วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 03:17 น.

การเงิน หุ้น

เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงก์จับมือ MIT Sloan เปิดตัว "หลักสูตรดิจิทัลผู้นำธุรกิจครอบครัวรุ่นต่อไป"

วันพฤหัสบดี ที่ 05 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569, 16.16 น.

เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงก์จับมือ MIT Sloan เปิดตัว "หลักสูตรดิจิทัลผู้นำธุรกิจครอบครัวรุ่นต่อไป"

 

เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงก์ ร่วมกับ สถาบันบริหารธุรกิจเอ็มไอที สโลน (MIT Sloan School of Management) เปิดตัวหลักสูตรดิจิทัลผู้นำธุรกิจครอบครัวรุ่นต่อไป (Future Family Leaders Digital Programme) เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่ทายาทของครอบครัวลูกค้ากลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูงมากทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำธุรกิจครอบครัวและดูแลบริหารความมั่งคั่ง

การเปิดตัวหลักสูตรครั้งนี้เกิดขึ้นจากการคาดการณ์ว่าความมั่งคั่งมูลค่า 2,816 ล้านล้านบาท (83.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) จะถูกส่งต่อสู่คนรุ่นใหม่ในช่วงสองทศวรรษข้างหน้า สะท้อนถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้นำรุ่นใหม่ก่อนการสืบทอดธุรกิจจะเกิดขึ้น

ทายาทรุ่นใหม่ของครอบครัวลูกค้าเอชเอสบีซี ไพรเวท แบงก์ ในประเทศไทยที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ มีโอกาสเข้าร่วมหลักสูตรระดับโลกนี้ โดยจะได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านธรรมาภิบาลครอบครัวของเอชเอสบีซี และได้เรียนรู้ด้านธุรกิจครอบครัวของสถาบันบริหารธุรกิจเอ็มไอที สโลน เพื่อเตรียมพร้อมเป็นผู้นำธุรกิจครอบครัวและสานต่อมรดกของครอบครัว โดยหลักสูตรจะมุ่งพัฒนาทักษะและความมั่นใจที่จำเป็นต่อการบริหารความสัมพันธ์ภายในครอบครัว การสืบทอดธุรกิจ และการรับผิดชอบในฐานะเจ้าของธุรกิจ

นายวิลเลียม ฟอก ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานไพรเวท แบงก์ ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย  กล่าวว่า “การส่งต่อความมั่งคั่งอาจไม่บรรลุเป้าหมาย หากทายาทรุ่นใหม่ได้รับมอบความมั่งคั่งและธุรกิจของครอบครัว แต่ยังขาดทักษะที่จำเป็นในการเป็นผู้นำ ทั้งนี้ ลูกค้าของเราได้บอกเราอยู่เสมอว่า ต้องการให้บุตรหลานได้สั่งสมประสบการณ์ในการรับมือกับภาระหน้าที่และความท้าทายต่าง ๆ ก่อนถึงช่วงเปลี่ยนผ่าน ไม่ใช่หลังจากนั้น ดังนั้น หลักสูตรนี้จึงมุ่งพัฒนาทักษะเฉพาะด้านและความมั่นใจ เพื่อให้ทายาทพร้อมพูดคุยและหารือประเด็นต่าง ๆ ภายในครอบครัว ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการสืบทอดธุรกิจและส่งต่อความมั่งคั่งอย่างประสบความสำเร็จ”

หลักสูตรระดับโลกนี้เป็นอีกก้าวหนึ่งของเอชเอสบีซีในการเตรียมความพร้อมให้คนรุ่นใหม่ในไทยรับผิดชอบบทบาทผู้นำธุรกิจครอบครัวและดูแลรักษาความมั่งคั่ง โดยเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงก์ ได้จัดงาน “ความมั่งคั่งสู่คนรุ่นใหม่: การสืบทอดมรดก ความกลมเกลียว และความต่อเนื่องของธุรกิจครอบครัวไทย” (Next Generation Wealth: Legacy, Harmony, and Continuity in Thai Family Enterprises) ณ กรุงเทพฯ สำหรับครอบครัวนักธุรกิจไทยที่อยู่ระหว่างการส่งต่อความมั่งคั่ง บทบาทผู้นำ และค่านิยมจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งภายในงานได้มีการแลกเปลี่ยนแนวทางวางแผนสืบทอดมรดกของครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมไทย ควบคู่กับการนำกลยุทธ์สมัยใหม่มาใช้ในด้านธรรมาภิบาล การสืบทอดธุรกิจ และการเสริมสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในครอบครัว

นายจอห์น เดวิส อาจารย์อาวุโสด้านธุรกิจครอบครัว สถาบันบริหารธุรกิจเอ็มไอที สโลน (MIT Sloan School of Management) กล่าวว่า “การทำงานของ MIT Sloan ตั้งอยู่บนรากฐานของการวิจัยตลอดหลายทศวรรษ และประสบการณ์ทำงานจริงร่วมกับครอบครัวผู้ประกอบการ ทั้งในส่วนของธุรกิจ สำนักงานบริหารทรัพย์สินครอบครัว และกิจกรรมเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม เราช่วยให้ครอบครัวเหล่านี้เกิดความเข้าใจเชิงลึกในประเด็นสำคัญ และพัฒนาแนวปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพเพื่อขับเคลื่อนผลการดำเนินงานในระยะยาว ความร่วมมือกับเอชเอสบีซี ไพรเวท แบงก์ ในครั้งนี้ เป็นการนำจุดแข็งของเรามาถ่ายทอดผ่านหลักสูตรที่ผู้นำรุ่นใหม่สามารถเข้าถึงได้”

หลักสูตรดิจิทัลใหม่นี้เป็นส่วนเพิ่มเติมล่าสุดของโครงการผู้นำธุรกิจครอบครัว (Family Leaders Programme) ของเอชเอสบีซี ไพรเวท แบงก์ ซึ่งครอบคลุมการพัฒนาหลากหลายด้านและหลายระดับ เพื่อสนับสนุนครอบครัวในช่วงเปลี่ยนผ่านความมั่งคั่ง เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ลูกค้ากว่า 60 รายได้เข้าร่วมเวทีผู้นำครอบครัวรุ่นต่อไป (Future Family Leaders Forum) ณ กรุงเอเธนส์ ซึ่งเป็นงานสำคัญประจำปีของโครงการ นอกจากนี้ ยังมีแผนจัดเวทีพบปะในระดับภูมิภาคเพิ่มเติมในช่วงปลายปีนี้ โดยปรับเนื้อหาให้สอดคล้องกับความต้องการและโอกาสของแต่ละตลาด

หลักสูตรออนไลน์ระยะเวลา 6 สัปดาห์นี้ออกแบบสำหรับลูกค้าอายุ 23 - 30 ปี ซึ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการก้าวสู่บทบาทผู้นำ โดยมีเนื้อหาที่พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะ ผ่านการร่วมออกแบบและถ่ายทอดความรู้โดยผู้เชี่ยวชาญด้านธรรมาภิบาลครอบครัวของเอชเอสบีซี ไพรเวท แบงก์ และผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจครอบครัวจากหลักสูตรการศึกษาสำหรับผู้บริหาร สถาบันบริหารธุรกิจเอ็มไอที สโลน โดยมีเนื้อหาครอบคลุมพลวัตของธุรกิจครอบครัว แนวคิดในฐานะเจ้าของกิจการ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในครอบครัว การจัดการบทสนทนาในประเด็นที่ละเอียดอ่อนหรือยากต่อการพูดคุย และการวางเส้นทางสู่อนาคต

ผู้เข้าร่วมรุ่นแรกจากทั่วโลกเริ่มเรียนเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และจะจบหลักสูตรในวันที่ 8 ธันวาคมนี้ โดยเรียนทั้งหมด 6 หน่วยการเรียนรู้ตลอดระยะเวลา 6 สัปดาห์ ประกอบด้วยการเรียนออนไลน์แบบสด 2 หน่วยการเรียนรู้ และการเรียนด้วยตนเองตามเวลาที่สะดวกอีก 4 หน่วยการเรียนรู้