วันศุกร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2569 11:23 น.

การเงิน หุ้น

ทีทีบี ปลดล็อกข้อจำกัดธุรกิจยุคดิจิทัลด้วย “ttb business one” ก้าวสู่บทบาท “Growth Navigator”

วันศุกร์ ที่ 07 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 10.34 น.

ทีทีบี ปลดล็อกข้อจำกัดธุรกิจยุคดิจิทัลด้วย “ttb business one” ก้าวสู่บทบาท “Growth Navigator”

 

 

             

 ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจผันผวน ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และการแข่งขันที่รุนแรง ผู้ประกอบการไทยต้องมีเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างมีทิศทาง ทีทีบีจึงเดินหน้ายกระดับบทบาทจากสถาบันการเงินสู่การเป็น “Growth Navigator” ช่วยลูกค้าธุรกิจปลดล็อกข้อจำกัด ผ่านโซลูชันที่เชื่อมโยงเงินทุน เครื่องมือดิจิทัล และองค์ความรู้ โดยมี ttb business one ธนาคารดิจิทัลเพื่อโลกธุรกิจ เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มสำคัญที่ช่วยยกระดับการบริหารธุรกิจและสนับสนุนผู้ประกอบการในทุกจังหวะของการเติบโต

 

ในมุมของลูกค้าธุรกิจ โดยเฉพาะ SME ความท้าทายสำคัญคือการต้องบริหารหลายมิติของธุรกิจภายใต้ข้อจำกัด นางกนกพร จูฑา ประธานกลุ่มบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจ ทีทีบี กล่าวว่า ผู้ประกอบการจำนวนมากยังต้องทำงานผ่านหลายระบบในการรับเงิน-จ่ายเงิน มีกระบวนการทำงานที่เป็น Manual จำนวนมาก ส่งผลให้เสียเวลา เกิดข้อผิดพลาด และจำกัดประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ ขณะเดียวกัน ข้อมูลสำคัญของธุรกิจยังคงกระจัดกระจายอยู่หลายที่ ไม่สามารถนำมาเชื่อมโยงเพื่อสร้างมุมมองภาพรวมของธุรกิจและใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างทันท่วงที ทีทีบีจึงพัฒนา ttb business one ให้เป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่รวมทุกการบริหารธุรกิจไว้ในที่เดียว ครอบคลุมทุกประเภทธุรกรรม เชื่อมต่อข้อมูลแบบ End-to-End ช่วยให้ลูกค้าสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องสลับหลายระบบ พร้อมมองเห็นภาพรวมของธุรกิจเพื่อให้การบริหารธุรกิจทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ทีทีบียังเชื่อมต่อกับพันธมิตรใน Ecosystem ต่าง ๆ  อาทิ LINE MAN Wongnai เพื่อตอบโจทย์เฉพาะของกลุ่มธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม ช่วยให้ทั้งการดำเนินงานและข้อมูลไหลลื่นตั้งแต่การขาย การรับเงิน ไปจนถึงการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตและการต่อยอดทางธุรกิจ

 

 

 

นางสาวบุษรัตน์ เบญจรงคกุล ประธานกลุ่มบริหารธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี กล่าวว่า สำหรับผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจนำเข้า–ส่งออก ต้องเผชิญแรงกดดันมากกว่าที่เคย ทั้งจากมาตรการทางการค้า (Tariff) และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical) ที่ส่งผลให้ต้นทุนซัพพลายเชนปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ผู้ประกอบการจำนวนมากจึงเริ่มมองหาตลาดใหม่ในภูมิภาคเอเชีย พร้อมกับปรับรูปแบบการทำธุรกรรม ไปสู่การใช้ “หลายสกุลเงิน” มากขึ้น เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและประสิทธิภาพในการซื้อขาย

 

อีกหนึ่งความเสี่ยงที่เห็นได้ชัดในปีนี้ คือความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งปรับตัวมากกว่า 10% ตั้งแต่ต้นปี “โจทย์ของผู้ประกอบการในวันนี้ ไม่ใช่แค่การรับ-จ่ายเงิน แต่คือการบริหารต้นทุน และลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน”

 

แนวทางที่ช่วยลดความผันผวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือการใช้สกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency) ซึ่งมีความเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับเงินบาทมากกว่า ซึ่งทีทีบีช่วยให้ธุรกิจสามารถบริหารต้นทุนได้แม่นยำขึ้น ผ่านบัญชีสำหรับบริหารหลายสกุลเงิน ทีทีบี (ttb multi-currency account) ที่รองรับธุรกรรมได้ถึง 11 สกุลเงินหลักภายในบัญชีเดียว ครอบคลุมทั้งการซื้อ-ขาย-รับ-จ่าย ทั้งในและต่างประเทศ

 

ในส่วนของธุรกรรมการเงินทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ถูกเชื่อมต่อให้อยู่ในที่เดียวผ่าน ttb business one ตั้งแต่การโอนเงินไปให้คู่ค้าต่างประเทศที่รองรับถึง 24 สกุลเงินครอบคลุมกว่า 240 ประเทศทั่วโลก ทั้งการบริหารอัตราแลกเปลี่ยน ไปจนถึงสินเชื่อเพื่อการค้าที่รองรับทั้งสกุลเงินบาท ดอลลาร์ และสกุลท้องถิ่น อย่างเช่นสกุลเงินหยวน ทีทีบีมีบริการ  Yuan Full Pay ที่ออกแบบมาเพื่อผู้ประกอบการที่มีธุรกรรมกับคู่ค้าจีนโดยเฉพาะ ttb business one จึงเป็นเครื่องมือช่วยจัดการธุรกิจได้อย่างคล่องตัว พร้อมตอบโจทย์ทุกจังหวะของธุรกิ

 

ด้านนายรัชกร ชยาภิรัต ประธานกลุ่มเทคโนโลยี ทีทีบี กล่าวย้ำว่า ttb business one ถูกออกแบบโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และพัฒนาจากความเข้าใจ Pain Point ของผู้ประกอบการ ผ่านการทำงานร่วมกันของทีมผลิตภัณฑ์ ทีมธุรกิจ และทีมเทคโนโลยี ตั้งแต่การช่วยให้ SME เข้าถึงธุรกรรมการเงินผ่านโมบายแบงก์กิ้งได้ง่ายขึ้น ไปจนถึงการพัฒนาระบบอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งสำหรับธุรกรรมที่ซับซ้อนมากขึ้น พร้อมต่อยอดข้อมูลการเงินร่วมกับข้อมูลภายนอกเพื่อสร้าง Insight ที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจ ลูกค้าจึงสามารถเห็นภาพรวมรายรับ–รายจ่ายและสถานะวงเงินสินเชื่อทุกผลิตภัณฑ์ผ่านแดชบอร์ดเดียว โดยในระยะถัดไป ทีทีบีเตรียมนำ AI มาช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์และสร้างโอกาสใหม่ให้กับธุรกิจ

 

 

 

ttb business one ยังรองรับการจัดทำรายงานหลากหลายรูปแบบ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าตั้งแต่ธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ โดยสามารถดาวน์โหลดรายงานตามวัตถุประสงค์การใช้งานได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชันการจัดการสิทธิ์ด้วยตนเอง ที่ช่วยให้ลูกค้าบริหารข้อมูลบริษัท ผู้ใช้งาน สิทธิ์การใช้งาน และวงเงินต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องส่งเอกสารผ่านส่วนกลาง ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการจัดการธุรกรรมและลดขั้นตอนการดำเนินงานของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ในระยะต่อไป ttb business one จะต่อยอดสู่บทบาท “Digital CFO” ที่ช่วยสรุป วิเคราะห์ และให้คำแนะนำเชิงธุรกิจ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของผู้ประกอบการได้แม่นยำยิ่งขึ้น

 

ด้วยการเชื่อมโยงเครื่องมือดิจิทัล ข้อมูลเชิงลึก และโซลูชันทางการเงินไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ttb business one จึงไม่เพียงช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารธุรกิจได้คล่องตัวขึ้น แต่ยังสะท้อนบทบาทของ

 

ทีทีบีในฐานะ Growth Navigator ที่พร้อมสนับสนุนธุรกิจไทยให้ตัดสินใจได้แม่นยำ และเติบโตได้อย่างมั่นใจในทุกจังหวะของธุรกิจ