ข่าวสังคม
อดีตปลัดมหาดไทยชู 7 แนวคิดหนุนโรตารีพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
อดีตปลัดมหาดไทยชู 7 แนวคิดหนุนโรตารีพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน
วันที่ 5 มีนาคม 2569 ที่สมาคมธรรมศาสตร์ ซอยงามดูพลี ถนนพระราม 4 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย เดินทางไปบรรยายพิเศษในหัวข้อ "การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน" ในฐานะผู้มีประสบการณ์ในการบริหารแผ่นดินและมีบทบาทสำคัญในขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากโดยเฉพาะโครงการ "โคก หนองนา" โดยมี อน.จิณดา เตชะวณิช แชง ประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สโมสรโรตารีบางกอก ฮาร์โมนี เป็นประธานจัดงาน นายวิชัย ชีวกนิษฐ์ อดีตผู้ว่าการภาค และผู้เข้าร่วมสัมมนาระดับผู้ช่วยผู้ว่าการภาค นายกสโมสรโรตารี คณะกรรมการ รวมทั้งภาคีเครือข่ายร่วมรับฟัง

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ บรรยายพิเศษตอนหนึ่งว่า วันนี้ถือว่าเป็นวันพิเศษที่ได้รับเกียรติให้มาพูดถึง การพัฒนาเศรษฐกิจชุมอย่างไรให้ยั่งยืน คำว่ายั่งยืน ไม่ใช่คำสำเร็จของวันเปิดโครงการ ไม่ใช่จำนวนคนมาร่วมงาน แต่ความยั่งยืน คือ หลังจากเราสัมมนากันแล้ว เราจะต่อยอดแนวคิด กระจายความรู้ให้ตัวเราหรือชุมชนร่วมกันเดินต่อได้ตัวเองอย่างไร จากประสบการณ์การการทำงาน อยากให้ทุกท่านชวนคิดเล่นๆสัก 3 คำถาม คือ ถ้าวันหนึ่งงบสนับสนุนหมด ชุมชนยังทำได้ไหม สองถ้าคนหลักย้ายหรือต้องหยุดทำระบบยังทำอยู่อีกหรือไม่ และประการสุดท้ายถ้าชุมชนหรือประเทศเกิดวิกฤติ เช่น ราคาผลผลิตตก ภัยพิบัติ หรือพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ชุมชนยังปรับกันและพื้นกันได้หรือไม่ หากเราตอบคำถามทั้ง 3 ประการนี้เป็นทางออกได้ ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นแบบมั่นคงและยั่งยืนจริงได้สูงมาก
.jpg)
"เศรษฐกิจชุมชน หากเรามองแบบยั่งยืน มันหมายถึงว่า การช่วยให้คนมีความสามารถเลี้ยงตัวเองได้ มีงาน มีรายได้ ตรงนี้คือ รากฐานสำคัญ ซึ่งตรงนี้สอดคล้องกับภารกิจของโรตารี ที่ว่าการช่วยสร้างการเจริญเติบโตให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่น เพื่อเป็นทางออกที่ยั่งยืนให้กับความยากจน จากประสบการณ์จะบอกว่า หากเราคิดเริ่มจากสิ่งที่เราอยากทำ หรือลงจากบนสู่ล่าง มากกว่าจากล่างสู่บนหรือสิ่งที่ชุมชนต้องการ โครงการนั่นๆมักจะหยุดลงเมื่อสิ่งงบสนับสนุนหรือคนหลักต้องย้ายออกหรือสิ้นคนหลักไป..”

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า เพื่อให้ภารกิจของโรตารีประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือเศรษฐกิจชุมชนขอเสนอแนวคิด 7 ขั้นตอนเพื่อให้ลงมือปฎิบัติได้จริง ประการแรก คือ การประเมินชุมชน อันนี้เราต้องฟังรอบด้าน ฟังความต้องการจากเขา ว่าชุมชนต้องการอะไร ประมาณการใช้งบประมาณและทุนในการจัดการ รวมทั้งข้อจำกัด 2.หาเจ้าของร่วม ตั้งทีม ตั้งคณะทำงาน และต้องส่งต่อรุ่นต่อยอดให้ได้ 3.เลือกเรื่องที่จะทำหรือโฟกัสเป็นเรื่องๆเริ่มจาก 1 เรื่องที่มีโอกาสสูงหรือเป็นจุดแข็งของชุมชนนั่นๆอย่าทำทุกอย่างพร้อมกัน 4.เราต้องมีคนออกแบบโมเดลที่เป็นรายได้ เช่น ต้นทุน ราคา กำไร การแบ่งปัน ด้วยระบบที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ 5.ยกระดับคุณภาพให้ขายซ้ำได้ โดยเฉพาะเรื่อง มาตรฐาน กระบวนการผลิต บรรจุภัณฑ์ 6.ต้องหาทางเชื่อมตลาดและโอกาสใหม่ๆให้เกิดช่องทางต่อเนื่อง และเข้าถึงเครื่องมือการเงิน การบริหารจัดงานเงิน ตามแนวทางของ Growing Local Economies มาตรฐานของโรตารี และประการที่ 7 ประการสุดท้าย มันต้องมีระบบวัดผล เรียนรู้ และปรับตัว

“ที่กล่าวมานี้ทั้งหมดผมเชื่อว่าเราทำได้ ยิ่งหากคนโรตารีลงมือทำยิ่งง่าย เนื่องจากทั่วโลกรู้จักรู้อยู่แล้วว่าโรตารี เป็นองค์กรจิตอาสา เป็นจิตอาสาอย่างไม่เห็นแก่ตัว ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจที่ว่า ให้บริการแก่ผู้อื่น ส่งเสริมความซื่อสัตย์ และขับเคลื่อนความเข้าใจไมตรีจิตและสันติภาพ โดยผ่านเครือข่ายผุ้นำทางธุรกิจ วิชาชีพ และชุมชน ผมจึงขอเชิญชวนชาวโรตารีผู้มีจิตอาสาร่วมกันทำแผน 90 วัน เพื่อไปสู่เป้าหมายให้การพัฒนาเศรษฐกิชุมชนสู่ความยั่งยืน คือ เราเลือกชุมชนนำร่องสักแห่ง แล้ว ร่วมกับชุมชนประเมินการออกแบบ โฟกัสจุดแข็งของชุมชนนั่นๆสัก 1 เรื่องที่สามารถขับเคลื่อนได้ หากประสบความสำเร็จต่อยอดกระจายไปสู่ชุมชนอื่นๆ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้ชีวิตคนในชุมชนได้อย่างมั่นคงต่อไป สุดท้ายผมขอย้ำว่า ความยั่งยืนไม่ใช่วันที่เราช่วยได้มากที่สุด แต่คือวันที่ชุมชนยืนได้ด้วยตนเอง และยังส่งต่อโอกาสนั้นให้คนรุ่นถัดไปได้ด้วย”นายสุทธิพงษ์กล่าวทิ้งท้าย

ด้าน นายวิชัย ชีวกนิษฐ์ กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า การสัมมนาในวันนี้จัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้นำสโมสรด้าน การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน และเป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนแนวคิด เกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนในมุมมองที่สามารถนำไปปรับใช้และต่อยอดได้จริง “เนื้อหาจะช่วยเปิดมุมมองตั้งแต่การทำความเข้าใจ บริบทของชุมชน การคิดเชิงผู้ประกอบการรายย่อย การพัฒนาสินค้าให้มี มูลค่าเพิ่ม การนำสินค้าออกสู่ตลาด ตลอดจนการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และ การสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งล้วนเป็นกระบวนการที่เชื่อมโยงกันทั้งหมด ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า แนวคิดและประสบการณ์จากเวทีในวันนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกท่าน และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ใน การทำงานร่วมกับชุมชน เพื่อสร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืนให้กับ เศรษฐกิจชุมชนต่อไป”

ขณะที่ อน.จิณดา เตชะวณิช แชง กล่าวต้อนรับพร้อมแจงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า ในนามของของประธานจัดงานและประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนของโรตารีภาค 3350 ขอขอบพระคุณท่านอดีตผู้ว่าการภาควิชัย ที่ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดงานและท่านสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่มาเป็น Keynote Speaker ในวันนี้ คณะอนุกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน มุ่งเน้นและส่งเสริมการทำงานและความมุ่งมั่นของโรตารีในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และการอยู่ดีมีสุขของชุมชน ผ่านการดำเนินกิจกรรมต่างๆ เช่น การสนับสนุนผู้ประกอบการ การฝึกอบรมอาชีพ และการเข้าถึงทรัพยากรทางการเงิน เพื่อลดความยากจนและสร้างการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนให้กับชุมชน

“การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนถือเป็นส่วนหนึ่งของ 7 ด้านที่โรตารีให้ความสำคัญ อันประกอบด้วย 1.ด้านเสริมพลังคน 2. ด้านพัฒนาทักษะ 3.ส่งเสริมผู้ประกอบการ 4.แก้ปัญหาความยากจน 5.สนับสนุนองค์กรท้องถิ่น 6.การสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน และประการสุดท้ายคือกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น เพื่อลดความยากจน การสร้างความพึ่งพาตนเอง ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำโรตารีด้านพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนในวันนี้ จะเป็นฟันเฟืองเล็กๆที่จะหมุนวงล้อโรตารีในการร่วมกันทำความดี Unite for Good เพื่อเสริมสร้าง ความหวังให้โลก และสร้างงานสู่คุณค่าที่ยั่งยืน”
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » ข่าวสังคม
ข่าวในหมวดข่าวสังคม ![]()
สถาบันอาหารเปิดตัว “NFI FoodNEXT Platform” ปิดช่องว่างวิจัยสู่ตลาดโลก 17:29 น.- DAD ปลื้ม! อาคารธนพิพัฒน์ ผ่านการรับรองสำนักงานสีเขียวระดับยอดเยี่ยมพิเศษ 17:15 น.
- สมาคมสื่อไทย-จีนจับมือหอการค้าไทย-จีนเดินหน้าปั้นผู้บริหารธุรกิจไทย-จีนรุ่น 3 17:58 น.
- ความภาคภูมิใจ 13:09 น.
- ผู้บริหาร บริษัท ที แอนด์ บี มีเดีย โกลบอล (ประเทศไทย) รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น 14:00 น.



