วันพุธ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 07:51 น.

ประกัน

กลุ่มบริษัทเอไอเอ รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2562 มูลค่าธุรกิจใหม่เติบโตร้อยละ 6 และเติบโตร้อยละ 16 เมื่อไม่รวมฮ่องกง

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2563, 17.27 น.

กลุ่มบริษัทเอไอเอ รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2562

มูลค่าธุรกิจใหม่เติบโตร้อยละ 6 และเติบโตร้อยละ 16 เมื่อไม่รวมฮ่องกง

 

นายอึง เค็ง ฮุย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทเอไอเอ กล่าวว่า เอไอเอ มีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในปี 2562 แม้ในสภาวะการดำเนินงานที่ท้าทาย ด้วยการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตัวเลขในหลายๆ ด้าน ทั้งนี้ การเติบโตร้อยละ 6 ของมูลค่าธุรกิจใหม่เป็นผลมาจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งในครึ่งปีหลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในฮ่องกง ทำให้มูลค่าธุรกิจใหม่เติบโตร้อยละ 16 เมื่อไม่รวมฮ่องกง นอกจากนี้  กำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษี (OPAT) เพิ่มขึ้นร้อยละ 9  เงินกองทุนส่วนเกิน (Underlying free surplus)  เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 และมูลค่าหุ้นตามมูลค่าธุรกิจ (EV Equity) ขยายตัวร้อยละ 12

ประเทศจีนยังคงมีผลการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยมมาก โดยมีมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เติบโตร้อยละ 27 และผมมีความยินดีเป็นอย่างมากที่กำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษี (OPAT) จากประเทศจีน มีมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐเป็นครั้งแรก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตทางด้านการเงินของธุรกิจของเราที่น่าสนใจ จากการประกาศ เรื่องการเปิดตลาดประกันชีวิตแก่ชาวต่างชาติในประเทศจีนเมื่อปลายปีที่แล้ว เราได้ส่งใบสมัครเพื่อขออนุมัติการเปลี่ยนสำนักงานสาขาเซี่ยงไฮ้เป็นบริษัทสาขา ซึ่งจะทำให้เราสามารถสร้างรากฐานใหม่ที่แข็งแกร่งขึ้นในการขยายธุรกิจของเราในประเทศจีน โดยเราได้เริ่มด้วยการเปิดศูนย์ให้บริการการขายในเมืองเทียนจิน และเมืองฉือเจียจวง ในมณฑลเหอเป่ย ในช่วงปี 2562 ที่ผ่านมา

การลดลงร้อยละ 5 ของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ในฮ่องกง สะท้อนถึงการลดลงของยอดขายจากการลดลงของนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2562 เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้านั้น กลุ่มลูกค้าภายในฮ่องกงของเรา ยังคงทำให้เรามีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ด้วยการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ที่เพิ่มขึ้นเป็น 2 หลักสำหรับทั้งปี

การเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ในประเทศไทย และมาเลเซีย เป็นผลมาจากกลยุทธ์พรีเมียร์ เอเจนซี (Premier Agency) และกลยุทธ์ด้านพันธมิตรแบงก์แอสชัวรันส์ ในขณะที่ตลาดอื่นๆ มีการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ร้อยละ 27 จากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของประเทศออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม

ช่องทางการขายผ่านตัวแทนของเอไอเอ มีการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ร้อยละ 11 เนื่องจากเราให้ความสำคัญกับการสรรหาตัวแทนที่มีคุณภาพ เพื่อเพิ่มจำนวนตัวแทนที่มีผลงาน ในขณะที่มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ในช่องทางการขายผ่านพันธมิตรธุรกิจลดลงเล็กน้อย ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตที่แข็งแกร่งของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ในช่องทางการขายผ่านแบงก์แอสชัวรันส์ ถูกผลกระทบจากการเติบโตลดลงของช่องทางที่ปรึกษาทางการเงินอิสระในฮ่องกงในช่วงครึ่งปีหลัง  ทั้งนี้ หากไม่รวมฮ่องกง ช่องทางการขายผ่านตัวแทนมีมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เติบโตร้อยละ 16 และช่องทางการขายผ่านพันธมิตรธุรกิจเติบโตร้อยละ 19 สำหรับทั้งปี

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริหารยังได้เห็นชอบในการเพิ่มเงินปันผลประจำปีที่ร้อยละ 10 ในปี 2562 เป็น 93.30 เซนต์ฮ่องกงต่อหุ้น ซึ่งเป็นผลจากนโยบายเงินปันผลที่รอบคอบ ยั่งยืน และก้าวหน้าของเอไอเอ ซึ่งทำให้มีโอกาสเติบโตในอนาคต และเกิดความยืดหยุ่นทางการเงินของกลุ่มบริษัทเอไอเอ ภายใต้เศรษฐศาสตร์มหภาค และสภาวะตลาดทุนในปัจจุบัน

ในขณะที่ผลประโยชน์จากประกันชีวิตของเราได้ช่วยเหลือทางด้านการเงินแก่ลูกค้าของเรากว่าล้านรายในยามที่พวกเขาต้องการ เรายังคงมุ่งมั่นในการเปลี่ยนจากการเป็นบริษัทประกันชีวิตแบบดั้งเดิม เป็นพันธมิตรที่คอยช่วยเหลือลูกค้าของเรา ซึ่งการเติบโตของจำนวนสมาชิกของโปรแกรมสุขภาพของเราเพิ่มไปถึง 1.7 ล้านราย สะท้อนคำมั่นสัญญาของเราที่จะช่วยสนับสนุนให้ผู้คนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น (Healthier, Longer, Better Lives)

ในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา เอไอเอ ประสบความสำเร็จในการดำเนินงานในหลากหลายวัฏจักรเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ตลาดของเราบางส่วนกำลังเผชิญหน้ากับแรงต้านจากสภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำ และในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) ซึ่งเป็นความเสี่ยงใหม่ระดับโลก ซึ่งทำให้เราเห็นถึงเกิดการเกิดขึ้นที่สำคัญของยอดขายของธุรกิจใหม่ภายในกลุ่มบริษัทเอไอเอในไตรมาสแรก จากการติดต่อสื่อสารแบบตัวต่อตัวที่ลดลง และเพิ่มการดำเนินมาตรการเชิงรุก ซึ่งรวมถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของแพลตฟอร์มดิจิทัล ในการสนับสนุนการสรรหาตัวแทน การอบรม และกิจกรรมการขาย  การสรรหาตัวแทนของเอไอเอ ในประเทศจีนยังคงแข็งแกร่ง สำหรับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เอไอเอในแต่ละประเทศได้ทำการช่วยเหลือชุมชน ด้วยผลประโยชน์เพิ่มเติมและขั้นตอนการเรียกร้องสินไหมที่รวดเร็วขึ้น ผมขอแสดงความห่วงใยแก่ครอบครัวและชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดในครั้งนี้

“จากความต้องการภายในประเทศจำนวนมากและเทรนด์สถิติประชากรในภูมิภาคเอเชียส่งผลให้ธุรกิจเอไอเอมีโครงสร้างที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตในระยะยาว เรามีศักยภาพในการเติบโตในแต่ละช่องทางการขาย รวมทั้งเราดำเนินธุรกิจที่หลากหลายและมีคุณภาพในตลาด 18 แห่ง รวมถึงตลาดใหม่ล่าสุด ที่เราได้เปิดดำเนินการในประเทศเมียนมาร์ และเรายังคงเตรียมพร้อมสำหรับการขยายทางภูมิศาสตร์ในประเทศจีน ความต้องการในผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตของเอไอเอจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น อัตราการทำประกันชีวิตที่ยังต่ำ และความคุ้มครองที่จำกัดของสวัสดิการจากภาครัฐ ผมมีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งถึงการเติบโตในระยะยาวอย่างยั่งยืนของกลุ่มบริษัทเอไอเอ”