วันจันทร์ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569 17:52 น.

การเงิน หุ้น

DMT ยกระดับอาคารสำนักงานใหญ่เดิม สู่มาตรฐานอาคารเขียว TREES–EB ระดับ Gold

วันจันทร์ ที่ 09 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.54 น.

DMT ยกระดับอาคารสำนักงานใหญ่เดิม สู่มาตรฐานอาคารเขียว TREES–EB ระดับ Gold

 

ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน (ESG) อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยแนวคิด ความยั่งยืนเริ่มได้จากสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว ผ่านการลงทุนปรับปรุงอาคารสำนักงานใหญ่เดิมให้ใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมดูแลสิ่งแวดล้อมรอบข้างจนได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารเขียว TREES–EB (Existing Building) ระดับ Gold จากสถาบันอาคารเขียวไทย (TGBI)

 

 

 

 

“มาตรฐาน TREES–EB เป็นเกณฑ์ประเมินความยั่งยืนสำหรับอาคารระหว่างใช้งาน ครอบคลุมการบริหารจัดการอาคาร พลังงาน น้ำ วัสดุ คุณภาพอากาศภายใน ไปจนถึงการปกป้องสิ่งแวดล้อม โดยอาคารสำนักงานใหญ่ DMT มีพื้นที่ใช้สอย 3,178 ตารางเมตร นับเป็น อาคารเก่าแห่งแรก ที่ปรับปรุงและพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมจนได้รับการรับรอง สะท้อนว่าความยั่งยืนไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการสร้างใหม่เสมอไป” ดร.ศักดิ์ดากล่าว

ดร.ศักดิ์ดา ให้ข้อมูลถึงวิธีการดำเนินงานว่า ในมิติการบริหารจัดการอาคาร DMT จัดตั้งคณะทำงาน พร้อมนโยบาย แผนดำเนินงาน และคู่มือครอบคลุมการใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด การลดของเสียและกำจัดอย่างถูกวิธี รวมถึงการสื่อสารให้พนักงานร่วมมือและประชาชนภายนอกรับทราบ ขณะที่ด้านภูมิทัศน์ รอบอาคารมีพื้นที่เปิดโล่งเชิงนิเวศ และภายในพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สีเขียวถึง 34.6% มีไม้ยืนต้นพันธุ์พื้นถิ่นช่วยให้ร่มเงา และใช้วัสดุปูพื้นกลางแจ้งที่มีค่าการสะท้อนความร้อนได้ดี พร้อมพื้นที่ซึมน้ำช่วยลดปัญหาน้ำท่วม ส่วนด้านการประหยัดน้ำ เปลี่ยนใช้ก๊อกน้ำอัตโนมัติและสุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ ช่วยลดการใช้น้ำได้ถึง 40% และมีมาตรวัดแยกการใช้น้ำรายประเภททั้งภายในอาคารและงานภูมิสถาปัตย์ภายนอก

 

 

ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม DMT เปลี่ยนระบบปรับอากาศ ใช้สารทำความเย็นที่ไม่ทำลายชั้นบรรยากาศ และใช้ไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ ส่งผลให้อาคารประหยัดพลังงานได้ 84% สูงกว่าค่าเฉลี่ยฐานข้อมูล Energy Star Portfolio Manager ขณะเดียวกันก็จัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และได้ความร่วมมือจากพนักงาน ช่วยกันแยกขยะ ทำให้รีไซเคิลและจำกัดได้อย่างถูกต้องถึง 41% ของขยะทั้งหมด ด้านคุณภาพสภาวะแวดล้อมภายในอาคารมีการระบายอากาศตามเกณฑ์ ห้องสารเคมีเป็นความดันลบ ไม่หมุนเวียนอากาศกลับ มีพื้นที่สูบบุหรี่เฉพาะ และตรวจวัดคุณภาพอากาศ (CO₂, VOC, ฟอร์มัลดีไฮด์, PM2.5/PM10) อย่างสม่ำเสมอ พร้อมควบคุมอุณหภูมิ-ความชื้นให้เกิดสภาวะน่าสบาย รวมถึงมาตรการป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรอบข้าง เช่น ไม่ใช้ Halon/CFC/HCFC ในระบบดับเพลิง ใช้กระจกใสให้ค่าสะท้อนแสงไม่เกิน 30% และมีระบบบำบัดน้ำเสียให้ค่า BOD5 ต่ำกว่า 5 มก./ลิตร อีกทั้งนำนวัตกรรม Green Innovation หลายๆอย่าง มายกระดับผลลัพธ์ให้สูงกว่ามาตรฐาน

ผลลัพธ์ที่จับต้องได้อีกส่วนหนึ่งคือการ “ขยายพื้นที่ให้พนักงาน” จากการจัดสรรพื้นที่ห้องเดิมและปรับพื้นที่ห้อง AHU จนได้พื้นที่ทำงานมากขึ้น เข่น ห้องบ Co-working Space 2 ห้อง ห้องประชุมมัลติมีเดีย 2 ห้อง และห้องฟิตเนส พร้อมปรับปรุงห้องทำงานของฝ่ายที่ต้องปฏิบัติงาน 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

 

 

ดร.ศักดิ์ดากล่าวทิ้งท้ายว่า “อยากให้อาคารนี้เป็นตัวอย่างว่า การลงทุนคุ้มค่าเริ่มจากการยกระดับอาคารเดิมให้ดีขึ้นทั้งต่อพนักงานและสิ่งแวดล้อมรอบข้าง ลดการใช้ทรัพยากร ลดผลกระทบต่อชุมชน และสร้างความยั่งยืนระยะยาวที่วัดผลได้”