“SAV”คาดนำหุ้นเข้าเทรด SET ส.ค.-ก.ย.นี้ ประกาศวางเป้ารายได้โต 40%
กลุ่มสามารถ คอร์ปอเรชั่น ดัน SAV หุ้นวิทยุการบินหนึ่งเดียวเข้าตลาดหุ้นธุรกิจการบินอาเซียนเติบโตแรง ท่องเที่ยว และการลงทุนบูม ลุ้นปีหน้าโตกว่าก่อนโควิดกัมพูชาเตรียมเปิด 3 สนามบินใหม่ เตรียมพร้อมรองรับการท่องเที่ยวโตในอนาคต คาดนำหุ้นเข้าเทรด SET ส.ค.-ก.ย.นี้ ระดมทุนใช้หนี้-รองรับการเติบโต ประกาศวางเป้ารายได้โต 40%
นายวัฒนชัย วิไลลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายพัฒนากลยุทธ์องค์กร และพัฒนาธุรกิจใหม่ บริษัทสามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART เปิดเผยว่า “กลุ่มสามารถ ได้ทำการลงทุนในหลากหลายกลุ่มธุรกิจมามากกว่า 60 ปี โดยในส่วนของธุรกิจด้านการบิน ได้ลงทุนที่ประเทศกัมพูชาตั้งแต่ปี 2545 ผ่าน บมจ.สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ (SAV) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยโดยมีกลุ่มสามารถถือหุ้นในบริษัทฯ 100% ทั้งนี้ SAV เป็นบริษัทเดียวที่ได้รับสัมปทานด้านการให้บริการวิทยุการบินแบบครบวงจรในประเทศกัมพูชา โดยบริษัทฯ ได้ลงทุนในเรื่องของเทคโนโลยีและอุปกรณ์ต่างๆ ตลอดระยะเวลา 21 ปีที่ผ่านมา พร้อมขยายระยะเวลาสัมปทานอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้ครอบคลุมระยะเวลานานถึง 49 ปี ทำให้ธุรกิจของ SAV มีเสถียรภาพอย่างสูง และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ”
.jpg)
นายธีระชัย พงศ์พนางาม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทสามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SAV เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมเข้าขดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไย {SET} โดยคาดว่า ขะเข้าซื้อขายได้ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมหรือต้นเดือนกันยายนนี้ โดยเสนอขายไอพีโอ จำนวนไม่เกิน 224,0,00,000 หุ้น หรือไม่เกิน 35% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทฯ ภายหลังการเสอนขายหุ้นสามัญของบริษัทฯ
อย่างไรก็ตาม SAV ถือเป็นบริษัทโฮลดิ้ง ซึ่งมีธุรกิจแกน คือให้บริการด้านวิทยุการบินอย่างครบวงจร ผ่านบริษัท แคมโบเดีย แอร์ ทราฟฟิค เซอร์วิส จำกัด (CATS) ซึ่ง “SAV” ถือหุ้นใน CATS ในสัดส่วน 100% โดย CATS เป็นผู้ให้บริการเพียงรายเดียวที่ได้รับสัมปทานจากรัฐบาลกัมพูชาตั้งแต่ปี 2545-2594 ในการบริหารจัดการจราจรทางอากาศ ครอบคลุมเส้นทางบินทั้งหมดของน่านฟ้าประเทศกัมพูชา โดยรายได้หลักของ CATS มาจากบริการควบคุมการจราจรทางอากาศ 3 ประเภท ได้แก่ 1.รายได้จากค่าบริการสำหรับเที่ยวบินที่บินขึ้น-ลงในประเทศ (Landing &Take-off : Domestic) 2.เที่ยวบินที่บินขึ้น-ลงระหว่างประเทศ (Landing & Take-off: International) และ 3.รายได้จากค่าบริการสำหรับเที่ยวบินที่บินผ่านเขตน่านฟ้ากัมพูชา (Overflight) โดยปัจจุบัน “SAV” มีสนามบินในกัมพูชา 6 แห่ง ได้แก่ สนามบินนานาชาติพนมเปญ สนามบินนานาชาติเสียมเรียบ สนามบินนานาชาติสีหนุ สนามบินพระตะบอง สนามบินเกาะกง และสนามบินสตึงเตรง
“อุตสาหกรรมเกี่ยวกับการบินกัมพูชา กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง มีการลงทุนสร้างสนามบินนานาชาติใหม่ 3 แห่ง เพื่อรองรับจำนวนนักเดินทางที่คาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ คือ 1.สนามบินนานาชาติพนมเปญแห่งใหม่ ในเฟสแรกสามารถรองรับนักเดินทางได้ถึง 10 ล้านคน 2. สนามบินนานาชาติเสียมเรียบแห่งใหม่ สามารถรองรับนักเดินทางได้ถึง 8 ล้านคน ในเฟสแรก และมีแผนขยายให้สามารถรองรับนักเดินทางได้ถึง 20 ล้านคน ในอนาคต 3.สนามบินนานาชาติดาราสาคร (เกาะกง) ซึ่งเป็นสนามบินนานาชาติแห่งใหม่ที่จะรองรับการเติบโตด้านการท่องเที่ยวของกัมพูชาในอนาคต ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการปลายปีนี้ ทั้งนี้มีบริษัทวิจัยนานาชาติคาดว่าในปี 2567 จำนวนนักเดินทางเข้าออกกัมพูชาจะเพิ่มมากกว่าก่อนโควิด และจำนวนเที่ยวบินในกัมพูชาจะเพิ่มเป็น 134,000 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นจาก 100,000 เที่ยวบินที่คาดการในปี 2566 เนื่องจากการกลับมาของนักท่องเที่ยว และนักธุรกิจ โดยเฉพาะจากประเทศจีนซึ่งน่าจะกลับมาอย่างชัดเจนในต้นปีหน้า โดยล่าสุดจำนวนเที่ยวบินจากประเทศจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง”
“ในปี 2565 SAV มีรายได้รวม เท่ากับ 1,220 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากรายได้รวม 761 ล้านบาท ในปีก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 199.5 โดยหลังจากผ่านพ้นวิกฤติโควิด 19 และมีการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้เศรษฐกิจการท่องเที่ยวทั้งในประเทศกัมพูชาและประเทศในภูมิภาคอาเซียนจะกลับมาเติบโตเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ซึ่ง SAV จะมีผลการดำเนินงานที่กลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจุดเด่นหลักของ SAV คือ 1.เป็นผู้ให้บริการด้านวิทยุการบินอย่างครบวงจร เพียงรายเดียวในกัมพูชา 2.มีรายได้ประจำทั้งจากทุกเที่ยวบินที่ขึ้น-ลงในประเทศกัมพูชา 3.มีรายได้ประจำจากทุกเที่ยวบินที่บินผ่านน่านฟ้ากัมพูชา 4.SAV มีระยะเวลาสัมปทานอีก 29 ปี และมีโอกาสต่ออายุสัมปทานได้อีก 5.ธุรกิจวิทยุการบิน ให้ผลตอบแทนสูง ไม่มีคู่แข่ง 6.การขยายตัวทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของกัมพูชาและอาเซียนมีแนวโน้มเติบโตสูง
นายวัฒนชัย กล่าวสรุปว่า “หาก SAV เข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์จะเป็นการปลดปล่อยศักยภาพของกลุ่มสามารถ เนื่องจาก SAV เป็นบริษัทฯ ที่มีศักยภาพสูง อยู่ในอุตสาหกรรมการบินที่เติบโตสูงและต่อเนื่อง อีกทั้งมีผลการดำเนินงานที่ดี ธุรกิจมีความมั่นคงสูง มีความสามารถในการทำกำไรสูง เป็นธุรกิจที่สามารถเติบโตได้อีก โดย SAV จะเป็นหุ้นวิทยุการบิน หุ้นแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเป็นหุ้นหนึ่งเดียวที่ได้ประโยชน์จากท่องเที่ยว และการลงทุนในอาเซียน”
.jpg)
ทั้งนี้ การระดมทุนดังกล่าวเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ และชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน รวมถึงรับโอกาสในการเติบโตของธุรกิจในอนาคต โดยมีจุดแข็งและศักยภาพธุรกิจที่แข็งแกร่ง ไร้ตู่แข่ง และเป็นผู้ให้บริการวิทยุการบินแห่งเดียวในกัมพูชา พร้อมเติบโตรับอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวที่จะกลับมาเติบโตสูง และมีนโยบายจ่ายเงินปันผลสูงถึง 50% ของกำไรสุทธิ
ในส่วนของภาพรวมรายได้ของ SAV ในปีนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้ปี 2566 เติบโด 40% และระดับประมาณ 1,600 ล้านบาท (49 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) จากปี 65 ที่มีรายได้ 1,220 ล้านบาท (30.70 ล้านเหรียญสหรัฐ) โดยหลังจากผ่านพ้นวิกฤติโควิด 19 และมีการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้เศรษฐกิจการท่องเที่ยวทั้งในประเทศกัมพูชาและประเทศในภูมิภาคอาเซียนจะกลับมาเติบโตเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ซึ่ง SAV จะมีผลการดำเนินงานที่กลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง