วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569 18:42 น.

การเงิน หุ้น

เวที KKP ชี้หมดยุคโลกาภิวัตน์แบบเดิม ดัน "เทคโนโลยี-ห่วงโซ่อุปทาน" สู่สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ ย้ำนักลงทุนต้องอ่านเกมภูมิรัฐศาสตร์ร่วมกับเศรษฐกิจ เพื่อรักษาความมั่งคั่ง

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.46 น.

เวที KKP ชี้หมดยุคโลกาภิวัตน์แบบเดิม ดัน "เทคโนโลยี-ห่วงโซ่อุปทาน" สู่สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ ย้ำนักลงทุนต้องอ่านเกมภูมิรัฐศาสตร์ร่วมกับเศรษฐกิจ เพื่อรักษาความมั่งคั่ง

 

ภูมิทัศน์การลงทุนโลกกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ ในงานสัมมนาเอ็กซ์คลูซีฟ KKP Meet the Master 2026 “Alpha Engines: Income & Innovation” บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยพันธมิตรระดับโลกอย่าง iShares by BlackRock, Columbia Threadneedle Investments, PGIM และ Fermat Capital Management ได้ร่วมกันฉายภาพระเบียบโลกใหม่ที่กำลังก้าวเข้าสู่ภาวะ "Fragmentation" หรือการแตกขั้วอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมแนะกลยุทธ์จัดสรรสินทรัพย์เพื่อเอาชนะความผันผวน

 

โลกได้ก้าวผ่านยุคโลกาภิวัตน์ที่เปิดเสรีทางการค้าและไร้ความขัดแย้งรุนแรงไปแล้ว ปัจจุบันโลกกำลังอยู่ในยุคที่การกีดกันทางการค้าพุ่งสูงขึ้นกว่า 3 เท่าตัวในรอบ 5 ปี ซึ่ง บล.เกียรตินาคินภัทร มองว่าการแตกขั้วครั้งนี้ส่งผลกระทบใน 4 มิติสำคัญ ได้แก่:

 

1. ด้านสังคม: ปัญหาค่าครองชีพและความแตกแยกภายใน ผลักให้หลายประเทศเน้นนโยบายปกป้องผลประโยชน์ของชาติ มากกว่าความร่วมมือระหว่างประเทศ

 

2. ด้านเศรษฐกิจ: ก้าวพ้นยุค "เน้นประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำสุด" สู่ยุค "เน้นความมั่นคง" โดยเม็ดเงินลงทุน (FDI) เริ่มไหลเข้าหาประเทศที่มีจุดยืนทางการเมืองใกล้เคียงกัน (Friend-shoring)

 

3. ด้านภูมิรัฐศาสตร์: ความขัดแย้งไม่ใช่ความเสี่ยงที่เกิดนานๆ ครั้งอีกต่อไป สะท้อนจากงบการทหารทั่วโลกในปี 2023 ที่พุ่งแตะ 2.44 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงสุดเป็นประวัติการณ์

 

4. ด้านเทคโนโลยี: มหาอำนาจแข่งกันสร้างความมั่นคงด้านห่วงโซ่อุปทาน ทำให้ "เซมิคอนดักเตอร์และ AI" ไม่ใช่แค่สินค้า แต่ถูกยกระดับเป็น "สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์" ของชาติ

 

สลายกรอบเดิม สู่การจัดพอร์ตแบบยืดหยุ่น (Dynamic Asset Allocation)

ความท้าทายจากโลกแบ่งขั้วทำให้เศรษฐกิจและเงินเฟ้อผันผวน สิ่งที่นักลงทุนต้องระวังคือ ความสัมพันธ์ระหว่าง "หุ้น" และ "พันธบัตร" ที่ในอดีตมักเคลื่อนไหวสวนทางกันและช่วยคานความเสี่ยงได้ (Negative Correlation) ได้เริ่มเปลี่ยนไป ในยุคนี้ที่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อและภูมิรัฐศาสตร์สูงขึ้น หุ้นและพันธบัตรอาจปรับตัวลงพร้อมกัน ทำให้พอร์ตดั้งเดิมแบบ 60/40 (หุ้น 60% พันธบัตร 40%) อาจไม่เพียงพอที่จะรับแรงกระแทกในบางสภาวะตลาด

 

นักลงทุนจึงจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์สู่การจัดพอร์ตแบบยืดหยุ่น (Dynamic Asset Allocation) และมองหาสินทรัพย์ทางเลือกเพื่ออุดรอยรั่วนี้

 

คัด 4 สินทรัพย์เด่น สร้างสมดุลพอร์ตในโลกยุคแตกขั้ว

 

บล.เกียรตินาคินภัทร นำเสนอ 4 กลุ่มสินทรัพย์ที่ไม่ได้มีแค่ศักยภาพในการทำกำไร แต่ทำหน้าที่เป็น "กลไกป้องกันความเสี่ยง" ในระเบียบโลกใหม่ ได้แก่:

 

- K-GTECH: ลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีที่มีกระแสเงินสดแข็งแกร่ง (Quality Growth) ตอบรับกับมิติการแข่งขันระดับชาติ ที่มองว่าเทคโนโลยี โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน AI คือยุทธศาสตร์สำคัญที่ทุกประเทศและองค์กรต้องลงทุนเพื่อความอยู่รอด

 

- KKP CAT-UI / CAT-USD-UI (Catastrophe Bonds): ตราสารหนี้ที่อ้างอิงกับอุบัติการณ์ทางธรรมชาติ ทำหน้าที่เป็น "หลุมหลบภัย" ของพอร์ต เพราะผลตอบแทนยึดโยงกับภัยธรรมชาติ จึงไม่ถูกกระทบโดยตรงจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือทิศทางดอกเบี้ย

 

- KKP AAA CLO-USD: เพิ่มรายได้ผ่านตราสารหนี้ที่มีหลักประกันคุณภาพสูงระดับ AAA ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ช่วยปกป้องพอร์ตจากความเสี่ยง กรณีที่ธนาคารกลางอาจต้องตรึงดอกเบี้ยสูงยาวนานเพื่อสู้กับเงินเฟ้อในยุคโลกแตกขั้ว

 

- KKP WIN-UH-R: กองทุนหุ้นโลกสไตล์ Balanced ที่เน้นสร้างกระแสเงินสด (Income) สม่ำเสมอ ถูกออกแบบมาเพื่อลดความผันผวนโดยรวม ช่วยให้นักลงทุนมีกระแสเงินสดรองรับสภาวะตลาดที่คาดเดาได้ยาก

 

งานสัมมนา KKP Meet the Master 2026 ชี้ให้เห็นว่า แม้โลกที่แตกเป็นหลายขั้วจะนำมาซึ่งความไม่แน่นอน แต่ก็สร้างโอกาสใหม่ๆ เช่นกัน การทำความเข้าใจจุดเชื่อมโยงระหว่างการเมือง เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และตลาดการเงิน ไม่ใช่แค่ข้อได้เปรียบอีกต่อไป แต่เป็น "ความจำเป็น" สำหรับนักลงทุนที่ต้องการรักษาความมั่งคั่งในระยะยาว