การเงิน หุ้น
29 พ.ค.เดือด! ชี้ชะตา CPALL นักวิเคราะห์ เตือนโหวต “ไม่อนุมัติ” โอน 3 ธุรกิจทำเงิน เสี่ยงกระทบรายได้-การเติบโต
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
29 พ.ค.เดือด! ชี้ชะตา CPALL นักวิเคราะห์ เตือนโหวต “ไม่อนุมัติ” โอน 3 ธุรกิจทำเงิน เสี่ยงกระทบรายได้-การเติบโต
ประเด็นร้อนแรงในวงการตลาดทุนไทย ที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม สำหรับการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ที่กลายเป็นปมร้อน ในแวดวงตลาดทุนไทย กับแผน “โยก 3 ธุรกิจทำเงิน” ออกจากอ้อมอก CPALL ไปอยู่ใต้ร่ม บริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด (ACM Holding) และถูกตั้งคำถามว่า นี่คือการปลดอาวุธ CPALL หรือไม่?
ทั้งนี้เมื่อคณะกรรมการอิสระของ CPALL ออกโรงป้อง! ซึ่งมีมติ ไม่เห็นด้วยกับแผนการโอนย้าย 3 บริษัทย่อยสำคัญได้แก่ 1. บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด 2. บริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จำกัด และ 3. บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ให้ไปอยู่ภายใต้โครงสร้างธุรกิจทางการเงินของ บริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด (ACM Holding) ซึ่งเป็นหัวหอกในการจัดตั้งธนาคารไร้สาขา หรือ Virtual Bank ของกลุ่มซีพี
เพราะจะกระทบธุรกิจ CPALL ที่จะสูญเสียความคล่องตัวในการกำหนดนโยบายร่วมกัน รวมทั้งกระทบผลประโยชน์ รายได้ และการเติบโตของธุรกิจของบริษัท กล่าวคือ สิ่งที่กำลังจะถูกดึงออกไป ไม่ใช่ธุรกิจเล็กๆ แต่เป็น หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของ CPALL
จึงไม่แปลกใจเลยว่า ในแวดวงของตลาดทุน ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน “ถ้าโอนสำเร็จหุ้น CPALL มีสิทธิ์โดนเทขาย” เพราะ 3 ธุรกิจดังกล่าว ถือเป็นฐานกำไรสำคัญของ CPALL แต่ในฝั่งของกลุ่มซีพีกลับถูกมองว่า “ได้เต็มๆ” จากการรวบอำนาจธุรกิจการเงินไว้ในมือ ดังนั้นคนที่เสียประโยชน์ คงหนีไม่พ้น “นักลงทุนรายย่อย” ที่ถือหุ้น CPALL อยู่ในวันนี้นั่นเอง
อย่างไรก็ตาม ในสายตาของตลาดทุน หลายฝ่ายยังมองว่า ต่อให้เรียกว่าเป็นเพียงการจัดการ “Payment License” ท้ายที่สุดแล้ว กลุ่มซีพีก็ยังเป็นฝ่ายได้ประโยชน์จากการโยก 3 บริษัทอยู่ดี เพราะเปรียบเสมือน “ย้ายจากกระเป๋าซ้ายไปกระเป๋าขวา” ขณะที่ผู้ถือหุ้น CPALL ได้รับผลกระทบเต็มๆ เพราะไม่ได้เข้าไปถือหุ้น ACM Holding ด้วย
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็น “หัวใจ” ของการกำกับดูแลธุรกิจ Virtual Bank คือความเสี่ยงเรื่อง “Connected Lending” หรือ การเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มพวกพ้อง ผ่านการนำเงินฝากของประชาชนไปปล่อยสินเชื่อให้บริษัทในเครือ หรือผู้ถือหุ้นของตนเองอย่างไม่โปร่งใส ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความเสี่ยงเชิงระบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความสำคัญอย่างมาก
ซึ่งแบงก์ชาติพยายามออกแบบเกณฑ์กำกับดูแล เพื่อไม่ให้ ใบอนุญาตธนาคารไร้สาขา กลายเป็นเครื่องมือ “ลดความเสี่ยงเกิดการใช้อำนาจเหนือตลาด ของกลุ่มทุนใหญ่” แต่ CPALL ก็ถือเป็นผู้เล่นที่มีศักยภาพ สามารถดำเนินธุรกิจ “เติมเต็ม” บริการทางการเงิน สำหรับกลุ่ม “Underserved” หรือ ลูกค้ารายย่อย ที่ธนาคารพาณิชย์ทั่วไป มักพิจารณาสินเชื่ออย่างเข้มงวด และ CPALL ในฐานะธุรกิจที่ถือครองฐานข้อมูล ผู้ใช้บริการรายย่อยใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง จากการมีเครือข่าย 7-Eleven ทั่วประเทศ
จึงทำให้โจทย์ที่กลุ่มซีพีต้องพิสูจน์ในวันนี้ อาจไม่ใช่เพียงการปรับโครงสร้างให้ผ่านเกณฑ์กำกับดูแลเท่านั้น แต่ การเข้าสู่ธุรกิจธนาคารไร้สาขาจะดำเนินอยู่บน “หลักธรรมาภิบาล โปร่งใส” และไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือเพิ่มอำนาจของทุนใหญ่หรือไม่?
ยิ่งไปกว่านั้น คณะกรรมการอิสระ ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนว่า ดีลนี้อาจกระทบต่อผลประโยชน์ รายได้ และการเติบโตของ CPALL ทำให้ผู้ถือหุ้นไม่ควรมองข้าม และต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
สอดคล้องกับมุมมองของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง มองว่า หากโอนย้ายสำเร็จหุ้น CPALL ดิ่งแน่นอน! เพราะ รายได้จากการขายสินค้าในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ แย่อยู่แล้ว และการขยายสาขาที่เริ่มชะลอตัว ประกอบกับกำลังซื้อของผู้บริโภคปรับตัวลดลง ดังนั้นหาก โอนย้าย ทั้ง 3 บริษัท ที่เป็นแรงผลักดันสำคัญต่อผลประกอบการ CPALL ราคาหุ้นไม่น่ารอด
แต่หากผลลัพธ์ ออกมาในฝั่ง “อนุมัติ” หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งตลาดหลักทรัพย์ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ควรออกมา “เทกแอคชั่น” อย่างชัดเจน เพราะอาจเข้าข่ายการสร้างผลกระทบต่อผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น CPALL ที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
โดยวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ขอให้ผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิ์ร่วมกันแสดงจุดยืน โหวต “ไม่อนุมัติ” กับแผนการโอนย้าย 3 บริษัทย่อยออกจาก CPALL
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเงิน หุ้น
ข่าวในหมวดการเงิน หุ้น ![]()
SCBX ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีการเงิน เปิดมุมมองอนาคตการเงินบนเวทีระดับภูมิภาค 10:41 น.- TFM กางวิสัยทัศน์ปี 69 ปั้นไทยฐานผลิตกุ้งพรีเมียม รุกตลาดต่างประเทศ ตั้งเป้ารายได้ 1 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2573 21:17 น.
- YLG ชี้ท่ามกลางสงคราม-เงินเฟ้อ-หนี้พุ่ง ทองยังมีอัพไซด์ คงเป้าสูงสุดปีนี้ 5,769 ดอลลาร์ ทองไทย 88,700 บาท 21:17 น.






