วันอาทิตย์ ที่ 04 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 17.43 น.
เปิดประวัติ “ดร.ณัฐวุฒิ” จากนักธุรกิจรุ่นใหม่ สู่ภารกิจปั้น AURELIAN GROUP อาณาจักรธุรกิจครบวงจร
ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท AURELIAN GROUP จำกัด และบริษัทในเครือ กำลังได้รับความสนใจในแวดวงธุรกิจ หลังเดินหน้าขยายการลงทุนครั้งใหญ่ โดยเฉพาะการเข้าลงทุนในธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและพลังงานใน จ.นครราชสีมา มูลค่ารวมประมาณ 7,000 ล้านบาท
ดีลดังกล่าวถูกมองว่าเป็นอีกก้าวสำคัญของเส้นทางธุรกิจของ ดร.ณัฐวุฒิ จากเดิมที่มีการลงทุนในธุรกิจหลากหลายประเภท สู่แนวคิดการสร้างธุรกิจแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ

ดร.ณัฐวุฒิ เป็นผู้ก่อตั้ง AURELIAN GROUP หรือ AG ซึ่งทำหน้าที่เป็นบริษัทแม่ในการบริหารธุรกิจในเครือ ปัจจุบันมีบริษัทที่จดทะเบียนในกลุ่มรวม 43 บริษัท ทุนจดทะเบียนรวม 215 ล้านบาท และอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ตลาดทุนในอนาคต
แนวคิดสำคัญของการขยายธุรกิจ คือการไม่ได้มองแต่ธุรกิจปลายทาง แต่พยายามเชื่อมโยงธุรกิจแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะการลงทุนในภาคเกษตร อาหาร พลังงาน เทคโนโลยี สื่อ และธุรกิจบริการ
ล่าสุด AURELIAN GROUP เตรียมเดินหน้าเข้าสู่ธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป โดยอยู่ระหว่างการลงนามซื้อกิจการโรงงานเอทานอลใน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ซึ่งมีกำลังการผลิตสูงถึง 1.2 ล้านลิตรต่อวัน ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 2,460 ไร่
ขณะเดียวกันยังมีแผนเข้าลงทุนในโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลังใน อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา พื้นที่ประมาณ 1,700 ไร่ มีกำลังรับซื้อและแปรรูปมันสำปะหลังสดประมาณ 2,000 ตันต่อวัน
ทั้งสองโครงการมีมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 7,000 ล้านบาท และถือเป็นการลงทุนขนาดใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของกลุ่มบริษัท
ดร.ณัฐวุฒิ เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนตรวจสอบเอกสารและโฉนดที่ดิน รวมถึงการจัดทำสัญญาซื้อขาย โดยบริษัท เอจี เอทานอล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ จะเป็นผู้เข้าทำสัญญา
สำหรับการลงทุนครั้งนี้ไม่ได้มองเพียงการซื้อกิจการโรงงาน แต่เป็นการวางโครงสร้างธุรกิจเกษตรแปรรูปให้เชื่อมโยงตั้งแต่การรับวัตถุดิบ การแปรรูป ไปจนถึงการนำผลผลิตไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและผลิตภัณฑ์อื่นๆ
เหตุผลหนึ่งที่เลือก จ.นครราชสีมา เป็นพื้นที่ลงทุน เนื่องจากเป็นแหล่งผลิตมันสำปะหลังสำคัญของประเทศ และมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทางที่เชื่อมต่อกรุงเทพฯ และภูมิภาค โดยเฉพาะเส้นทางมอเตอร์เวย์ M6
ดร.ณัฐวุฒิ ระบุว่า การตัดสินใจลงทุนเกิดขึ้นหลังจากได้เข้าไปดูโรงงานและหารือกับเจ้าของกิจการเดิมเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 ก่อนจะมีการเจรจารายละเอียดและข้อเสนอทางธุรกิจต่อเนื่อง และได้ข้อสรุปด้านมูลค่าการลงทุนเมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา
ดีลดังกล่าวจึงไม่ได้เกิดขึ้นจากการมองธุรกิจเพียงระยะสั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของแผนลงทุนระยะยาว หรือ CAPEX ของกลุ่มบริษัท
นอกจากอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปแล้ว AURELIAN GROUP ยังวางแผนขยายธุรกิจในหลายอุตสาหกรรมในปี 2570 ทั้งธุรกิจค้าปลีก อาหารและเครื่องดื่ม เทคโนโลยี สินค้าอุปโภคบริโภค และสื่อสารมวลชน
หนึ่งในแผนสำคัญคือธุรกิจร้านสะดวกซื้อภายใต้ชื่อ “AG ใกล้” ซึ่งวางเป้าหมายขยายสาขาในประเทศไทย ขณะที่ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มมีแผนพัฒนาร้านอาหารและร้านกาแฟภายใต้แบรนด์ของกลุ่มบริษัท
ในด้านเทคโนโลยี กลุ่มบริษัทเตรียมพัฒนาแบรนด์ NEXORA ในกลุ่มสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์อัจฉริยะ ขณะที่ธุรกิจเครื่องดื่มมีแบรนด์ MIZU ซึ่งวางแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำชาและน้ำแร่ธรรมชาติ
ส่วนอีกหนึ่งธุรกิจที่อยู่ในแผนการขยายตัว คือธุรกิจสื่อสารมวลชน ภายใต้แนวคิดการสร้างธุรกิจสื่อที่ครอบคลุมทั้งสำนักข่าว สื่อดิจิทัล การผลิตคอนเทนต์ และการโฆษณาประชาสัมพันธ์ โดยวางเป้าหมายพัฒนาไปสู่บริษัทมหาชนในอนาคต
สิ่งที่น่าจับตาจึงไม่ใช่เพียงจำนวนเงินลงทุน หรือจำนวนธุรกิจที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่คือแนวทางของ ดร.ณัฐวุฒิ ที่พยายามวาง AURELIAN GROUP ให้เป็นกลุ่มธุรกิจที่มีความหลากหลาย และเชื่อมโยงกันตั้งแต่ภาคการผลิต เกษตร อาหาร เทคโนโลยี ไปจนถึงสื่อ
ดีลธุรกิจเกษตรแปรรูปมูลค่า 7,000 ล้านบาท จึงอาจไม่ได้เป็นเพียงการซื้อโรงงาน 2 แห่ง แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการวางโครงสร้างธุรกิจอีกชุดหนึ่งของ AURELIAN GROUP
ขณะที่แผนลงทุนในปี 2570 จะเป็นบททดสอบสำคัญว่า แนวคิดการสร้างอาณาจักรธุรกิจหลายอุตสาหกรรมของ ดร.ณัฐวุฒิ จะสามารถเดินหน้าได้ตามเป้าหมายที่วางไว้มากน้อยเพียงใด