วันพฤหัสบดี ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2569 05:13 น.

ข่าวสังคม

การเคหะฯระดมพลช่างอาสากู้ภัยระบบไฟฟ้าเร่งช่วยชาวแฟลตคลองจั่น-ร่มเกล้า

วันพุธ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 17.28 น.

การเคหะแห่งชาติจับมือมูลนิธินายช่างไทยใจอาสา กฟผ.และ กฟน.ระดมผู้เชี่ยวชาญลุยตรวจระบบไฟบ้านเรือนประชาชนกว่า 450 หลังคาเรือน คืนความปลอดภัยให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

วันที่ 14 ตุลาคม 2569 นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดเผยว่า นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มอบหมายให้การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนระดมทรัพยากรและบุคลากรผู้เชี่ยวชาญเข้าฟื้นฟูพื้นหลังสถานการณ์อุทกภัยเริ่มคลี่คลายลงในหลายพื้นที่ โดยให้คำนึงถึงความสำคัญเร่งด่วนในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยกำหนดแนวทางครอบคลุมทั้งการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าและการฟื้นฟูความเสียหายหลังน้ำลด โดยเฉพาะระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็น เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับเข้าพักอาศัยและใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัยโดยเร็ว

ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า กคช.ได้เร่งฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคในพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน โดยก่อนหน้านี้ได้ดำเนินการฟื้นฟูระบบปั๊มน้ำที่แฟลตเคหะคลองจั่นและชุมชนการเคหะร่มเกล้าให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติแล้ว ล่าสุดได้ร่วมมือกับมูลนิธินายช่างไทยใจอาสาและภาคีเครือข่าย ระดมวิศวกรและช่างไฟฟ้าจิตอาสาลงพื้นที่ตรวจเช็กและฟื้นฟูระบบไฟฟ้า เพื่อลดความเสี่ยงอันตรายจากไฟฟ้ารั่ว ไฟฟ้าช็อต และอัคคีภัย พร้อมคืนความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชน

สำหรับ ปฏิบัติการดังกล่าว ระหว่างวันที่ 3 ถึง 4 ตุลาคม 2569 ทีมจิตอาสากว่า 250 คน จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.), มูลนิธินายช่างไทยใจอาสา และ กคช. ได้ร่วมกันตรวจสอบและฟื้นฟูระบบไฟฟ้าในพื้นที่แฟลตคลองจั่น ครอบคลุมอาคาร 30 อาคาร บ้านเรือนและร้านค้า 161 หลัง รวมถึงอาคารภายในสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) อีก 3 ถึง 4 อาคาร

ต่อมาในวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ทีมจิตอาชาจาก กฟผ. ได้ลงพื้นที่ต่อเนื่องที่ชุมชนหลังคาขาว ร่มเกล้า เพื่อดูแลบ้านเรือนกว่า 100 หลัง และในวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ได้ขยายภารกิจครอบคลุม 6 ชุมชนในพื้นที่ร่มเกล้า อาทิ ชุมชนฟื้นนครร่มเกล้า หลังคาเขียว และหลังคาแดง เพื่อฟื้นฟูระบบไฟฟ้าให้กับบ้านเรือนอีก 192 หลัง ซึ่งเคยเผชิญปัญหาน้ำท่วมสูงถึงระดับปลั๊กไฟ โดยมีกำลังพลจิตอาสาจาก กฟผ., กฟน., มูลนิธินายช่างไทยใจอาสา, วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี, วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกสมโภชกรุงเทพมหานคร และช่างจาก กคช. รวมกว่า 220 คน ร่วมปฏิบัติภารกิจอย่างแข็งขัน

ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวด้วยความประทับใจว่า สิ่งที่น่าชื่นชมที่สุดคือความเสียสละของบรรดาวิศวกรและช่างไฟฟ้าจิตอาสา ที่นำความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางมาช่วยเหลือสังคม แม้ว่าบางท่านจะได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเช่นเดียวกัน ขณะที่หน้างานต้องเผชิญกับอุปสรรคทั้งน้ำท่วมขังและเส้นทางเข้าชุมชนที่คับแคบ แต่ทุกคนยังคงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังสูงสุด โดยยึดความปลอดภัยของประชาชนเป็นหัวใจสำคัญ

“ในนามการเคหะแห่งชาติ ผมขอขอบคุณมูลนิธินายช่างไทยใจอาสา วิศวกร ช่างไฟฟ้าจิตอาสา และทุกหน่วยงานที่ร่วมแรงร่วมใจกันฟื้นฟูระบบไฟฟ้า ช่วยลดความเสี่ยงและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากประชาชนแม้แต่บาทเดียว” นายทวีพงษ์กล่าวย้ำ

ผู้ว่าฯการเคหะแห่งชาติ ระบุเพิ่มเติมว่า การฟื้นฟูชุมชนหลังภัยพิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซึ่งทางการเคหะแห่งชาติจะเดินหน้าสนับสนุนภารกิจฟื้นฟูชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจและสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขโดยเร็ว ภารกิจครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการซ่อมแซมระบบไฟฟ้า หากแต่ยังสะท้อนถึงพลังแห่งความเสียสละและความสามัคคีของคนไทย ที่พร้อมเปลี่ยนความเชี่ยวชาญให้กลายเป็นความปลอดภัย และส่งต่อกำลังใจให้พี่น้องประชาชนก้าวข้ามผ่านวิกฤตอุทกภัยครั้งนี้ไปด้วยกัน

หน้าแรก » ข่าวสังคม