟข้ามโขงแห่งใหม่ รับการค้าอีสานสู่ตลาดโลก

วันอังคาร ที่ 03 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569, 09.20 น.

“คมนาคม ”เร่งเครื่องทางคู่ - ไฮสปีดไทย - จีน ดันผุดสะพานรถไฟข้ามโขงแห่งใหม่ รับการค้าอีสานสู่ตลาดโลก

 

 

 

นายพิพัฒน์  รัชกิจประการ  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม  เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ จังหวัดอุดรธานี พร้อมทั้งประชุมสรุปผลการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่วานนี้ ก่อนจะเดินทางต่อไปยังสถานีรถไฟหนองคาย ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อการขนส่งสินค้าระหว่าง สปป. ลาว และไทย เพื่อเตรียมรองรับการขนส่งสินค้าจากจีนตอนใต้ผ่าน สปป. ลาว เข้ามายังประเทศไทยและต่อไปยังท่าเรือแหลมฉบัง 

ปัจจุบัน สปป. ลาว เป็นประเทศเส้นทางผ่านกลางในการขนส่งสินค้าระหว่างอาเซียนกับจีน โดยสินค้าไทยที่ส่งออกไปจีนส่วนใหญ่เป็นผลไม้ เช่น ทุเรียน ซึ่งได้รับความนิยมและสร้างมูลค่าสูงถึงหลักแสนล้านบาท ในขณะเดียวกันก็มีการขนส่งสินค้าจากจีนตอนใต้ผ่าน สปป. ลาว มายังหนองคายเพื่อลงเรือที่แหลมฉบัง ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและต้นทุนได้มากกว่าการขนส่งทางถนนภายในประเทศจีนที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ 

 

 

สำหรับความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เฟสที่ 1 (กรุงเทพฯ - โคราช) มีความคืบหน้าไปมาก แต่ติดปัญหาในสัญญาบางช่วงที่ไปพ่วงกับรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ทางกระทรวงคมนาคมจึงมีแนวทางที่จะแยกสัญญาออกมาเป็นเพื่อให้การก่อสร้างดำเนินการได้เร็วขึ้น โดยช่วงกรุงเทพฯ - นครราชสีมา (โคราช)  คาดว่าจะแล้วเสร็จได้  ซึ่งในส่วนนครราชสีมา (โคราช ) -หนองคาย ตั้งเป้าจัดซื้อจัดจ้างภายในปี 2570 และคาดว่าจะแล้วเสร็จเปิดให้บริการได้ภายในปี 2573 พร้อมกันนี้ยังมีแผนสร้างสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่ เพื่อรองรับทั้งขนาดทาง 1 เมตรและขนาดมาตรฐาน 1.43 เมตร ควบคู่ไปกับการพัฒนารถไฟทางคู่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าและรองรับผู้โดยสาร โดยรถไฟความเร็วสูงที่มีความเร็วสูงสุด 250-260 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะช่วยให้การเดินทางจากกรุงเทพฯ ถึงหนองคายใช้เวลาเพียงประมาณ 5 ชั่วโมง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและเป็นที่นิยมในการเดินทางข้ามภูมิภาค นอกจากนี้ยังมีการหารือร่วมกับประเทศจีน (China Railway) ซึ่งเป็นผู้สร้างเส้นทางรถไฟจากจีนมาถึงเวียงจันทน์ เพื่อใช้เป็นข้อมูลและกรอบความร่วมมือในการผลักดันโครงการระบบรางของไทยให้เชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ รวมถึงการเจรจากับรัฐบาล สปป. ลาว ในเรื่องสัดส่วนการลงทุนก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่ตามช่วงความยาวของแม่น้ำโขงของแต่ละประเทศ เพื่อผลักดันให้โครงการทั้งหมดบรรลุเป้าหมายตามแผนงานที่วางไว้

 

 “รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมที่เชื่อมโยงกันทั้งระบบ โดยเฉพาะจังหวัดหนองคาย ซึ่งมีศักยภาพเป็นประตูการค้าสำคัญเชื่อมประเทศไทยกับ สปป.ลาว และจีน กระทรวงคมนาคมจึง มีแผนผลักดันโครงข่ายรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง ควบคู่กับการพัฒนาศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าและสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำโขง เพื่อเชื่อมการขนส่งจากท่าเรือแหลมฉบังและมาบตาพุด ผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปยัง สปป.ลาว และจีนตอนใต้ ลดต้นทุนโลจิสติกส์ เพิ่มโอกาสทางการค้าและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ”

 

 สำหรับโครงการสำคัญ ประกอบด้วย รถไฟทางคู่ช่วงขอนแก่น - หนองคาย ระยะทาง 167 กิโลเมตร ตั้งเป้าเปิดให้บริการปี 2571 และ รถไฟความเร็วสูงไทย - จีน ช่วงนครราชสีมา - หนองคาย ระยะทาง 357.12 กิโลเมตร ซึ่งคณะรัฐมนตรีอนุมัติในหลักการแล้ว ตั้งเป้าเปิดให้บริการปี 2576 โดยจะพัฒนาสถานีหนองคายให้รองรับการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างประเทศ พร้อมพัฒนาย่านนาทาเป็นศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้า และย่านกองเก็บตู้สินค้า เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าระหว่างระบบรถไฟไทยกับรถไฟลาว - จีน

 

 นอกจากนี้ ยังมีแผนก่อสร้าง สะพานรถไฟข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่ ความยาว 735 เมตร รองรับทั้งรถไฟรางขนาด 1 เมตร และรางมาตรฐาน 1.435 เมตร รวม 4 ทาง โดย รฟท. ออกแบบรายละเอียดแล้วเสร็จ และส่งรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแล้ว เพื่อรองรับการเชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟไทย - ลาว - จีนในอนาคต