วันอังคาร ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2565 13:20 น.

ข่าวสังคม

สสส.หนุนเดินวิ่งสมาธิวิสาขบูชาถือศีลห้าลดละอบายมุข 2565

วันอาทิตย์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 16.56 น.

สสส. หนุนงานเดินวิ่งสมาธิ วิสาขะ พุทธบูชา ถือศีลห้า ลดละอบายมุข 2565 ดันคนไทยเพิ่มกิจกรรมทางกาย สร้างภูมิคุ้มกันกายใจ ยึดหลักใจประสานกายเคลื่อนไหวอย่างมีสติ เพิ่มประสิทธิภาพเกราะคุ้มกันลดความเสี่ยงเกิดโรคไม่ติดต่อ NCDs

เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่สวนวชิรเบญจทัศ นางประภาศรี บุญวิเศษ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สสส. มุ่งหวังให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีด้วยการมีกิจกรรมทางกายเพียงพอ ผ่านการจัดกิจกรรม เดินวิ่งสมาธิ ปีที่ 21 ภายใต้ชื่อ “เดินวิ่งสมาธิ วิสาขะ พุทธบูชา ถือศีล ๕ ลดละอบายมุข ร่วมใจถวายเป็นพุทธบูชา วิ่งด้วยสมาธิ พิชิต โควิด-19” ซึ่งเป็นการบูรณาการกิจกรรมทางกายด้วยการเดินและวิ่งเพื่อสุขภาพ พร้อมกับการบริหารจิตด้วยสมาธิผ่านกระบวนการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างช้าๆ มีสติให้เกิดสมาธิเป็นการเรียนรู้อย่างง่าย เพื่อมุ่งหวังให้ประชาชนลดละ อบายมุข ถวายเป็นพุทธบูชาเนื่องในวันวิสาขบูชา

นางประภาศรี กล่าวต่อว่า ภายใต้สถานการณ์โควิค-19 ที่ผ่านมาส่งผลให้คนไทยมีกิจกรรมทางกายเพียงพอตามข้อแนะนำขององค์การอนามัยการโลก ในผู้ที่มีสุขภาพปกติควรมีกิจกรรมทางกาย 150-300 นาทีต่อสัปดาห์ ลดลง โดยในปี 2563 คนไทยมีกิจกรรมทางกายเพียงพอ ร้อยละ 54.3 ทำให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องร่วมฟื้นฟูให้สูงขึ้น เพื่อเสริมสร้างวิถีการมีสุขภาวะที่ดี พร้อมกับปรับตัวอยู่ร่วมกับโรคโควิด-19 ส่งผลให้ในปี 2564 ระดับกิจกรรมทางกายของคนไทยเพิ่มขึ้นจากระดับดังกล่าวเป็นร้อยละ 63 ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี แต่ถือว่ายังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ร้อยละ 75

“การมีกิจกรรมทางกายด้วยการเดิน วิ่ง เป็นกิจกรรมทางกายที่ทำได้ง่ายเหมาะสมกับทุกเพศทุกวัยทุกเศรษฐฐานะ ทำได้ในทุกสถานที่ทั้งในบ้าน ละแวกบ้าน และทุกสถานที่ ด้วยระดับที่เพียงพอเป็นประจำ สม่ำเสมอ สามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรคไม่ติดต่อ หรือ NCDs ซึ่งเป็นสาเหตุการหลักในการเสียชีวิตของคนไทย ดังนั้น สสส. หวังว่ากิจกรรมเดิน-วิ่งสมาธิในครั้งนี้ จะสามารถจุดประกายความคิดและความกล้าสำหรับผู้ที่พึ่งเริ่มขยับ ให้หันมาเพิ่มการมีกิจกรรมทางกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอเพื่อสุขภาพแข็งแรง ห่างไกลโรคและเปลี่ยนแปลงตัวเองไปสู่ชีวิตวิถีใหม่ วิถีชีวิตสุขภาวะ ที่แข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ” นางประภาศรี กล่าว

ด้านนายธัชพล จิโรจน์วีรภัทร ประธานมูลนิธิสมาพันธ์ชมรมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพไทย และประธานการจัดงานเดินวิ่งสมาธิ ปีที่ 21 กล่าวว่า กิจกรรมการเดินวิ่งสมาธิ คือการเคลื่อนไหวร่างกายในขณะที่จิตสงบ ใช้การควบคุมสติและสมาธิด้วยการหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอโดยสิ่งสำคัญคืออวัยวะต่างๆ และจิตใจต้องทำงานสอดคล้องสัมพันธ์กัน นอกจากจะช่วยลดแรงกระแทก ป้องกันการบาดเจ็บ ยังส่งผลให้การเดินหรือวิ่งมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และยังเป็นการเรียนรู้ที่จะหยุดนิ่งอยู่กับตัวเอง ส่งผลต่ออารมณ์สดชื่น แจ่มใส ลดความวิตกกังวลและคลายเครียด ซึ่งนอกจากใช้ในกิจกรรมครั้งนี้แล้ว ยังสามารถนำหลักการนี้มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันได้อีกด้วย เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทั้งด้านร่างกาย จิตใจและอารมณ์ ซึ่งจะส่งผลดีต่อสุขภาพกาย

“สุขภาพกายที่ดี ต้องมาจากสุขภาพใจที่ดีด้วย ดังนั้นงานเดินวิ่งในครั้งนี้จึงไม่ได้คาดหวังว่าชัยชนะจะมาจากผู้ที่เดินหรือวิ่งได้เร็วกว่าและเข้าเส้นชัยก่อน แต่ชัยชนะที่แท้จริงคือ ผู้ที่สามารถนำใจกับกายมาอยู่ด้วยกันบนพื้นฐานของจิตใจที่สงบ และก้าวเดินอย่างมีสติ เพราะฉะนั้นในวันนี้นักเดินวิ่งทุกคนไม่ต้องทำอะไรเลย เพียงทำจิตใจให้สบายๆ แล้วบอกตัวเองว่าเราจะอยู่กับตัวเองพร้อมเดินหรือวิ่งไปก็พอ” นายธัชพลกล่าว