เศรษฐกิจ
ครม.ไฟเขียวแต่งตั้ง ปลัดคมนาคม เป็นประธานกรรมการ รฟม.
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
ครม.ไฟเขียวแต่งตั้ง ปลัดคมนาคม เป็นประธานกรรมการ รฟม.
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมิติแต่งตั้งประธานกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการการรถไฟขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ดังนี้
1.นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานกรรมการ รฟม.
2.นายมนตรี เดชาสกุลสม อดีตอธิบดีกรมทางหลวงชนบท เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 และทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 ภายในระยะเวลาที่กำหนด พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตรวจพิจารณาเป็นการล่วงหน้าและปรับแก้ไขชื่อร่างกฎกระทรวงเรียบร้อยแล้วโดยให้กระทรวงคมนาคมรับความเห็นของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปดำเนินการต่อไป การยกเว้นค่าธรรมเนียมดังกล่าว มีขึ้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย.2569 จนเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ กทม. และปริมณฑลครอบคลุมเส้นทางมอเตอร์เวย์หมายเลข 7 (กทม. - บ้านฉาง ตอน กทม. - เมืองพัทยา รวมทางแยกต่าง ๆ และตอนบ้านหนองปรือ - บ้านฉาง) และมอเตอร์เวย์หมายเลข 9 (ถนนวงแหวนรอบนอก กทม. ตอนบางปะอิน - บางพลี) ระหว่างเวลา 12.00 น. ของวันที่ 26 ก.ย.2569 ถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 29 ก.ย.2569
ทั้งนี้ ครม.ยังมีมติอนุมัติมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนผ่านอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน โดยกำหนดค่าแรกเข้าตามสัญญาเดิมไม่เกิน 17 บาท และอัตราค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว ไม่มีการคิดค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน ครอบคลุมโครงข่ายรถไฟฟ้าทุกสายในเขต กทม. และปริมณฑล มีระยะเวลาดำเนินมาตรการตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 31 ธ.ค.2570 ตามมติคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน พร้อมมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผน พร้อมกันนี้ ครม.รับทราบประมาณการกรอบวงเงินค่าใช้จ่ายดำเนินมาตรการดังกล่าว วงเงินรวม 5,807 ล้านบาทแบ่งเป็นเงินชดเชยค่าโดยสาร 5,785 ล้านบาท และเงินค่าธรรมเนียมการโอนเงินคืนประชาชนต่อรายการธุรกรรม22 ล้านบาท โดยให้ สนข.เสนอขอรับจัดสรรงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 เพื่ออุดหนุนและบริหารการจ่ายเงินตามจริง ทั้งยังมอบหมายให้ รฟม. และ กทม.รวบรวมข้อมูลปริมาณการเดินทาง รายได้จริง และประเมินปริมาณผู้โดยสารส่วนเพิ่ม (Induced Demand) เป็นเวลา 6 เดือน เพื่อใช้เป็นข้อมูลเจรจาสัดส่วนการแบ่งรายได้จากผู้ประกอบการคืนสู่ภาครัฐอย่างเหมาะสมและเป็นธรรมต่อไป
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่







