วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 05:02 น.

การเงิน หุ้น

เมย์แบงก์ เปิดมุมมอง “Space Economy” ธีมลงทุนโครงสร้างใหม่รับปี 2026 คาดอุตสาหกรรมแตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2030

วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.56 น.

เมย์แบงก์ เปิดมุมมอง “Space Economy” ธีมลงทุนโครงสร้างใหม่รับปี 2026 คาดอุตสาหกรรมแตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2030

 

บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองการลงทุนต่อ “Space Economy” ในฐานะธีมการลงทุนเชิงโครงสร้างที่กำลังก้าวเข้าสู่ระยะเติบโตเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ พร้อมประเมินว่ามูลค่าอุตสาหกรรมอวกาศทั่วโลกอาจแตะระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 จากแรงขับเคลื่อนของธุรกิจดาวเทียม อินเทอร์เน็ตอวกาศ ระบบความมั่นคง และบริการข้อมูลเชิงพาณิชย์ที่ขยายตัวต่อเนื่อง

นายกันชนะพล เกิร์ท มาเชลล์ซีเรียล วัน คอมเพอร์นอล์เลอ กรรมการผู้จัดการฝ่ายกองทุนส่วนบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การเติบโตของอุตสาหกรรมอวกาศในรอบนี้มีลักษณะแตกต่างจากอดีตอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่มีภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทสำคัญ และมีโครงสร้างรายได้ที่ชัดเจน โดยเฉพาะธุรกิจอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Low-Earth Orbit ระบบสื่อสารเพื่อความมั่นคง การใช้ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมในภาคเกษตร พลังงาน และการบริหารจัดการภัยพิบัติ ตลอดจนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลเพื่อรองรับเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์

“Space Economy ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการสำรวจอวกาศอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบสื่อสาร ความมั่นคง และเศรษฐกิจดิจิทัลโลก การเติบโตในรอบนี้มีฐานรายได้รองรับและมีความต่อเนื่องมากขึ้น” นายกันชนะพล กล่าว

เมย์แบงก์ ประเมินว่า ปัจจัยสนับสนุนหลักของการขยายตัวในระยะยาวมาจากการเติบโตของระบบอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมที่ช่วยขยายการเข้าถึงบรอดแบนด์ไปยังพื้นที่ห่างไกลทั่วโลก ขณะเดียวกันต้นทุนการปล่อยจรวดที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากเทคโนโลยี Reusable rocket ได้เปิดโอกาสให้ธุรกิจดาวเทียมมีความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์มากขึ้น นอกจากนี้ งบประมาณด้านกลาโหมและ Space Security ที่เพิ่มขึ้นในหลายประเทศ รวมถึงโครงการสำรวจดวงจันทร์และ Deep Space ของประเทศมหาอำนาจ ล้วนเป็นแรงผลักดันให้การลงทุนในอุตสาหกรรมอวกาศมีความต่อเนื่องในระดับโครงสร้าง

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมอวกาศทั่วโลกถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตเฉลี่ยราว 15% ต่อปีในช่วง 10 ปีข้างหน้า โดยมีธุรกิจการสื่อสารและคมนาคมเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก สะท้อนให้เห็นว่าธีมดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงกระแสระยะสั้น แต่มีศักยภาพเป็นหนึ่งใน Mega Trend ของทศวรรษหน้า

 

            สำหรับปัจจัยที่ตลาดให้ความสนใจในระยะใกล้ เมย์แบงก์ มองว่าการเสนอขายหุ้น IPO ของ SpaceX ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าอาจเกิดขึ้นในปี 2026 อาจเป็น Catalyst สำคัญที่กระตุ้นการประเมินมูลค่าใหม่ของหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมอวกาศทั่วโลก โดยเฉพาะธุรกิจ Starlink ซึ่งเป็นโมเดลรายได้แบบ Recurring revenue ที่เติบโตต่อเนื่อง และสะท้อนศักยภาพเชิงพาณิชย์ของระบบอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม

“หากการเข้าตลาดของผู้เล่นรายใหญ่เกิดขึ้นจริง จะเป็นสัญญาณสำคัญว่าอุตสาหกรรมนี้เข้าสู่ระยะ Maturity เชิงธุรกิจมากขึ้น และอาจดึงดูดกระแสเงินลงทุนเข้าสู่กลุ่ม Space Economy เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ” นายกันชนะพล กล่าว

ในด้านกลยุทธ์การลงทุน เมย์แบงก์ แนะนำให้นักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้พิจารณาจัดพอร์ตแบบสมดุล โดยผสมผสานระหว่างบริษัทที่มีศักยภาพเติบโตสูงในห่วงโซ่อุตสาหกรรมอวกาศ และบริษัทขนาดใหญ่ด้านกลาโหมและอากาศยานที่มีรายได้มั่นคง เพื่อช่วยลดความผันผวนของพอร์ตในระยะสั้น พร้อมเน้นการบริหารความเสี่ยงและการจัดสัดส่วนการลงทุนให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินระยะยาวของแต่ละบุคคล

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าถึงธีม Space Economy ทีม MST Investment Solutions แนะนำกองทุนเปิดเอแทรคเกอร์ส สเปซ อินโนเวเตอร์ส หรือ A-JEDI จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แอสเสทพลัส ซึ่งอยู่ในระดับความเสี่ยง 6 โดยกองทุนมีนโยบายลงทุนในกองทุน VanEck Space Innovators UCITS ETF ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอนในชื่อ “JEDI.LN” ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ กองทุนดังกล่าวเน้นลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอวกาศ อาทิ ธุรกิจสื่อสารผ่านดาวเทียม โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล การป้องกันประเทศ และการสำรวจอวกาศ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงจากการขยายตัวของเทคโนโลยีและความต้องการด้านข้อมูลระดับโลก ทั้งนี้ A-JEDI เหมาะสำหรับนักลงทุนที่เชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของอุตสาหกรรมอวกาศในระยะยาว สามารถรับความผันผวนจากการลงทุนในหุ้นเติบโต รวมถึงบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กได้ และเข้าใจความเสี่ยงจากการลงทุนในต่างประเทศ รวมถึงความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน

“การติดตามและวิเคราะห์ Mega Trend ระดับโลกอย่างต่อเนื่อง เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การสร้างความมั่งคั่งระยะยาวให้กับลูกค้า โดยมุ่งเน้นการคัดเลือกธีมการลงทุนที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับและมีแนวโน้มการเติบโตเชิงโครงสร้าง มากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น อีกทั้งการสร้างความมั่งคั่งในระยะยาวต้องอาศัยการมองเห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลกก่อนตลาดรับรู้เต็มที่ และจัดพอร์ตอย่างมีวินัยภายใต้ระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม” นายกันชนะพล กล่าวทิ้งท้าย