วันจันทร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2569 15:51 น.

การเงิน หุ้น

EXIM BANK เผยผลการดำเนินงาน 9 เดือน ปล่อยสินเชื่อใหม่ทะลุ 4 หมื่นลบ.

วันจันทร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 14.30 น.

EXIM BANK เผยผลการดำเนินงาน 9 เดือน ปล่อยสินเชื่อใหม่ทะลุ 4 หมื่นลบ.

 

หนุนธุรกิจไทยเข้าถึงทุน เสริมศักยภาพการแข่งขัน EXIM BANK อนุมัติสินเชื่อใหม่ 40,734 ล้านบาท มียอดคงค้างสินเชื่อรวมภาระผูกพัน 179,572 ล้านบาท พร้อมขับเคลื่อน ESG Financing 87,330 ล้านบาท เพื่อยกระดับธุรกิจไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

เร่งเปิดตลาดใหม่ บริหารความเสี่ยง พร้อมรับโลกการค้าที่เปลี่ยนแปลง สนับสนุนการลงทุนในตลาด CLMV และ New Frontiers ด้วยยอดคงค้างสินเชื่อรวมภาระผูกพัน 28,157 ล้านบาท และมีปริมาณธุรกิจสะสมบริการประกัน 140,985 ล้านบาท พร้อมเดินหน้ายกระดับบทบาทสู่พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ เชื่อมแหล่งทุนและโอกาสใหม่ให้ธุรกิจไทยเติบโตในตลาดโลก

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 เดินหน้าขับเคลื่อนบทบาทธนาคารเพื่อการพัฒนาในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้รับมือกับความท้าทายและสร้างโอกาสเติบโตในตลาดโลก ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการกีดกันทางการค้า และต้นทุนธุรกิจที่ผันผวน โดยมุ่งเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน เสริมศักยภาพการแข่งขัน และสนับสนุนการลงทุนที่มีคุณภาพ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK เปิดเผยว่า EXIM BANK มุ่งขับเคลื่อนภารกิจสำคัญ ทั้งการเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนและเสริมสภาพคล่อง การบริหารความเสี่ยงควบคู่กับการขยายตลาดใหม่ และการสนับสนุนการลงทุนเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยอย่างยั่งยืน สอดรับกับทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามแนวทางของรัฐบาล โดยผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกสะท้อนบทบาทของ EXIM BANK ในการเป็นพันธมิตรที่ช่วยผู้ประกอบการรับมือความผันผวน พร้อมสร้างโอกาสเติบโตในโลกการค้าที่เปลี่ยนแปลงเร็ว

 

 

ด้านการสนับสนุนทางการเงินและการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ EXIM BANK มีวงเงินอนุมัติสินเชื่อใหม่จำนวน 40,734 ล้านบาท ยอดคงค้างสินเชื่อรวมภาระผูกพัน 179,572 ล้านบาท สะท้อนบทบาทในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนและรักษาสภาพคล่องทางธุรกิจ พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้ตอบโจทย์ธุรกิจในแต่ละช่วงของการเติบโต อาทิ สินเชื่อเพื่อยกระดับธุรกิจแฟรนไชส์ สินเชื่อเติมทุนเสริมแกร่งธุรกิจไทย และ EXIM Ready Trade Credit เพื่อเสริมสภาพคล่อง เพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ และสนับสนุนการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ ขณะเดียวกัน EXIM BANK เดินหน้าสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านการให้สินเชื่อและภาระผูกพันเพื่อการลงทุนและการปรับตัวสู่ความยั่งยืน (ESG Financing) จำนวน 87,330 ล้านบาท คิดเป็น 48.63% ของยอดคงค้างรวม เพื่อส่งเสริมการลงทุนที่มีคุณภาพ ยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจ และเพิ่มความพร้อมในการรับมือกับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและการค้าระหว่างประเทศที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยในระยะยาว

ทั้งนี้ EXIM BANK ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง ยังร่วมกับธนาคารโลกและธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เดินหน้าโครงการเมืองคาร์บอนต่ำและการพัฒนาตลาดคาร์บอน (Low Carbon Cities and Carbon Market Development Project) โดย EXIM BANK ได้รับเงินกู้จากธนาคารโลกวงเงิน 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีกระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อนำไปสนับสนุนเงินทุนแก่บริษัทจัดการพลังงาน (Energy Service Companies: ESCOs) ที่ผ่านเกณฑ์ สำหรับลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐที่เข้าร่วมโครงการ

ด้านการบริหารความเสี่ยงและการสร้างโอกาสทางการค้า EXIM BANK สนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการกระจายตลาด การลงทุนและห่วงโซ่อุปทานไปยังประเทศที่มีศักยภาพ มียอดคงค้างสินเชื่อรวมภาระผูกพันเพื่อการลงทุนในกลุ่มประเทศ CLMV และ New Frontiers จำนวน 28,157 ล้านบาท และวงเงินอนุมัติใหม่ 7,684 ล้านบาท สะท้อนบทบาทในการสนับสนุนการขยายธุรกิจและสร้างโอกาสเติบโตในตลาดใหม่ ควบคู่กับการพัฒนาเครื่องมือทางการเงินเพื่อบริหารความเสี่ยงจากการค้าระหว่างประเทศ ทั้งความเสี่ยงด้านการชำระเงิน ความผันผวนของตลาด และความเสี่ยงจากประเทศคู่ค้า โดยมีปริมาณธุรกิจสะสมบริการประกันจำนวน 140,985 ล้านบาท ช่วยเสริมความมั่นใจให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจและขยายตลาดต่างประเทศได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น

 

 

นอกจากนี้ ในไตรมาส 3 ปี 2569 ซึ่งเกิดอุทกภัยในกรุงเทพมหานครและหลายพื้นที่ของประเทศ EXIM BANK ได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ผ่านการบรรเทาภาระหนี้และเสริมสภาพคล่อง อาทิ การขยายระยะเวลาตั๋วสัญญาใช้เงินและวงเงินกู้ระยะสั้นสูงสุด 210 วัน การเปลี่ยนหนี้ระยะสั้นเป็นหนี้ระยะยาวโดยผ่อนชำระสูงสุด 3 ปี การขยายระยะเวลาผ่อนชำระเงินกู้ระยะยาวได้สูงสุด 7 ปี การพักชำระเงินต้นสูงสุด 1 ปี และการเพิ่มวงเงินหมุนเวียนชั่วคราวไม่เกิน 20% ของวงเงินเดิม วงเงินสูงสุด 2 ล้านบาท และล่าสุดได้ออกมาตรการ “เติมเงินฉุกเฉิน” เพิ่มเติม เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการรักษาสภาพคล่อง ฟื้นฟูกิจการ และกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

ด้านคุณภาพสินทรัพย์และความมั่นคงทางการเงิน EXIM BANK ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ ควบคู่กับการดูแลลูกค้าเชิงรุก โดยมีอัตราสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL Ratio) อยู่ที่ 4.29% และอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage Ratio) อยู่ที่ 237.87% สะท้อนฐานะทางการเงินที่มั่นคง ขณะเดียวกัน EXIM BANK ได้เร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ การบริหารภาระหนี้ให้สอดคล้องกับศักยภาพของธุรกิจ และการสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินและช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถฟื้นตัวและพร้อมเติบโตได้ในระยะต่อไป

นายชลัช กล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปี 2569 และระยะต่อไปว่า ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก EXIM BANK มุ่งยกระดับบทบาทจากการเป็นผู้สนับสนุนทางการเงิน สู่การเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่ร่วมสร้างโอกาสและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทย โดยมุ่งสร้างความแตกต่างใน 3 มิติสำคัญ

มิติแรก การสร้างเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ให้เศรษฐกิจไทย โดย EXIM BANK จะมุ่งเพิ่มจำนวนผู้ส่งออกรายใหม่ โดยเฉพาะ SMEs และธุรกิจที่มีศักยภาพในการขยายสู่ตลาดโลก พร้อมสนับสนุนการต่อยอดโมเดลธุรกิจไทยสู่ตลาดโลกผ่านช่องทางที่หลากหลาย รวมถึงธุรกิจ Franchise เพื่อขยายโอกาสทางการค้าและสร้างรายได้จากต่างประเทศให้แก่ผู้ประกอบการไทย

มิติที่สอง การเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจไทยรับมือกับความท้าทาย โดย EXIM BANK พร้อมยืนเคียงข้างผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ภัยพิบัติ และความเสี่ยงทางการค้า ผ่านมาตรการทางการเงินที่สอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการของธุรกิจ ควบคู่กับการสนับสนุนการฟื้นฟูกิจการและเสริมสร้างความพร้อมในการรับมือกับความเสี่ยง เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างมั่นคง

มิติที่สาม การเปลี่ยนความท้าทายด้าน ESG ให้เป็นโอกาสทางธุรกิจ โดย EXIM BANK พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการปรับตัวตามกติกาการค้าโลก ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ผ่านการสนับสนุนเงินทุนสำหรับการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ ตลอดจนการลงทุนที่สร้างมูลค่าเพิ่มและตอบโจทย์ความต้องการของตลาด

ทั้งนี้ EXIM BANK จะเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน ควบคู่กับการเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นแก่ผู้ประกอบการ ผ่านโครงการ EXIM2X ตลอดจนการขยายเครือข่ายพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างผู้ส่งออกรายใหม่ เสริมศักยภาพผู้ส่งออกเดิม และขับเคลื่อนธุรกิจไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน