วันเสาร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 17:36 น.

เศรษฐกิจ

OR ส่งซิกราคาน้ำมันปี 2570 มีโอกาศลดลง 

วันเสาร์ ที่ 07 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569, 14.38 น.

OR ส่งซิกราคาน้ำมันปี 2570 มีโอกาศลดลง 

 

OR คาดราคาน้ำมันปี 2570 มีโอกาศลดลง  ขณะที่ธุรกิจในกัมพูชายังอยู่ระหว่างพิจารณาเดินต่อหรือขายกิจการ ระบุกองทุนน้ำมันฯ ยังค้างชำระหนี้ OR เกือบ 2 หมื่นล้าน แต่ยังไม่กระทบสภาพคล่อง แนะรัฐรักษาสมดุลกองทุนฯ และช่วยผู้ใช้น้ำมัน

นายนิสิต พงษ์วุฒิประพันธ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านกลยุทธองค์กรบริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า จากการประเมินแนวโน้มราคาน้ำมันของผู้ประกอบการธุรกิจน้ำมันในหลายประเทศ มองว่าราคาน้ำมันจะต้องปรับตัวลดลงแต่คงไม่ลดลงไปสู่ระดับต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดสงครามสหรัฐฯ และอิหร่าน 

 

 

 

ทั้งนี้ในเบื้องต้นมองเป็น 3 กรณี ได้แก่ กรณีที่ 1. ราคาน้ำมันจะปรับตัวลดลงก่อนเกิดสงครามจนถึงเดือน ก.พ. 2570 โดยราคาจะอยู่ประมาณ 70-80 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล กรณีที่ 2 มองว่าราคาน้ำมันจะทรงตัว (บวก-ลบ) ประมาณ 90 เหรียญสหรัฐฯ บาร์เรล และกรณีที่ 3 ราคาน้ำมันจะทรงตัวระดับปัจจุบัน 90-100 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล 

นายนิสิต  กล่าวว่า ขณะที่ความต้องการใช้น้ำมันในประเทศไทยช่วงไตรมาส 4 ปี 2569 คาดว่าจะเติบโตขึ้นจากไตรมาส 3 เนื่องจากช่วงไตรมาส 4 และ 1 ของทุกปีจะเป็นช่วงไฮซีซั่นที่มีการเดินทางท่องเที่ยวรับเทศกาลปลายปีและต้นปี ส่วนแนวโน้มความต้องการใช้น้ำมันปี 2570 ยังขึ้นอยู่กับทิศทางราคาน้ำมันโลก ซึ่งหากราคาน้ำมันกลับสู่ภาวะปกติที่ประมาณ 60-70 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว ก็จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการใช้น้ำมันในปี 2570 

โดยประเทศไทยยังมีภาระการชดเชยราคาน้ำมันผ่านกลไกกองทุนน้ำมันที่ปัจจุบันติดลบกว่า 1 แสนล้านบาท ยังเป็นปัจจัยที่ภาครัฐต้องบริหารจัดการให้เกิดความสมดุลทั้งการลดภาระผู้บริโภคควบคู่กับการดูแลผลกระทบราคาน้ำมันในประเทศ ซึ่งปัจจุบันกองทุนฯ ยังติดหนี้ OR เกือบ 2 หมื่นล้านบาท แม้จะไม่ได้กระทบต่อสภาพคล่องโดยรวมแต่ก็มีภาระดอกเบี้ยที่ต้องชำระ 

สำหรับกรณีที่กระทรวงพลังงานปรับโครงสร้างราคาน้ำมันโดยตัดต้นทุนทิพย์ออกนั้น เบื้องต้นมีผลกระทบต่อผู้ค้าน้ำมัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับโรงกลั่นเพื่อปรับลดต้นทุนน้ำมันให้สะท้อนกับการปรับสูตรโครงสร้างราคาน้ำมันที่เปลี่ยนแปลงไปภายใต้นโยบายรัฐ

อย่างไรก็ตามส่วนความคืบหน้าธุรกิจในกัมพูชานั้น OR อยู่ในกระบวนการตัดสินใจว่าจะยกเลิกกิจการ หรือดำเนินธุรกิจต่อไป หลังจากยอดขายน้ำมันค้าปลีกผ่านสถานีบริการ PTT Stations ในกัมพูชา ลดลงอย่างรุนแรงหรือหายไป 70% และคาเฟ่อเมซอนยอดขายก็หายไป 70% เช่นกัน จากเดิมมีปั๊มอยู่ประมาณ 200 แหล่ง ปัจจุบันเหลือไม่ถึง 100 แห่ง ซึ่งเป็นผลจากดีลเลอร์ท้องถิ่นทยอยเปลี่ยนแบรนด์ ทั้งนี้การจะตัดสินใจว่าจะยกเลิกกิจการหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความคุ้มค่าในการขายกิจการ ขณะที่หากตัดสินใจดำเนินธุรกิจต่อจะต้องมีแนวทางรองรับไม่ให้เกิดการขาดทุน