วันจันทร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2564 01:03 น.

การเงิน หุ้น

LEO โตสนั่น! Q1/64 กำไรพุ่งแตะ 191%

วันศุกร์ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 09.48 น.

LEO โตสนั่น! Q1/64 กำไรพุ่งแตะ 191%

อานิสงส์ปริมาณขนส่งสินค้า - ค่าระวางพุ่งแรง

 

บมจ.ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ (LEO) สุดเจ๋ง! เปิดกำไรไตรมาส1/64 กำไรสุทธิพุ่งแตะ 27.1  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 191% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 473.9 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 108%  จากไตรมาส1/63 เนื่องจากปริมาณความต้องการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น ดันค่าระวางปรับตัวขึ้นแรง ฟาก "เกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์" ซีอีโอ ระบุเดินหน้าขยายพื้นที่ LEO Self Storage และ Container Depot เพิ่ม พร้อมขยายบริการกับพันธมิตรรายใหม่กับ China Post    ต่อยอดธุรกิจขนส่งสินค้า E-commerce ระหว่างประเทศ หนุนผลงานปีนี้ทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่

นายเกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LEO เปิดเผยว่าภาพรวมผลการดำเนินงานในงวดไตรมาส1/2564 บริษัทฯมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 27.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 191% จากงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิเท่ากับ 9.3 ล้านบาท ขณะที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 473.9  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 108% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้รวมเท่ากับ 228.1 ล้านบาท

ปัจจัยที่สนับสนุนให้ผลการดำเนินงานปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากปริมาณและความต้องการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ค่าระวางในการขนส่งสินค้ายังคงปรับตัวสูงขึ้น รวมทั้งบริษัทมีประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายได้ดี ทำให้สามารถบริหารอัตรากำไรขั้นต้นได้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี

"ในไตรมาส1/2564 บริษัทฯ ยังคงสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรในระดับที่ดี เนื่องจากธุรกิจโล   จิสติกส์ยังมีแนวโน้มเป็นขาขึ้น   เพราะความต้องการขนส่งสินค้าทั้งทางเรือและทางอากาศของผู้นำเข้าหรือส่งออกยังมีปริมาณสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ ไตรมาสที่ 3 และ 4 ของปีที่แล้ว เนื่องจากปริมาณความต้องการขนส่งสินค้าทั่วโลกสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ  อีกทั้ง อัตราค่าระวางทั้งทางเรือ ทางอากาศ ก็ยังคงอยู่ในระดับที่สูง และคาดว่าจะยืนสูงไปได้ถึงครึ่งแรกของปีนี้" 

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าวอีกว่า บริษัทฯ  ตั้งเป้าหมายรายได้ปีนี้เติบโต 20 - 25% จากการดำเนินธุรกิจปกติ ซึ่งยังไม่นับรวมการรับรู้รายได้จากการร่วมทุนกับพันธมิตรรายใหม่ ที่จะสนับสนุนให้บริษัทฯ มีรายได้เติบโตทำสถิติสูงสุดได้ต่อเนื่อง 

และเมื่อเร็วๆ นี้ ทางบริษัทฯ เซ็นสัญญาร่วมมือทางธุรกิจและเป็นตัวแทนในประเทศไทยของ China Post Yunnan ภายใต้ China Post Group ซึ่งเป็นบริษัทรัฐวิสาหกิจของประเทศจีนภายใต้การดูแลของรัฐบาลจีนในกรุงปักกิ่ง  ในการพัฒนาธุรกิจการขนส่งสินค้าพัสดุและไปรษณีย์ภัณฑ์ โดยเฉพาะการพัฒนาธุรกิจการขนส่งสินค้า E-commerce ระหว่างประเทศ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็น General Sales Agent (GSA) ของสายการบิน China Postal  Airline ซึ่งให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศจากกรุงเทพไปยังเมืองคุนหมิง ประเทศจีน ด้วยเครื่องบินที่ Boeing 757   การเซ็นสัญญาในการเป็นตัวแทนและพันธมิตรทางธุรกิจกับทาง China Post Group ในครั้งนี้  จะช่วยต่อยอดทางธุรกิจให้กับ LEO ในการพัฒนาธุรกิจการขนส่งสินค้า International/Cross Border E-commerce และธุรกิจการขนส่งสินค้าทางอากาศให้เติบโตขึ้นและทำให้ในปี 2564 บริษัทฯ มีการเติบโตทางรายได้ไม่น้อยกว่า 40-45% 

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้รับอนุมัติจากการประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่  29 เมษายน ที่ผ่านมา  ให้สามารถเริ่มโครงการบริการห้องเก็บของส่วนบุคคล (Self Storage) แห่งที่ 2  ที่มีพื้นที่เพิ่มอีก 2-3 พันตารางเมตร โดยจะตั้งอยู่ในบริเวณใกล้ย่านเยาวราช หรือ China Town ของกรุงเทพ  ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญของกรุงเทพฯ โดยใช้ชื่อว่า LEO Self Storage China Town 

นอกจากนี้ ทางบริษัทฯ ได้เริ่มโครงการขยายธุรกิจลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์ (Container Depot) แห่งที่ 2  บริเวณ ถนน บางนา-ตราด ขาเข้า กม.21  เพื่อรองรับความต้องการใช้บริการ เนื่องจากปัจจุบันอุตสาหกรรมเผชิญกับภาวะขาดแคลนพื้นที่ให้บริการ  พักตู้สินค้า  คาดว่าสามารถเริ่มดำเนินการได้อย่างช้าไม่เกินไตรมาส 4 ปี 2564    โดยโครงการลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์ แห่งที่ 2 นี้ มีเนื้อที่ 31 ไร่ มีขนาดใหญ่กว่าโครงการที่ 1 ที่มีเนื้อที่ 12.5 ไร่ ประมาณ 2.5 เท่า ซึ่งมีพื้นที่ใหญ่เพียงพอที่จะสามารถทำลานให้บริการตู้ Reefer Container ที่สามารถสร้างรายได้จากบริการ Value Added Services มากกว่าตู้ Dry Container อีกด้วย 

ขณะที่ในปีนี้บริษัทฯ วางงบลงทุนไว้ราว 200 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับการเข้าซื้อกิจการ (M&A) และขยายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการโลจิสติกส์ โดย เร็วๆ นี้คาดว่าจะมีการเจรจาร่วมทุนกับพันธมิตรรายใหม่เพิ่มเติมอีก ดังนั้นน่าจะสนับสนุนการเติบโตในระยะยาวได้เป็นอย่างดี  โดยบริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายยอดขายในปี 2566 จะมีการเติบโตเป็น 2 เท่า หรือ 2,000 ล้านบาท จากปี 2564