วันศุกร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2569 20:57 น.

การเงิน หุ้น

ThaiCBN ผนึก Thailand PPWR Consortium หนุนธุรกิจไทยปรับตัวสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน รับกฎบรรจุภัณฑ์ใหม่ของตลาดสหภาพยุโรป

วันศุกร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 19.25 น.
ThaiCBN ผนึก Thailand PPWR Consortium หนุนธุรกิจไทยปรับตัวสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน รับกฎบรรจุภัณฑ์ใหม่ของตลาดสหภาพยุโรป
 
 
 
เครือข่ายธุรกิจเพื่อการจัดการสภาพภูมิอากาศประเทศไทย (Thailand Climate Business Network: ThaiCBN) ร่วมกับ Thailand PPWR Consortium และองค์กรพันธมิตรจากภาครัฐและเอกชน ประกาศความร่วมมือเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการเตรียมความพร้อมรับกฎระเบียบด้านบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ของสหภาพยุโรป (Packaging and Packaging Waste Regulation: PPWR) ผ่านการเชื่อมโยงองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายสนับสนุนจากภาคส่วนต่าง ๆ ในงาน “Thailand PPWR Stronger Together: ผนึกกำลังไทย รับมือ PPWR” เพื่อสร้างความเข้าใจและเปิดมุมมองการปรับตัวของธุรกิจไทยสู่ตลาดสหภาพยุโรป
 
 
ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ ประธานคณะกรรมการบริหารเครือข่ายธุรกิจเพื่อการจัดการสภาพภูมิอากาศประเทศไทย (ThaiCBN) เปิดเผยว่า ความร่วมมือระหว่าง ThaiCBN และ Thailand PPWR Consortium ซึ่งประกอบด้วยพันธมิตรสำคัญ อาทิ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และธนาคารกสิกรไทย มีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านบรรจุภัณฑ์ ความยั่งยืน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เข้ากับความต้องการของภาคธุรกิจไทย เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมลดความเสี่ยงจากข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นในตลาดโลก
 
ความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางแนวโน้มที่ประเทศคู่ค้าสำคัญทั่วโลก โดยเฉพาะสหภาพยุโรป ให้ความสำคัญกับการจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การลดของเสีย และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซึ่ง PPWR ถือเป็นกฎระเบียบสำคัญที่มุ่งยกระดับการออกแบบและการจัดการบรรจุภัณฑ์ให้สามารถใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า ลดการใช้วัสดุที่ไม่จำเป็น ส่งเสริมการใช้วัสดุรีไซเคิล และเพิ่มความสามารถในการนำบรรจุภัณฑ์กลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน
 
การปรับตัวให้สอดคล้องกับ PPWR ไม่ใช่เพียงการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านบรรจุภัณฑ์ของสหภาพยุโรป แต่เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับการจัดการทรัพยากรและสนับสนุนการลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ โดยคำนึงถึงผลกระทบตลอดวงจรชีวิต ตั้งแต่การผลิต การขนส่ง ไปจนถึงการจัดการหลังใช้งาน การลดการใช้วัสดุที่ไม่จำเป็น การออกแบบให้เอื้อต่อการใช้ซ้ำหรือรีไซเคิล และการจัดการหลังใช้งานอย่างเหมาะสม สามารถช่วยลดการใช้ทรัพยากรและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมสร้างโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจและรักษาการเข้าถึงตลาดสหภาพยุโรป
 
ความร่วมมือนี้จะเชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญ องค์ความรู้ และเครื่องมือสนับสนุน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs สามารถประเมินความพร้อมและวางแผนปรับตัวได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยจะต่อยอดสู่กิจกรรม PPWR Intensive Workshop ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2569 ภายในงาน SX 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการระบุประเด็นที่ต้องปรับปรุงและพัฒนาแนวทางจัดการบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมกับธุรกิจ ขับเคลื่อนจากความเข้าใจสู่การลงมือปฏิบัติ
ด้าน ดร.นุจรินทร์ รามัญกุล ผู้เชี่ยวชาญ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สวทช. ในฐานะผู้แทน Thailand PPWR Consortium กล่าวว่า บรรจุภัณฑ์เป็นด่านสำคัญในการนำสินค้าเข้าสู่ตลาดสหภาพยุโรป ไม่ว่าจะเป็นการค้าระหว่างธุรกิจ (B2B) หรือการจำหน่ายให้ผู้บริโภค (B2C) แม้ตัวสินค้าจะมีคุณภาพดีและโดดเด่นเพียงใด แต่หากบรรจุภัณฑ์ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ก็อาจไม่สามารถนำสินค้าเข้าสู่ตลาดได้ กฎหมาย PPWR จึงเป็นความท้าทายสำคัญสำหรับผู้ผลิต ผู้ส่งออก และผู้เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทานของไทย
PPWR มีความซับซ้อนเชิงระบบ ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ใช้วัสดุอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้จริงเมื่อสิ้นสุดการใช้งาน การเลือกใช้วัสดุและการจัดการสารเคมี การใช้วัสดุรีไซเคิล ไปจนถึงการประเมินและแสดงความสอดคล้อง ขณะที่ข้อกำหนดและวิธีการประเมินหลายประเด็นยังอยู่ระหว่างการพัฒนา Thailand PPWR Consortium จึงมุ่งเป็นกลไกความร่วมมือที่เชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ สถาบันวิจัย ห้องปฏิบัติการ และหน่วยตรวจสอบรับรอง เพื่อร่วมกันพัฒนาแนวทางปฏิบัติ เครื่องมือ และระบบสนับสนุนที่จำเป็น ลดความไม่แน่นอนในการตีความข้อกำหนด ลดความซ้ำซ้อนและต้นทุนในการดำเนินงาน โดยขับเคลื่อนผ่านคณะทำงาน 3 ด้าน ได้แก่ การออกแบบบรรจุภัณฑ์และการนำไปปฏิบัติ การทดสอบและประเมินความสอดคล้อง และนโยบายและการสื่อสาร
ทั้งนี้ ThaiCBN และ Thailand PPWR Consortium จะร่วมกันขับเคลื่อนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนาแนวปฏิบัติ รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจไทยสามารถเปลี่ยนความท้าทายจากกฎระเบียบใหม่ด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้เป็นโอกาสในการยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่คู่ค้าในระดับสากล และร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและการพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว ภายใต้แนวคิด “Stronger Together”