การเงิน หุ้น
หลักทรัพย์บัวหลวง เปิดตัว DR01 ชุดใหม่ 13 หลักทรัพย์ อ้างอิงหุ้นสหรัฐฯ และ ETF สหรัฐฯ-ฮ่องกง เทรดวันแรก 18 มิ.ย. 2569
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หลักทรัพย์บัวหลวง เปิดตัว DR01 ชุดใหม่ 13 หลักทรัพย์ อ้างอิงหุ้นสหรัฐฯ และ ETF สหรัฐฯ-ฮ่องกง เทรดวันแรก 18 มิ.ย. 2569
หลักทรัพย์บัวหลวง ตอกย้ำบทบาทผู้นำการเชื่อมโอกาสการลงทุนระดับโลกสู่นักลงทุนไทย เปิดตัว DR01 ชุดใหม่ 13 หลักทรัพย์ อ้างอิงหุ้นรายตัวและกองทุนรวม ETF แห่งอนาคต จากตลาดสหรัฐฯ และฮ่องกง ครอบคลุม 4 เมกะเทรนด์สำคัญของโลก ทั้ง AI เศรษฐกิจอวกาศ กระดานสินทรัพย์ดิจิทัล และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มทางเลือกกระจายการลงทุนต่างประเทศผ่านตลาดหุ้นไทยได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ พร้อมเริ่มซื้อขายวันแรก 18 มิถุนายน 2569
นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ออกตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) เจ้าแรกของไทย ภายใต้ชื่อย่อที่ลงท้ายด้วย 01 และปัจจุบันเป็นผู้ออก DR ที่มี Coverage ครอบคลุมตลาดหุ้นแกนหลักทั่วโลก และมีมูลค่าตลาด DR อันดับต้น ๆ ในอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าขยายโอกาสให้นักลงทุนไทยเข้าถึงการลงทุนในหุ้นและสินทรัพย์ชั้นนำระดับโลกได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ด้วยการเปิดตัว DR01 ชุดใหม่เพิ่มเติม 13 หลักทรัพย์ ครอบคลุม 4 เมกะเทรนด์สำคัญของโลก เพื่อตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการกระจายการลงทุนไปยังอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ผ่านหลักทรัพย์อ้างอิงในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq (NASDAQ) ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) และตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HKEX)
โดย DR01 ชุดใหม่ 13 หลักทรัพย์ แบ่งออกเป็น 4 ธีมการลงทุนระดับโลก ประกอบด้วย
1. กลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) อ้างอิงหุ้นรายตัวตลาดสหรัฐ จำนวน 9 หลักทรัพย์
•ALAB01 อ้างอิงหุ้น Astera Labs, Inc. (ALAB) ผู้พัฒนาระบบเชื่อมต่อข้อมูลความเร็วสูงระหว่างชิปประมวลผล เช่น GPU และ CPU ซึ่งมีโอกาสเติบโตตามการขยายตัวของการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI โดย ALAB01 ถือเป็น DR ตัวแรกในตลาดหุ้นไทยที่อ้างอิงหุ้น ALAB
•AMAT01 อ้างอิงหุ้น Applied Materials, Inc. (AMAT) ผู้นำด้านเครื่องจักรและวัสดุ
สำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลก ได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของ AI และการลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตชิปทั่วโลก
•INTEL01 อ้างอิงหุ้น Intel Corporation (INTC) ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ของโลก
ที่มุ่งเน้นเทคโนโลยีการผลิตชิปและบริการรับจ้างผลิต (Foundry)
•KLAC01 อ้างอิงหุ้น KLA Corporation (KLAC) บริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบและการควบคุมคุณภาพสำหรับการผลิตชิปขั้นสูง
•LRCX01 อ้างอิงหุ้น Lam Research (LRCX) ผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกด้านการผลิตอุปกรณ์และเครื่องจักรสำหรับผลิตเวเฟอร์และเซมิคอนดักเตอร์ โดยเฉพาะเครื่องกัดแกะสลัก (Etching) และเครื่องเคลือบฟิล์ม (Deposition) ที่เป็นขั้นตอนสำคัญในการผลิตชิปขั้นสูง
•LITE01 อ้างอิงหุ้น Lumentum Holdings Inc. (LITE) บริษัทเทคโนโลยีชั้นสูงจากสหรัฐฯ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านโฟโตนิกส์และเลเซอร์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนสำคัญที่ใช้ส่งข้อมูลผ่านไฟเบอร์ออปติกสำหรับ Data Center และ AI
•NBIS01 อ้างอิงหุ้น Nebius Group N.V. Class A (NBIS) ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน AI และ Cloud Computing ที่มีแนวโน้มเติบโตตามกระแส Generative AI
•TER01 อ้างอิงหุ้น Teradyne, Inc. (TER) ผู้ผลิตระบบทดสอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความจำเป็นกับชิป AI ที่มีความซับซ้อนสูง
•VRT01 อ้างอิงหุ้น Vertiv Holdings Co. (VRT) ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบจัดการพลังงาน (Power) และระบบควบคุมอุณหภูมิและความเย็น (Cooling) สำหรับศูนย์ข้อมูล Data Center ซึ่งเป็นหัวใจของโครงสร้างพื้นฐาน AI
2. กลุ่มเศรษฐกิจอวกาศ (Space Economy) อ้างอิงหุ้นรายตัวตลาดสหรัฐ จำนวน 2 หลักทรัพย์
•ASTS01 อ้างอิงหุ้น AST Spacemobile, Inc. Class A (ASTS) บริษัทเทคโนโลยีอวกาศที่มีเทคโนโลยี Direct-to-Cell ผ่านดาวเทียม ซึ่งอาจเข้ามาเปลี่ยนโฉมการสื่อสารโทรคมนาคมทั่วโลก
•RKLB01 อ้างอิงหุ้น Rocket Lab Corporation (RKLB) ผู้ให้บริการด้านอวกาศแบบครบวงจร ทั้งการปล่อยจรวด ผลิตดาวเทียม และระบบอวกาศ ที่มีโอกาสเติบโตในระยะยาวจากการมี Economy ด้านอวกาศและภารกิจดาวเทียมเชิงพาณิชย์
3. กลุ่มสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Assets) อ้างอิงหุ้นรายตัวตลาดสหรัฐ จำนวน 1 หลักทรัพย์
•COIN01 อ้างอิงหุ้น Coinbase Global, Inc. Class A (COIN) แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโต รายใหญ่ของสหรัฐฯ ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากแนวโน้มการเติบโตของสินทรัพย์ดิจิทัล และ Bitcoin ETF
4. กลุ่มพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Bond) อ้างอิง ETF ตลาดฮ่องกง จำนวน 1 หลักทรัพย์
•BONDUS01 อ้างอิง Premia US Treasury Floating Rate ETF Acc (9078) เป็นทางเลือกสำหรับการพักเงินลงทุน พร้อมรับโอกาสเติบโตตามอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะสั้นแบบอัตราดอกเบี้ยลอยตัว โดยมูลค่า DR จะสะท้อนอัตราแลกเปลี่ยนแบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ ETF ต้นทางมีการบริหารแบบสะสมมูลค่าทำให้ BONDUS01 ไม่มีการจ่ายปันผล ซึ่งจะทำให้นักลงทุนไม่ต้องมีภาระภาษีหัก ณ ที่จ่ายปันผล โดยสามารถเลือกขายเองได้เมื่อต้องการกระแสเงินสด ซึ่งผลตอบแทน Capital gain จาก DR ในปัจจุบันไม่มีภาระภาษี สำหรับค่าบริหารกอง ETF ต้นทาง 0.15% ต่อปี อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับกอง ETF ทั่วโลกที่มีนโยบายบริหารจัดการลักษณะเดียวกัน และไม่มีการเก็บค่าบริหารจัดการ DR ที่ไทยเพิ่มเติม ทำให้ BONDUS01 เป็น DR ทางเลือกไว้พักเงินที่มีค่าใช้จ่ายต่ำ นักลงทุนสามารถบริหารเม็ดเงินระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่าน BONDUS01
ด้านนายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ หลักทรัพย์บัวหลวง กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมี DR01 จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) รวมทั้งสิ้น 36 หลักทรัพย์ ครอบคลุมการลงทุนในดัชนีหุ้นชั้นนำของโลก ทั้งสหรัฐฯ จีน ฮ่องกง เวียดนาม อินเดีย และญี่ปุ่น รวมถึงหุ้นสามัญชั้นนำในตลาดสหรัฐฯ ฮ่องกง และยุโรป ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนไทยอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมของ DR01 ขยายตัวต่อเนื่องอย่างมีนัยสำคัญนับตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งเป็นปีที่บริษัทนำ DR ตัวแรกของไทย “E1VFVN3001” อ้างอิงกองทุน ETF ที่ลงทุนในดัชนี VN30 ของเวียดนาม เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดย DR01 ทั้ง 36 หลักทรัพย์ มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมอยู่ที่ 17,144 ล้านบาท คิดเป็น 26.2% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมของ DR ทั้งอุตสาหกรรม
อีกทั้งนับตั้งแต่ต้นปี 2568 DR01 ยังสามารถสร้างผลตอบแทนรวมเฉลี่ย +21% สูงกว่าผลตอบแทน SET Index ที่อยู่ระดับ +12% (ข้อมูล ณ วันที่ 27 พฤษภาคม 2569) สะท้อนให้เห็นว่าการกระจายการลงทุนผ่านหุ้นรายตัวและ ETF ชั้นนำระดับโลก สามารถเข้ามาเติมเต็มประสิทธิภาพของพอร์ตการลงทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ
“ภายใต้ภาวะตลาดการลงทุนที่มีความผันผวน การกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ต่างประเทศถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนและเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตการลงทุน โดย DR เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้นักลงทุนไทยเข้าถึงโอกาสการลงทุนระดับโลกได้สะดวกขึ้น ผ่านการซื้อขายบนตลาดหุ้นไทย เสมือนยกหุ้นต่างประเทศมาไว้ใกล้นักลงทุนไทยมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทสำรวจพบว่าในช่วง 1 ปี ที่ผ่านมา นักลงทุนไทยมีพฤติกรรมการซื้อขาย DR อ้างอิงหุ้นหรือ ETF สหรัฐฯ มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมูลค่าการซื้อขาย DR ทั้งอุตสาหกรรมมาจาก DR อ้างอิงหุ้นหรือ ETF สหรัฐฯ สัดส่วน 68% ในเดือนพฤษภาคม 2569 เพิ่มจาก 33% ในเดือนมิถุนายน 2568 ดังนั้นการออก DR01 ชุดใหม่นี้จะช่วยเพิ่มทางเลือกและยกระดับการเข้าถึงหุ้นสหรัฐฯ ที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตไปกับวงจรเศรษฐกิจโลกในช่วง 3-5 ปีข้างหน้าได้อย่างครบวงจรมากขึ้น” นายชัยพร กล่าว
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเงิน หุ้น
ข่าวในหมวดการเงิน หุ้น ![]()
บีเจซี ติด Fortune Southeast Asia 500 ต่อเนื่องปีที่ 3 สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจไทยในภูมิทัศน์เศรษฐกิจอาเซียนที่กำลังเปลี่ยนแปลง 19:59 น.- EXIM BANK จัดพิธีถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์และลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ 17:25 น.
- ธ.ก.ส. ชวนชมรายการหอมแผ่นดิน กลิ่นไอเกษตร ลุยจังหวัดนครพนม 17:23 น.







