วันอังคาร ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2569 14:45 น.

การเงิน หุ้น

สิงหา69 SET ปิดที่ 1,595.16 จุด ลดลง 1.8%

วันอังคาร ที่ 08 กันยายน พ.ศ. 2569, 12.53 น.

สิงหา69 SET ปิดที่ 1,595.16 จุด ลดลง 1.8%

 

ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2569 SET Index ปิดที่ 1,595.16 จุด ลดลง 1.8% จากเดือนก่อนหน้า แต่ยังเพิ่มขึ้น 26.6% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 โดยตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กลับมาทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นใกล้ระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ประกอบกับความผันผวนในตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ จากปัญหาหนี้สาธารณะและการขาดดุลการคลัง รวมถึงทิศทางจากการประชุม Jackson Hole ที่ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นและเงินดอลลาร์แข็งค่า ปัจจัยดังกล่าวส่งผลต่อกระแสเงินทุนในตลาดเกิดใหม่ รวมถึงตลาดหุ้นไทย โดยในเดือนสิงหาคม นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 746 ล้านดอลลาร์ แต่ยังคงซื้อสุทธิสะสม 1.6 พันล้านดอลลาร์นับจากต้นปี

 

 

 

นายฉัตรชัย ทิศาดลดิลก CFA, FRM ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า แม้ตลาดหุ้นไทยในเดือนสิงหาคมจะพักฐานและเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยต่างประเทศ แต่ปัจจัยพื้นฐานในประเทศยังมีสัญญาณสนับสนุน โดยด้านเศรษฐกิจ แม้ GDP ไตรมาส 2/2569 ขยายตัวชะลอลง แต่มีการปรับเพิ่มประมาณการ GDP ทั้งปี ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง และสอดคล้องกับค่าใช้จ่ายในการลงทุน (Capex) ของบริษัทจดทะเบียนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สะท้อนว่าแรงส่งจากการลงทุนมีความชัดเจนมากขึ้น ส่วนผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนยังคงแข็งแกร่ง โดยกำไรสุทธิในช่วง 6 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 22.2% จากปีก่อน โดยการปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) อย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้ SET Index มีผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีในระดับที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับหลายตลาด ขณะที่แรงขับเคลื่อนของตลาดเริ่มกระจายไปยังหลายกลุ่มอุตสาหกรรมมากขึ้น

ภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทยเดือนสิงหาคม 2569

ณ สิ้นเดือนสิงหาคม SET Index ปิดที่ 1,595.16 จุด ลดลง 1.8% จากเดือนก่อนหน้า แต่ยังคงเพิ่มขึ้น 26.6% จากสิ้นปี 2568 

ในเดือนสิงหาคม 2569 กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร และกลุ่มทรัพยากรให้ผลตอบแทนโดดเด่นกว่ากลุ่มอื่น ขณะที่นับตั้งแต่ต้นปี กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม และกลุ่มทรัพยากรยังคงให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาด

ในเดือนสิงหาคม 2569 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai อยู่ที่ 75,050 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 69,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 

ผู้ลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 24,681 ล้านบาทในเดือนสิงหาคม 2569 อย่างไรก็ตาม ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 ผู้ลงทุนต่างประเทศยังคงซื้อสุทธิ 51,183 ล้านบาท 

ผู้ลงทุนต่างประเทศมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ 55.3% ของมูลค่าการซื้อขายรวม ตามด้วยผู้ลงทุนรายย่อยในประเทศ 30.8% ผู้ลงทุนสถาบันในประเทศและบริษัทหลักทรัพย์ในสัดส่วนใกล้เคียงกันที่ 6.9%

เดือนสิงหาคม 2569 มีบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ซื้อขายใน mai 1 บริษัทได้แก่ บมจ. กลุ่มภัทร (PHAT)

Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นสิงหาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 14.3 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 13.2 เท่า และ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 15.1 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 14.5 เท่า

อัตราเงินปันผลตอบแทนของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นสิงหาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 4.3% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 2.8%

ภาวะตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เดือนสิงหาคม 2569

ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในเดือนสิงหาคม อยู่ที่ 463,401 สัญญา ลดลง 17.7% จากเดือนก่อน ที่สำคัญจากการลดลงของ SET50 Index Futures และ Single Stock Futures  อย่างไรก็ตาม ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวม อยู่ที่ 542,985 สัญญา เพิ่มขึ้น 29.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน