วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 16:13 น.

การเงิน หุ้น

LINE BK เดินเกมรุกปี 2569 ต่อยอดบทบาท “Everyday Financial Partner”

วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.15 น.

LINE BK เดินเกมรุกปี 2569 ต่อยอดบทบาท “Everyday Financial Partner”
เสริมความมั่นใจเรื่องเงินในชีวิตประจำวันLINE BK เดินหน้าขับเคลื่อนแผนการดำเนินงานปี 2569 ต่อยอดบทบาท “Everyday Financial Partner”

 เพื่อช่วยให้ลูกค้าจัดการเรื่องเงินได้ง่ายและมั่นใจยิ่งขึ้นบน LINE ท่ามกลางภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนและผันผวน พร้อมเผยจำนวนลูกค้าล่าสุดรวมกว่า 8.4 ล้านราย โดยมุ่งต่อยอดบริการ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ธุรกรรมการเงิน – สินเชื่อ – ซื้อประกัน เพื่อเสริมสภาพคล่อง ลดความเสี่ยง และสนับสนุนให้ลูกค้ารับมือกับความท้าทายทางการเงินได้อย่างรอบคอบ

ธนา โพธิกำจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด กล่าวว่า “LINE BK มุ่งพัฒนาบริการทางการเงินเพื่ออยู่เคียงข้างคนไทยในบทบาท ‘Everyday Financial Partner’ โดยตั้งเป้าทำให้การจัดการเรื่องเงินสะดวกขึ้น ผ่านการรวมบริการทางการเงินที่จำเป็นไว้บน LINE ในที่เดียว ด้วยจุดแข็งสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ (1) ความแข็งแกร่งของ LINE ecosystem ที่เชื่อมโยงบริการให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้ใช้งาน (2) ความเชี่ยวชาญด้านการเงินและการบริหารความเสี่ยงจากธนาคารกสิกรไทย (3) การใช้เทคโนโลยี AI และข้อมูลอย่างเหมาะสม เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานให้ทั้งสะดวกและปลอดภัย ภายใต้การดำเนินงานอย่างรอบคอบ”


โดยในปี 2568 LINE BK มีฐานลูกค้ารวมอยู่ที่ 8.4 ล้านราย เติบโตขึ้นประมาณ 14% จากปีก่อนหน้า และยังคงขยายตัวทุกกลุ่มบริการ โดยด้านธุรกิจสินเชื่อมีลูกค้าสินเชื่อประมาณ 9 แสนราย เพิ่มขึ้นประมาณ 20%  และมียอดสินเชื่อคงค้างรวมกว่า 27,000 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจประกันยังคงเติบโตต่อเนื่อง มียอดเบี้ยประกันภัยรับปีแรก (AFYP) เพิ่มขึ้น 30% ในแง่ของผลประกอบการ รายได้รวมเติบโตขึ้น 35% ในขณะที่บริษัทยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ตามเป้าหมาย ประกอบกับคุณภาพของพอร์ทที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดีทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิ สะท้อนถึงความแข็งแรงของโมเดลธุรกิจ และความสามารถในการขยายบริการทางการเงินให้ตอบโจทย์การใช้งานจริง ซึ่งช่วยยืนยันความพร้อมในการเดินหน้าต่อยอดบทบาท “Everyday Financial Partner” อย่างต่อเนื่อง

สำหรับเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ยังอยู่ในภาวะเปราะบาง จากการคาดการณ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่มองว่า GDP จะโตต่ำเพียง 1.5% อาจส่งผลให้กำลังซื้อฟื้นตัวได้จำกัด ขณะที่ภาคธุรกิจมีแนวโน้มชะลอการลงทุนและจ้างงาน เพื่อรอดูความชัดเจนของนโยบายหลังการเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ อาทิ เงินบาทที่แข็งค่ากระทบส่งออกและท่องเที่ยว รวมถึงแรงกดดันจากนโยบายกีดกันทางการค้าและความขัดแย้งระหว่างประเทศ ยังเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลให้ต้นทุนพุ่งและซ้ำเติมโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้ต้องรับมือกับบททดสอบรอบด้าน

เพื่อเคียงข้างลูกค้าในภาวะเศรษฐกิจที่มีข้อจำกัด LINE BK จึงเดินหน้ายกระดับบริการทางการเงินให้เป็นทางเลือกที่พึ่งพาได้ ทั้งการเข้าถึงแหล่งทุนยามฉุกเฉินและเครื่องมือจัดการเงินที่มีประสิทธิภาพ เพื่อเปลี่ยนความไม่แน่นอนให้เป็นความคล่องตัวที่มั่นคง ผ่าน 3 กลุ่มบริการหลัก ดังนี้

ด้านธุรกรรมการเงิน ยกระดับประสบการณ์การใช้งานให้ “ง่ายขึ้นและปลอดภัยขึ้น” เพื่อรองรับพฤติกรรมการใช้เงินในชีวิตประจำวัน พร้อมเตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่เพื่อช่วยให้การบริหารจัดการเงินในชีวิตประจำวันเป็นระบบและสะดวกยิ่งขึ้น


ด้านบริการสินเชื่อ* มุ่งสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างเหมาะสมภายใต้หลักการ Responsible Lending ของธนาคารแห่งประเทศไทย ควบคู่กับการขยายความร่วมมือกับพันธมิตร อาทิ Lalamove, Rabbit Care และ LINE MAN Wongnai เพื่อเพิ่มโอกาสทางการเงินให้แก่กลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระและฐานลูกค้าของพาร์ทเนอร์
 พร้อมกันนี้ ยังให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อน Financial Inclusion ผ่านการพัฒนาระบบคัดกรองและประเมินความเสี่ยง (Credit Scoring) ให้มีความแม่นยำมากขึ้น เพื่อคัดเลือกกลุ่มลูกค้าที่เหมาะสม ส่งผลให้การอนุมัติสินเชื่อสามารถขยายการเข้าถึงได้ในวงกว้างขึ้น โดยยังคงรักษาคุณภาพพอร์ตและการกำหนดวงเงินให้สอดคล้องกับศักยภาพรายบุคคล


ด้านบริการนายหน้าประกัน** พัฒนาบริการภายใต้แนวคิด “ซื้อง่าย จ่ายเบา จบใน LINE” เพื่อลดความเสี่ยงจากเหตุไม่คาดคิดในภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน พร้อมแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ภายในปี 2569 เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านความคุ้มครองให้ครอบคลุมมากขึ้น
 ในราคาเข้าถึงได้ และเลือกซื้อได้ด้วยตัวเองใน LINE 


ธนา กล่าวปิดท้ายว่า “ปี 2569 LINE BK จะเดินหน้าต่อยอดการเติบโต โดยมุ่งขยายฐานลูกค้าบนแพลตฟอร์ม LINE ที่ผู้คนใช้งานในชีวิตประจำวัน และเป็นจุดแข็งสำคัญของ LINE BK ในการทำให้บริการการเงินเข้าถึงง่ายและใกล้ตัวมากยิ่งขึ้น พร้อมตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าเติบโตอย่างต่อเนื่องในอัตรา 10–15% ต่อปี ขณะที่ยอดสินเชื่อคงค้างคาดว่าจะเติบโตในระดับ 20–30% ภายในสิ้นปีนี้ โดยยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาอัตราหนี้เสีย (NPL) ไม่ให้เกินที่ 3% รวมถึงเดินหน้าขยายผลิตภัณฑ์ประกันเพื่อเพิ่มความคุ้มครองที่ครอบคลุมและตอบโจทย์ความต้องการลูกค้ามากขึ้น ทั้งนี้โดยภาพรวมบริษัทจะยังคงควบคุมการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของผลประกอบการในเชิงบวกอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการยกระดับบทบาทของ LINE BK ในการเป็นแพลตฟอร์มการเงินที่เติบโตไปพร้อมผู้ใช้ในระยะยาว”

*คำแนะนำสำหรับผลิตภัณฑ์สินเชื่อ: กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว ดอกเบี้ยวงเงินให้ยืม 18%-25% ต่อปี ดอกเบี้ยวงเงินให้ยืมนาโน 33% ต่อปี

**คำแนะนำสำหรับผลิตภัณฑ์ประกันภัย: LINE BK Insurance Broker ในฐานะนายหน้าประกันภัย รับประกันภัยโดย บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย