วันอังคาร ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2569 11:56 น.

การเงิน หุ้น

SET เร่งเครื่องปี 2570 ฟื้นเชื่อมั่น–ดึงเงินทุน–สร้าง Growth Story ใหม่ นำตลาดทุนไทยสู้เวทีโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 10.27 น.

SET เร่งเครื่องปี 2570 ฟื้นเชื่อมั่น–ดึงเงินทุน–สร้าง Growth Story ใหม่ นำตลาดทุนไทยสู้เวทีโลก


ปี 2570 ถูกจับตาเป็นอีกหนึ่งปีสำคัญของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เมื่อโจทย์ของตลาดทุนไทยไม่ได้อยู่เพียงการผลักดันดัชนีหรือเพิ่มมูลค่าการซื้อขาย แต่คือการสร้างความเชื่อมั่น ดึงเงินลงทุนกลับประเทศ เพิ่มคุณภาพบริษัทจดทะเบียน และทำให้ตลาดทุนไทยสามารถแข่งขันกับตลาดต่างประเทศได้

SET วางแผนกลยุทธ์ 3 ปี 2569–2571 ภายใต้แนวคิด “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” มุ่งยกระดับตลาดทุนไทยในทุกมิติ ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ รุกสร้างโอกาส เสริมสภาพคล่อง เพิ่มความเชื่อมั่น, ผนึกกำลังขยายการเติบโต และเสริมแกร่งโครงสร้างพื้นฐาน ขับเคลื่อนพัฒนาคน

อย่างไรก็ตาม ปี 2570 จะเป็นบททดสอบสำคัญว่า SET สามารถเปลี่ยนจาก “แผนงาน” ไปสู่ “ผลลัพธ์” ได้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะท่ามกลางการแข่งขันของตลาดทุนทั่วโลกและทางเลือกการลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ฟื้นความเชื่อมั่น ภารกิจอันดับหนึ่ง

โจทย์เร่งด่วนที่สุดคือ การฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุน หลังตลาดทุนไทยเผชิญแรงกดดันทั้งด้านสภาพคล่อง การขาดธุรกิจอุตสาหกรรมใหม่เข้าจดทะเบียน การแข่งขันจากตลาดต่างประเทศและสินทรัพย์ทางเลือก รวมถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ การเมือง และภูมิรัฐศาสตร์

SET ระบุชัดว่าการดำเนินงานระยะ 3 ปีจะมุ่งเพิ่ม Attractiveness, Liquidity และ Valuation ควบคู่กับการฟื้นฟูความเชื่อมั่น เพื่อให้ตลาดทุนไทยกลับมาเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจอีกครั้ง

ดังนั้น ปี 2570 การสร้างความมั่นใจว่าตลาดมีความโปร่งใส เป็นธรรม และสามารถดูแลผู้ลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญไม่แพ้ระดับดัชนีตลาดหุ้น

การนำ AI และ Data Analytics มาใช้เฝ้าระวังตลาด ตรวจจับความผิดปกติ และยกระดับข้อมูล จึงมีแนวโน้มเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นยุคใหม่

ดึง Fund Flow แข่งขันแย่งเงินลงทุนทั่วโลก

อีกภารกิจสำคัญคือ การดึง Fund Flow กลับเข้าสู่ตลาดทุนไทย เพราะเงินลงทุนในปัจจุบันมีทางเลือกทั่วโลก ทั้งสหรัฐฯ จีน อินเดีย สิงคโปร์ ฮ่องกง และตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย

SET เตรียมเพิ่มสินค้าและบริการเพื่อรองรับความต้องการของนักลงทุน ทั้ง Bond Connect Platform, Crypto ETF, DR และ L&I ETF รวมถึงพัฒนาแอปพลิเคชันที่รวบรวมพอร์ตลงทุนสินทรัพย์หลากหลายประเภท พร้อมจัด Roadshow ทั้งในและต่างประเทศ และทบทวนกฎเกณฑ์เพื่อปลดล็อกอุปสรรคการลงทุนจากต่างชาติ

แต่การแข่งขันในปี 2570 จะไม่ได้อยู่ที่การจัด Roadshow เพียงอย่างเดียว คำถามสำคัญคือ “ประเทศไทยมีอะไรที่จะทำให้นักลงทุนทั่วโลกเลือกลงทุนในไทยแทนตลาดอื่น?”

คำตอบจึงต้องมาจากคุณภาพของบริษัทจดทะเบียน โอกาสการเติบโต ผลตอบแทน ความโปร่งใส กฎเกณฑ์ที่แข่งขันได้ และผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ตอบโจทย์ยุคใหม่

สร้าง Growth Story ใหม่ ดึง New Economy เข้าตลาด

โจทย์เชิงโครงสร้างที่ SET ต้องเร่งแก้คือ การสร้างบริษัทและอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเข้าสู่ตลาดทุน

เศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนไปสู่ AI, Data Center, Digital Economy, Healthcare, EV, Semiconductor และ Green Economy แต่ตลาดทุนไทยต้องทำให้ธุรกิจเหล่านี้เห็นว่า SET เป็นแหล่งระดมทุนที่มีประสิทธิภาพและสามารถสร้างมูลค่าในระยะยาว

SET จึงวางแนวทางร่วมกับ BOI และ EEC เพื่อดึงบริษัทกลุ่ม New Economy บริษัทต่างชาติ SME และ Startup เข้าสู่ตลาดทุนไทย พร้อมทบทวนกระบวนการ IPO ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ขณะเดียวกันต้องเพิ่มมูลค่าบริษัทจดทะเบียนเดิมผ่านโครงการ JUMP+ ซึ่งมุ่งสร้างความชัดเจนด้านแผนธุรกิจ การเติบโต ความยั่งยืน และการสื่อสารกับนักลงทุน

โจทย์จึงมีสองด้าน คือ สร้างบริษัทใหม่ที่มีศักยภาพ และเพิ่มมูลค่าบริษัทที่อยู่ในตลาดแล้ว

สภาพคล่องต้องโตอย่างมีคุณภาพ

การเพิ่มมูลค่าการซื้อขายยังเป็นเป้าหมายสำคัญ แต่ SET ต้องระวังไม่ให้การเพิ่มสภาพคล่องกลายเป็นเพียงการเก็งกำไรระยะสั้น

แผนกลยุทธ์จึงให้ความสำคัญกับการขยายฐานผู้ลงทุน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และการรุกตลาด TFEX เพื่อใช้เป็นเครื่องมือเสริมพอร์ตและบริหารความเสี่ยง พร้อมเพิ่มสภาพคล่องผ่าน Market Maker และ Professional Trader

ความสำเร็จของปี 2570 จึงควรวัดมากกว่ามูลค่าซื้อขายรายวัน แต่ต้องดูว่า ใครเป็นผู้ลงทุน เงินลงทุนมีคุณภาพเพียงใด และตลาดสามารถสร้างฐานนักลงทุนระยะยาวได้หรือไม่

AI–Data เปลี่ยนเกมตลาดทุน

อีกหนึ่งความท้าทายคือการแข่งขันด้านเทคโนโลยี SET มีแผนนำ AI มาพัฒนาธุรกิจ Market Data & Access เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพข้อมูลและการให้บริการ ขณะเดียวกันการใช้เทคโนโลยีจะต้องขยายไปถึงการกำกับดูแลและการให้บริการผู้ลงทุน

ในปี 2570 ตลาดทุนไทยจึงควรเดินหน้าไปสู่แนวคิด “Intelligent Capital Market” ที่ใช้ข้อมูลและ AI เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ตั้งแต่การเฝ้าระวังตลาด วิเคราะห์ข้อมูลบริษัทจดทะเบียน ไปจนถึงการช่วยให้ผู้ลงทุนเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น

SET Clear จุดเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐาน

ปี 2570 ยังเป็นปีที่มีความสำคัญด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพราะ SET มีแผนพัฒนาระบบ Clearing ใหม่ หรือ SET Clear เพื่อเตรียมเริ่มให้บริการในปี 2570 รวมถึงยกระดับบริการของ TSD และระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ

การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานจึงไม่ใช่เพียงเรื่องระบบหลังบ้าน แต่เป็นปัจจัยที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ความรวดเร็ว และความสามารถในการแข่งขันของตลาดทุนไทยในระยะยาว

ความท้าทายไม่ได้มาจากตลาดหุ้นเพียงอย่างเดียว

SET ยังต้องรับมือกับการแข่งขันจาก สินทรัพย์ต่างประเทศ ETF Digital Asset และแพลตฟอร์มการลงทุนออนไลน์ ซึ่งทำให้นักลงทุนไทยสามารถนำเงินไปลงทุนต่างประเทศได้ง่ายขึ้น

ขณะเดียวกันตลาดทุนไทยต้องเผชิญความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก ดอกเบี้ย ค่าเงิน ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเคลื่อนย้ายเงินทุนที่รวดเร็ว

นี่ทำให้ภารกิจของ SET ในปี 2570 ไม่ใช่เพียงการรักษานักลงทุนเดิม แต่ต้องทำให้ ตลาดทุนไทยมีเหตุผลใหม่ ๆ ที่ทำให้นักลงทุนอยากอยู่และอยากลงทุนเพิ่ม

ปี 2570 วัดความสำเร็จที่ “ความเชื่อมั่น–เงินทุน–การเติบโต”

ภาพรวมแล้ว ความสำเร็จของ SET ในปี 2570 อาจไม่ได้วัดจาก SET Index เพียงตัวเดียว แต่ควรพิจารณา 4 เครื่องยนต์สำคัญ

หนึ่ง — Confidence ฟื้นความเชื่อมั่นและยกระดับ Market Integrity

สอง — Capital Flow ดึงเงินลงทุนทั้งไทยและต่างชาติกลับเข้าสู่ระบบ

สาม — Growth เพิ่มคุณภาพบริษัทจดทะเบียนและสร้าง New Economy Pipeline

สี่ — Technology ใช้ AI, Data และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลยกระดับการแข่งขัน

ท้ายที่สุด ภารกิจของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2570 จึงไม่ใช่เพียงทำให้ “ตลาดหุ้นกลับมาคึกคัก” แต่ต้องทำให้ตลาดทุนไทยกลับมาเป็น เครื่องจักรสำคัญในการระดมทุน สร้างความมั่งคั่ง และขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ

โจทย์ใหญ่ของ SET จึงไม่ใช่เพียง “ตลาดหุ้นไทยจะขึ้นไปกี่จุด” แต่คือ “จะทำอย่างไรให้ประเทศไทยกลับมาเป็นตลาดที่นักลงทุนทั่วโลกอยากลงทุน และเป็นตลาดที่ธุรกิจแห่งอนาคตเลือกเข้ามาระดมทุน”

หากทำได้สำเร็จ ปี 2570 จะไม่ใช่เพียงปีแห่งการฟื้นตัวของตลาดทุน แต่มีโอกาสเป็น จุดเปลี่ยนจากตลาดหุ้นไทยสู่ตลาดทุนไทยที่แข่งขันและเชื่อมต่อกับโลกได้อย่างแท้จริง