วันอาทิตย์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2569 23:28 น.

การเงิน หุ้น

โลกกำลังเข้าสู่ยุค Strategic Investment

วันอังคาร ที่ 08 กันยายน พ.ศ. 2569, 12.29 น.

• โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Strategic Investment ที่การตัดสินใจลงทุนไม่ได้มองเพียงต้นทุนและผลตอบแทน แต่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และนโยบายของรัฐมากขึ้น

 • เงินลงทุนกำลังไหลสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยมูลค่า Greenfield Investment ในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์เพิ่มจาก 109,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2020 เป็น 576,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2025 และมีสัดส่วนเพิ่มจาก 16% เป็น 44% ของการลงทุนสร้างโครงการใหม่ทั่วโลก

 • Strategic Sector ครอบคลุม 5 กลุ่มสำคัญ ได้แก่ AI Infrastructure เทคโนโลยีขั้นสูง แร่สำคัญ เทคโนโลยีเพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเชื่อมโยงกันเป็นห่วงโซ่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต

 • การแข่งขันด้านการลงทุนกำลังกระจุกตัวในประเทศผู้นำเทคโนโลยี โดยในแต่ละอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ 3 ประเทศผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดครองสัดส่วนการลงทุนเฉลี่ยถึง 72% ขณะที่ประเทศรายได้ต่ำและรายได้ปานกลางระดับล่างได้รับเงินลงทุนเพียงประมาณ 10% ของโลก สะท้อนว่าการแข่งขันในยุคใหม่วัดกันที่ศักยภาพของประเทศ ไม่ใช่เพียงต้นทุนแรงงานอีกต่อไป 

การลงทุนโลกกำลังเปลี่ยนไป

 

ในอดีต นักลงทุนมักเลือกประเทศที่มีต้นทุนต่ำ แรงงานคุณภาพ และตลาดขนาดใหญ่เป็นหลัก

 

แต่วันนี้ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า และการแข่งขันด้านเทคโนโลยี ทำให้ "ยุทธศาสตร์ของประเทศ" กลายเป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้ผลตอบแทนทางธุรกิจ

 

รายงาน World Investment Report 2026 ของ UNCTAD จึงชี้ว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค Strategic Investment หรือ "การลงทุนเชิงยุทธศาสตร์" ซึ่งกำลังเปลี่ยนทั้งทิศทางของเงินลงทุนและกติกาการแข่งขันทางเศรษฐกิจของโลก

 

FDI โลกฟื้นตัว แต่การลงทุนกำลังเลือก "ทิศทางใหม่"

 

ปี 2025 การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 6% แตะระดับ 1.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยประเทศพัฒนาแล้วเติบโต 11% ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาเพิ่มขึ้นเพียง 2%

 

แม้เม็ดเงินลงทุนจะกลับมาขยายตัว แต่ UNCTAD เตือนว่า แนวโน้มในปี 2026 ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และความขัดแย้งระหว่างประเทศ

 

การฟื้นตัวครั้งนี้จึงไม่ได้หมายความว่าโลกกำลังกลับไปเหมือนเดิม แต่สะท้อนว่า เงินลงทุนกำลังเลือก "ทิศทางใหม่" มากกว่าการกลับไปใช้เกณฑ์เดิมในการตัดสินใจลงทุน

 

จาก "ต้นทุน" สู่ "ความมั่นคง"

 

ที่ผ่านมา บริษัทข้ามชาติมักเลือกลงทุนจากปัจจัยทางเศรษฐกิจเป็นหลัก เช่น

ต้นทุนการผลิต (Cost)

ประสิทธิภาพการผลิต (Efficiency)

การเข้าถึงตลาด (Market Access)

 

แต่ปัจจุบัน ปัจจัยเหล่านี้ “ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด” อีกต่อไป

 

การลงทุนในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ได้รับอิทธิพลจาก

นโยบายอุตสาหกรรมของรัฐ (Industrial Policy)

มาตรการกำกับดูแลการลงทุน (Regulatory Scrutiny)

ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ (Economic Security)

 

กล่าวอีกนัยหนึ่ง นักลงทุนไม่ได้ถามเพียงว่า "ลงทุนที่ไหนกำไรมากที่สุด"

แต่กำลังถามว่า "ลงทุนที่ไหนจะทำให้ธุรกิจและประเทศมีความมั่นคงในระยะยาว"

 

การแข่งขันด้านการลงทุนจึงเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านต้นทุน ไปสู่การแข่งขันด้านเทคโนโลยี ความมั่นคง และนโยบายของรัฐ

 

Strategic Sector ไม่ได้มีแค่ AI

 

เมื่อพูดถึง Strategic Investment หลายคนมักนึกถึง AI เป็นอันดับแรก

 

แต่ UNCTAD ให้นิยาม "อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์" ไว้ถึง 5 กลุ่ม ได้แก่

AI Infrastructure และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง

เทคโนโลยีขั้นสูงและเทคโนโลยีอ่อนไหว

แร่สำคัญ (Critical Minerals)

เทคโนโลยีเพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

เซมิคอนดักเตอร์

 

อุตสาหกรรมเหล่านี้เชื่อมโยงกันเป็นระบบนิเวศเดียวกัน ตั้งแต่วัตถุดิบ การผลิตชิป ไปจนถึง AI และเทคโนโลยีพลังงานสะอาด

 

ดังนั้น การแข่งขันไม่ได้เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง แต่เป็นการแข่งขันเพื่อครอบครอง ห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ของเศรษฐกิจแห่งอนาคต

 

เงินลงทุนกำลังไหลเข้าสู่อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์

 

ข้อมูลของ UNCTAD สะท้อนการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน

 

มูลค่าโครงการลงทุนใหม่ (Greenfield Investment) ในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์เพิ่มจาก 109,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2020 เป็น 576,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2025 หรือมากกว่า 5 เท่า ภายในเวลาเพียง 5 ปี

 

พร้อมกันนั้น สัดส่วนของการลงทุนเพิ่มจาก 16% เป็น 44% ของการลงทุนสร้างโครงการใหม่ทั่วโลก สะท้อนว่าเกือบครึ่งหนึ่งของเม็ดเงินลงทุนใหม่กำลังไหลสู่อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์

 

เมื่อแยกตามอุตสาหกรรม พบว่า

AI Infrastructureมีมูลค่าการลงทุนสูงที่สุด เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 47% ต่อปี

เซมิคอนดักเตอร์ เติบโตเร็วที่สุด เฉลี่ย 54% ต่อปี

แร่สำคัญ และ เทคโนโลยีพลังงาน เติบโตเฉลี่ย 17% ต่อปี

เทคโนโลยีขั้นสูงและเทคโนโลยีอ่อนไหว เติบโตเฉลี่ย  8% ต่อปี

 

หากมองเฉพาะปี 2025 เม็ดเงินลงทุนใหม่ส่วนใหญ่ไหลเข้าสู่ Data Center เพิ่มขึ้นถึง 235,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตามด้วยอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ และเซมิคอนดักเตอร์ ขณะที่พลังงานหมุนเวียน โครงสร้างพื้นฐานทั่วไป และภาคการผลิตกลับชะลอตัว

 

ภาพดังกล่าวสะท้อนว่า เงินลงทุนของโลกกำลัง "เลือกเป้าหมาย" มากกว่าการกระจายตัวไปทุกอุตสาหกรรม โดยเม็ดเงินส่วนใหญ่ไหลเข้าสู่ AI โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงมากขึ้น

 

Strategic Investment กำลังกระจุกตัวอยู่ในศูนย์กลางเทคโนโลยีของโลก

 

แม้การลงทุนจะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่เม็ดเงินกลับกระจุกตัวอยู่ในประเทศที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีและนโยบายอุตสาหกรรม

 

UNCTAD พบว่า ในแต่ละอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ 3 ประเทศผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดครองสัดส่วนการลงทุนเฉลี่ยถึง 72% ขณะที่ 3 ประเทศปลายทางหลักได้รับเงินลงทุนเฉลี่ย 56% ของทั้งหมด

 

 

ในอีกด้านหนึ่ง ประเทศรายได้ต่ำและรายได้ปานกลางระดับล่างได้รับเงินลงทุนในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์รวมกันเพียงประมาณ 10% ของโลก ต่ำกว่าการลงทุนในอุตสาหกรรมทั่วไปที่มีสัดส่วนมากกว่า 20%

 

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า การแข่งขันเพื่อดึงดูด Strategic Investment ไม่ได้วัดกันที่ค่าแรงเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่แข่งขันกันที่เทคโนโลยี บุคลากร ระบบนิเวศอุตสาหกรรม และนโยบายของรัฐ

 

สิ่งที่กำลังเปลี่ยน ไม่ใช่แค่ปลายทางของเงินลงทุน แต่คือ หลักคิดของการลงทุน

 

ประเทศที่ได้เปรียบอาจไม่ใช่ประเทศที่มีต้นทุนต่ำที่สุดอีกต่อไป แต่คือประเทศที่สามารถสร้างความเชื่อมั่น พัฒนาเทคโนโลยี และมีนโยบายที่ทำให้ภาคธุรกิจวางแผนลงทุนระยะยาวได้อย่างมั่นใจ

 

สำหรับทุกประเทศ รวมถึงประเทศไทย โจทย์สำคัญกำลังเปลี่ยนจาก "จะดึงดูดการลงทุนอย่างไร เป็น "จะสร้างศักยภาพอะไร เพื่อให้โลกอยากเข้ามาลงทุน" เพราะนั่นคือปัจจัยที่จะกำหนดความสามารถในการแข่งขันในทศวรรษข้างหน้า