วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569 02:59 น.

ประกัน

BKIH โชว์ผลงานปี68 กำไรกว่า 3,135 ล.-ลุยแผนปี 69 เป้าเบี้ยฯ 32,600 ล.

วันพุธ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.59 น.

BKIH โชว์ผลงานปี68 กำไรกว่า 3,135 ล.-ลุยแผนปี 69 เป้าเบี้ยฯ 32,600 ล.

           

BKIH โชว์ผลงานปี 68 โดดเด่น ทำกำไรสุทธิกว่า 3,135 ลบ. เพิ่มขึ้น 2.2% พร้อมจ่ายเงินปันผลทั้งปีหุ้นละ 17.50 บาท พร้อมประกาศแผนงานปี 69 ตั้งเป้าเบี้ยฯ 32,600 ลบ. เติบโต 4% พร้อมยกระดับการบริการด้วยเทคโนโลยี พัฒนาผิตภัณฑ์ตอบโจทก์ไลฟ์สไตล์ครอบคลุมกลุ่มเผ้าหมาย

 

ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BKIH และบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของ BKIH ในปี 2568 (ม.ค.-ธ.ค.) มีรายได้จากการประกันภัย 31,350.7 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.03 และมีกำไรสุทธิ 3,135.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 2.2 คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 29.45 บาท สำหรับการจัดสรรเงินปันผลในปี 2568 บริษัทฯ จัดสรรเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว อัตราหุ้นละ 11.25 บาท และในงวดสุดท้ายของปี 2568 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเสนอให้จ่ายเงินปันผล หุ้นละ 6.25 บาท รวมจ่ายเงินปันผลทั้งปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 17.50 บาท โดยมีอัตราเงินปันผลตอบแทนที่ร้อยละ 5.8 และคิดเป็นร้อยละ 59.4 ของกำไรสุทธิต่อหุ้น

           

ในส่วนของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่สร้างรายได้หลักของ BKIH ในปี 2568 (ม.ค.-ธ.ค.) มีรายได้จากการประกันภัย 31,350.7 ล้านบาท และแม้ต้องเผชิญกับมหันตภัยใหญ่ที่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินที่รับประกันภัยจากภัยแผ่นดินไหวและน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ กอปรกับมีต้นทุนการซื้อประกันภัยต่อที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับมหันตภัย กรุงเทพประกันภัยยังสามารถสร้างผลประกอบการที่เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 3,121.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.3 และถือเป็นการทำกำไรสุทธิที่ทำลายสถิติเดิม โดยคิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานที่ 29.32 บาท และได้รับการยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินที่แข็งแกร่ง Credit Rating ระดับ A- (Stable) อย่างต่อเนื่อง จากสถาบันการจัดอันดับทางการเงินชั้นนำของโลก Standard & Poor’s (S&P)

           

สำหรับแนวโน้มของธุรกิจประกันวินาศภัยในปี 2569 สมาคมประกันวินาศภัยไทยคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 2.5-3.5 ซึ่งเติบโตเพิ่มขึ้นจากอัตราการเติบโตร้อยละ 2.3 ในปีก่อนหน้า โดยได้รับแรงสนับสนุนหลักจากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเติบโตได้ถึงประมาณร้อยละ 2.0 จากช่วงก่อนหน้าที่คาดการณ์ว่าจะเติบโตประมาณร้อยละ 1.7 (ข้อมูลจาก สศช.) เนื่องจากรัฐบาลชุดเดิมสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้หลังการเลือกตั้งทั่วไป และคาดว่าจะเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพสูง ทำให้นโยบายเศรษฐกิจและโครงการเมกะโปรเจ็กต์ของภาครัฐ สามารถดำเนินการไปได้อย่างต่อเนื่อง

 

ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการและนักลงทุน รวมถึงส่งผลบวกต่อเบี้ยประกันภัยรับที่จะเกิดจากโครงการภาครัฐด้วย นอกจากนี้ การเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ในปีที่ผ่านมา เช่น แผ่นดินไหวที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเมียนมาร์ และน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ ยังเป็นแรงผลักดันให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการทำประกันภัยทรัพย์สินมากขึ้น ขณะที่อัตราเบี้ยประกันภัยต่อของประกันภัยทรัพย์สิน แม้โดยรวมทั่วโลกจะมีแนวโน้มลดลง แต่ด้วยความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย ทำให้อัตราเบี้ยประกันภัยต่อในประเทศไทยยังไม่ได้ลดลงไปในทิศทางเดียวกับตลาดโลกโดยรวม ซึ่งจะส่งผลบวกต่อธุรกิจประกันภัยในด้านเบี้ยประกันภัยที่ได้รับ โดยเฉพาะจากการประกันภัยทรัพย์สินขนาดใหญ่ นอกจากนี้ ประกันภัยสุขภาพยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง จากการตระหนักถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน และค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นจากภาวะเงินเฟ้อทางการแพทย์ (Medical Inflation) เช่นเดียวกับประกันภัยการเดินทางต่างประเทศที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากความนิยมในการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทย และมีแนวโน้มที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านค่อนข้างน้อย เนื่องจากจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไทยยังคงอยู่ในโซนเอเชียตะวันออก เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และฮ่องกง ซึ่งไม่มีเส้นทางการบินผ่านตะวันออกกลาง

           

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางทำให้ราคาพลังงานมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น และส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าครองชีพของผู้บริโภค เพิ่มแรงกดดันต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อยู่ในระดับจำกัดจากภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงมาก่อนหน้านี้ ผนวกกับความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่ยังส่งผลต่อเนื่องมายังยอดจำหน่ายสินทรัพย์ เช่น บ้านอยู่อาศัยและรถยนต์ ขณะเดียวกันการแข่งขันของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จะมีแนวโน้มลดลงในปีนี้ จากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นและการสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนรถ EV 3.0 ของรัฐบาล ซึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อยอดจำหน่ายรถยนต์โดยรวมที่อาจเติบโตชะลอตัวลงจากปีที่ผ่านมา ด้านเบี้ยประกันภัยทางทะเลและขนส่ง และเบี้ยประกันภัยจากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกที่น่าจะได้รับผลกระทบจากมูลค่าการส่งออกที่คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตลดลง หลังจากการเร่งส่งออกในปีที่ผ่านมา เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ผนวกกับภาวะสงครามที่อาจทำให้ปริมาณการส่งออกสินค้าได้รับผลกระทบจากต้นทุนการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่ปรับเพิ่มขึ้น และภาวะสงครามมีแนวโน้มทำให้อัตราเบี้ยประกันภัยการขนส่งสินค้าในส่วนที่คุ้มครองความเสียหายอันเกิดจากภัยสงคราม (War Risk) จะปรับเพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมถึงสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่มีทีท่าว่าจะยืดเยื้อ อาจส่งผลให้ผู้รับประกันภัยต่อในตลาดประกันภัยเครื่องบิน มีโอกาสปรับเบี้ยประกันภัยเพิ่มสำหรับความเสียหายต่อตัวเครื่องบินหรือความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีรายงานเครื่องบินถูกจับยึดโดยรัฐบาลคู่สงคราม หรือได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว นอกจากนี้ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 อาจประกาศใช้ล่าช้ากว่ากำหนดประมาณ 3 เดือน เนื่องจากรอการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งจะส่งผลให้การลงทุนภาครัฐในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 อาจต้องหยุดชะงัก และเบี้ยประกันภัยโครงการภาครัฐต้องเลื่อนออกไปในช่วงดังกล่าว อย่างไรก็ดี คาดว่าหลังจากนั้นจะดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องตามปกติ

           

สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 กรุงเทพประกันภัยได้ตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับรวมที่ 32,600 ล้านบาท เติบโต 4% โดยบริษัทฯ มีความพร้อมต่อยอดการดำเนินธุรกิจเพื่อขยายโอกาสสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่ ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพการให้บริการแก่ลูกค้าเดิม ภายใต้แนวคิด Fast and Flexible Mindset ที่มุ่งปรับรูปแบบการทำงานให้คล่องตัว รวดเร็ว และยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดจากแนวทางการดำเนินงานแบบเดิม และยกระดับการตอบสนองความต้องการของลูกค้าและคู่ค้า ทั้งในด้านการรับประกันภัย การขาย และการบริหารจัดการสินไหมทดแทน เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความคุ้มครองครอบคลุม พร้อมกำหนดระดับราคาที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า ควบคู่กับการยกระดับความรวดเร็วในการให้บริการผ่านการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ เพื่อเสริมประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

           

นางสาวลสา โสภณพนิช ผู้อำนวยการใหญ่ กล่าวว่า บริษัทฯ มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบความคุ้มครองที่สอดรับกับพฤติกรรมและรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้บริโภคในปัจจุบัน ผ่านกลยุทธ์ Lifestyle Insurance ที่มุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัย ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในหลากหลายมิติ พร้อมเพิ่มทางเลือกด้านความคุ้มครองที่ตรงกับไลฟ์สไตล์และกิจกรรมที่แตกต่างกันของผู้บริโภคยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นด้านการใช้ชีวิต การเดินทาง หรือกิจกรรมต่างๆ ที่กำลังได้รับความนิยม เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถบริหารจัดการความเสี่ยง และเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจได้อย่างเหมาะสม

 

ประกันภัยรถยนต์ ประเภท 3+ Super Special

           

จากกระแสตอบรับที่ดีของแผนประกันภัยรถยนต์ประเภท 2+ ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการบริหารค่าใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น บริษัทฯ จึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3+ Super Special เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการความคุ้มครองที่เหมาะสมในราคาที่เข้าถึงได้ โดยให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์จากการชนกับยานพาหนะทางบก พร้อมเพิ่มความพิเศษด้วยความคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์จากภัยน้ำท่วม รวมถึงความคุ้มครองกรณีโจรกรรมทรัพย์สินภายในรถยนต์ และความเสียหายสิ้นเชิงของรถยนต์จากอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำหรือรถตกข้างทาง โดยมีทุนประกันภัยให้เลือกหลากหลายตามความต้องการของลูกค้า และให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 100,000 บาท เบี้ยประกันภัยเริ่มต้นเพียง 6,180 บาท

ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ

           

ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากจำนวนคนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความต้องการประกันภัยการเดินทางขยายตัวตามไปด้วย ขณะเดียวกันผู้เดินทางยังให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดระหว่างการเดินทางมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ โรคติดต่อ และภัยพิบัติที่อาจส่งผลให้การเดินทางล่าช้า โดยในปี 2568 ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศของบริษัทฯ มีอัตราการเติบโตสูงถึง 42%

           

พร้อมกันนั้น กรุงเทพประกันภัยได้ให้ความสำคัญกับเทรนด์ Pet Humanization เพื่อดูแลและสร้างความอุ่นใจให้แก่ลูกค้าที่ดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัว โดยในปี 2569 บริษัทฯ จึงได้พัฒนาประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ ที่เพิ่มความคุ้มครองสำหรับผู้เดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยง (สุนัขและแมว) ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลสัตว์เลี้ยงจากอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในต่างประเทศ ความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอกอันเกิดจากสัตว์เลี้ยง รวมถึงค่าใช้จ่ายในการจัดการศพหรือการส่งศพสัตว์เลี้ยงกลับประเทศไทย นอกจากนี้ ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยฝากสุนัขหรือแมวไว้กับโรงแรมสัตว์เลี้ยงหรือศูนย์รับฝากเลี้ยงในประเทศไทย และเกิดเหตุเที่ยวบินล่าช้า ยังได้รับเงินชดเชยค่าใช้จ่ายในการฝากดูแลสัตว์เลี้ยงเพิ่มเติมอีกด้วย รวมไปถึงการเพิ่มความคุ้มครองใหม่สำหรับนักท่องเที่ยว อาทิ ค่าที่พักเพิ่มเติมกรณีเกิดภัยธรรมชาติ ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากภัยธรรมชาติ เงินชดเชยกรณีพลาดการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ด้วยเหตุจำเป็น เช่น คอนเสิร์ต พิพิธภัณฑ์ ตลอดจนความคุ้มครองกรณีอุปกรณ์กอล์ฟสูญหายหรือเสียหาย

 ประกันภัยโรคร้ายแรง

           

จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน ส่งผลให้ความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายแรงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดสมองโป่งพองหรืออุดตัน โรคไตวายเรื้อรัง โรคสมองอักเสบจากเชื้อไวรัส โรคพาร์กินสัน และโรคอัลไซเมอร์ เป็นต้น ขณะที่การรักษาโรคเหล่านี้มักมีค่าใช้จ่ายสูงและต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาอย่างต่อเนื่อง