วันพฤหัสบดี ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 20:39 น.

เศรษฐกิจ

“สิริพงศ์” แจงปรับปรุงผิวจราจรทางหลวงแผ่นดินในพื้นที่พิษณุโลก 

วันพฤหัสบดี ที่ 05 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569, 17.33 น.

“สิริพงศ์” แจงปรับปรุงผิวจราจรทางหลวงแผ่นดินในพื้นที่พิษณุโลก 

 

 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในประเด็น “แผนงานโครงการก่อสร้างและปรับปรุงผิวจราจรบนทางหลวงแผ่นดิน จังหวัดพิษณุโลก” ซึ่งกระทรวงคมนาคม ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างและปรับปรุงผิวจราจร  บนทางหลวงแผ่นดินในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่เกิดจากถนนชำรุด เป็นหลุมเป็นบ่อ หรือพื้นผิวถนนไม่เรียบ เพิ่มความสะดวก คล่องตัวในการจราจร  ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ลดการสึกหรอของยานพาหนะและค่าซ่อมบำรุง เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งผลผลิตทางการเกษตร โดยมีรายละเอียด ดังนี้

 

ทล.1275 (สายมะขามสูง - พญาแมน) เป็นเส้นทางเชื่อมโยงระหว่างอำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ผ่านอำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก ไปบรรจบ ทล.117 เพื่อเข้าสู่อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ระยะทางประมาณ 38.981 กิโลเมตร เส้นทางสายนี้คู่ขนานกับแม่น้ำน่าน และ ทล.11 เป็นเส้นทางหลักของประชาชนในพื้นที่สำหรับการขนส่งสินค้าการเกษตร สภาพเส้นทางปัจจุบัน ครึ่งหนึ่งของทางสายนี้ได้ขยายเป็น 4 ช่องจราจรแล้ว (18.113 กิโลเมตร) แบ่งเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ช่วงแรก ระยะทาง 11.122 กิโลเมตร ตั้งแต่อำเภอเมืองพิษณุโลก ถึงเทศบาลตำบลพรหมพิราม ช่วงที่ 2 ระยะทาง 2.200 กิโลเมตร ตั้งแต่บ้านมะต้อง ถึงบ้านป่าสัก อำเภอพรหมพิราม และช่วงที่ 3 ระยะทาง 4.791 กิโลเมตร ตั้งแต่บ้านหนองตม ถึงบ้านคลองมะเกลือ อำเภอพรหมพิราม ทั้งนี้ยังมีช่วงที่ขยายไหล่ทางให้เป็นมาตรฐานทางชั้น 1 อีก 8.050 กิโลเมตร คือ ช่วงระหว่างชุมชนพรหมพิราม ถึงบ้านมะต้อง ปัจจุบันยังสามารถรองรับปริมาณจราจรได้ดี และยังมีระยะทางที่ยังไม่ได้ปรับปรุงอีก 12.818 กิโลเมตร ช่วงปลายสายทาง ซึ่งกระทรวงคมนาคมจะพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการตามความเหมาะสมต่อไป 

 

สำหรับ ทล.1309 ตอน ป่าแดง - หนองตม ระยะทาง 15.450 กิโลเมตร เป็นเส้นทางเชื่อมชุมชนบ้านหนองตม ไปบรรจบ ทล.11 พิษณุโลก - อุตรดิตถ์ ผ่านพื้นที่เกษตรกรรม เรือกสวนไร่นาตลอดสองข้างทาง สภาพปัจจุบันเป็นถนน 2 ช่องจราจร มาตรฐานทางชั้น 4 ยังสามารถรองรับปริมาณจราจรได้ดี แต่มีสภาพผิวทางชำรุดเสียหายบางช่วง ซึ่งกระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวง (ทล). ได้รับจัดสรรงบประมาณปีงบประมาณ 2570 เพื่อบูรณะผิวทางแอสฟัลต์ ระหว่างกม. ที่ 6+800 - 8+555 งบประมาณ 14.90 ล้านบาท เมื่อบูรณะแล้วเสร็จคาดว่าจะเป็นการเพิ่มคุณภาพการให้บริการแก่ประชาชนผู้ใช้ทาง และผู้อาศัยสองข้างทางได้ดีขึ้น

 

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ทล.1310 ตอน ทับยายเชียง - พรหมพิราม ระยะทาง 15.593 กิโลเมตร เป็นเส้นทางเชื่อมชุมชนตลาดพรหมพิรามไปบรรจบ ทล.11 พิษณุโลก - อุตรดิตถ์ ซึ่งผ่านพื้นที่เกษตรกรรมของประชาชน ปัจจุบันสภาพเป็นถนน 2 ช่องจราจร มาตรฐานทางชั้น 4 ซึ่งยังสามารถรองรับปริมาณจราจรได้ดี อย่างไรก็ตาม เส้นทางสายนี้มีลักษณะเป็นทางตรงยาว มีโอกาสที่ผู้ขับขี่จะใช้ความเร็วสูง เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ กระทรวงคมนาคม โดย ทล. จะเก็บข้อมูลความเร็ว และสถิติการเกิดอุบัติเหตุในสายทางเพิ่มเติม หากตรวจพบจะพิจารณาติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย ป้ายเตือน ป้ายบังคับ ตามจุดเสี่ยงในสายทาง รวมถึงการพิจารณาปรับปรุงทางแยกในช่วงปลายทาง บริเวณชุมชนหนองมะคัง เพื่อให้ผู้ใช้ทางมีความปลอดภัยในการเดินทางด้วย

 

    สำหรับการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงทั้ง 3 เส้นทางนี้ ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นเรื่องความปลอดภัยและการแก้ปัญหาการจราจรในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนการขนส่งสินค้าเกษตร เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในจังหวัดพิษณุโลกและภูมิภาคใกล้เคียงอย่างยั่งยืน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการทำงานเชิงรุกของกระทรวงคมนาคมเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน