วันเสาร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2569 03:40 น.

ประกัน

คปภ. ต่อยอด “ชุมชนต้นแบบถนนปลอดภัย” จากปราจีนบุรี..สู่นครสวรรค์

วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.25 น.

คปภ. ต่อยอด “ชุมชนต้นแบบถนนปลอดภัย” จากปราจีนบุรี..สู่นครสวรรค์

 

ภายหลังสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ประสบความสำเร็จในการดำเนินกิจกรรม “ชุมชนต้นแบบถนนปลอดภัย” ในพื้นที่นำร่องจังหวัดปราจีนบุรี  ล่าสุด สำนักงาน คปภ. ได้ต่อยอดการดำเนินงานสู่จังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 2 พื้นที่ ได้แก่ เทศบาลนครนครสวรรค์ และองค์การบริหารส่วนตำบลตาคลี โดยเปิดเวทีให้คนในชุมชนนำประสบการณ์จากการใช้ถนนในชีวิตประจำวันมาร่วมวิเคราะห์ปัญหา ชี้จุดเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุซ้ำ และเสนอแนวทาง แก้ไขที่เหมาะสมกับพื้นที่ ควบคู่กับการสร้างความรู้เกี่ยวกับสิทธิและความคุ้มครองตามประกันภัยรถภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ.

 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) มอบหมายให้ นางมยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงาน คปภ. กำกับดูแลการดำเนินกิจกรรม “ชุมชนต้นแบบถนนปลอดภัย” ภายใต้โครงการขับเคลื่อนมาตรการความปลอดภัยทางถนนและการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ประจำปี 2569 พร้อมมอบหมายให้ นายสุรินทร์ ตนะศุภผล ผู้ช่วยเลขาธิการ สายกลยุทธ์องค์กร ลงพื้นที่เทศบาลนครนครสวรรค์ เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 เพื่อประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคธุรกิจประกันภัย และ ภาคประชาชน ในการจัดกิจกรรมและพัฒนาชุมชนต้นแบบด้านความปลอดภัยทางถนน

“ชุมชนต้นแบบถนนปลอดภัย” จังหวัดนครสวรรค์ ได้รับเกียรติจาก นายวิทยา จันทน์เสนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ร่วมในพิธีเปิดกิจกรรมทั้ง 2 พื้นที่ ได้แก่ เทศบาลนครนครสวรรค์ เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลนครนครสวรรค์ มีนายดิสทัต สิทธิโชคเจริญ รองนายกเทศมนตรีนครนครสวรรค์ ให้การต้อนรับ และองค์การบริหารส่วนตำบลตาคลี เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ณ หอประชุมรวมใจสามัคคี องค์การบริหารส่วนตำบลตาคลี โดยมี พ.ต.อ.นิวัติ พิพัฒนสิริ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ และนายประดิษฐ์ สนธิโพธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตาคลี ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจประกันภัย ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม

นายวิทยา จันทน์เสนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เน้นย้ำว่า การลดอุบัติเหตุทางถนนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งการป้องกันอุบัติเหตุ การสร้างวินัยจราจร และการส่งเสริมให้ประชาชนมีประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับความคุ้มครองเมื่อเกิดเหตุ

นายสุรินทร์ ตนะศุภผล ผู้ช่วยเลขาธิการ สายกลยุทธ์องค์กร สำนักงาน คปภ. กล่าวว่า โครงการนี้ไม่ได้มุ่งเพียงให้ความรู้เรื่องประกันภัย แต่ต้องการชวนคนในชุมชนมาช่วยกันมองปัญหาอุบัติเหตุจากพื้นที่ของตัวเอง ค้นหาจุดเสี่ยง และร่วมกันหาวิธีป้องกันที่ทำได้จริง เพราะคนในพื้นที่คือผู้ที่รู้ปัญหาดีที่สุด เมื่อทุกคนมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น แนวทางที่ได้ก็จะนำไปใช้ได้จริงและเกิดผลอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกัน สำนักงาน คปภ. ต้องการให้ประชาชนทุกคนรู้ทั้งสิทธิและหน้าที่ของตนเอง รวมถึงเห็นความสำคัญของการมีประกันภัยรถภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุ พ.ร.บ. คือหลักประกันที่ช่วยให้ผู้ประสบภัยจากรถเข้าถึงการรักษาพยาบาลและการเยียวยาได้อย่างทันท่วงที “พ.ร.บ. ไม่ใช่เพียงเอกสารที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมีติดรถ แต่เป็น “ปัจจัยที่ 5” ของการใช้รถใช้ถนน เป็นหลักประกันที่ผู้ใช้รถทุกคนควรมีติดตัวไว้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และผู้ใช้ถนนทุกคนเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน”

ด้าน พ.ต.อ.นิวัติ พิพัฒนสิริ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่า ความปลอดภัยทางถนนจะเกิดขึ้นได้ เมื่อทุกภาคส่วนร่วมกันลงมือทำ ตั้งแต่หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียน ผู้นำชุมชน ภาคธุรกิจ ไปจนถึงประชาชนในพื้นที่ การที่สำนักงาน คปภ. เปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายได้ร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุ ค้นหาจุดเสี่ยง และกำหนดแนวทางป้องกันที่เหมาะสมกับแต่ละชุมชน ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการแก้ปัญหาที่ตรงกับสภาพพื้นที่ เมื่อทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันและร่วมกันลงมืออย่างต่อเนื่อง จังหวัดนครสวรรค์จะมีถนนที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

ภายในกิจกรรม สำนักงาน คปภ. ได้นำข้อมูลสถิติอุบัติเหตุของประเทศไทย จังหวัดนครสวรรค์ และพื้นที่เป้าหมาย มาร่วมแลกเปลี่ยนกับคนในชุมชน ก่อนเปิดเวทีให้ผู้เข้าร่วมช่วยกันระบุ "จุดเสี่ยง" ที่เกิดอุบัติเหตุซ้ำจากประสบการณ์จริง พร้อมวิเคราะห์สาเหตุและเสนอแนวทางป้องกันที่เหมาะสมกับพื้นที่ โดยพบว่าข้อมูลจากชุมชนมีรายละเอียดที่ลึกกว่าข้อมูลจากระบบ เพราะสะท้อนทั้งพฤติกรรมของผู้ใช้รถใช้ถนน สภาพแวดล้อม และช่วงเวลาที่มักเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการกำหนดมาตรการป้องกันที่ตรงกับสภาพพื้นที่

สำหรับพื้นที่ เทศบาลนครนครสวรรค์ คนในชุมชนชี้ว่า จุดเสี่ยงสำคัญส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ตามแนวถนนพหลโยธิน หรือทางหลวงหมายเลข 1 ซึ่งเป็นถนนสายหลักที่มีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถโดยสาร และรถบรรทุกใช้เส้นทางร่วมกันตลอดทั้งวัน โดยจุดที่ชุมชนให้ความสำคัญ ได้แก่ จุดกลับรถหน้าเซ็นทรัลนครสวรรค์ สามแยกอุทยานสวรรค์ และแยกเดชาติวงศ์ ชุมชนให้ข้อมูลว่า จุดกลับรถหน้าเซ็นทรัลนครสวรรค์มีรถเข้าออกศูนย์การค้าและรถกลับรถในบริเวณใกล้กัน ทำให้รถต้องชะลอหรือเปลี่ยนช่องทางกะทันหัน ส่วนสามแยกอุทยานสวรรค์เป็นจุดเชื่อมถนนหลายทิศทางและมีปริมาณรถหนาแน่น โดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วน ขณะที่แยกเดชาติวงศ์เป็นจุดที่มีรถหลายประเภทใช้เส้นทางร่วมกันและมีการตัดกระแสจราจรอยู่ตลอด จึงมีโอกาสเกิดการเฉี่ยวชนและอุบัติเหตุซ้ำ โดยเฉพาะกับรถจักรยานยนต์

สำหรับพื้นที่ องค์การบริหารส่วนตำบลตาคลี คนในชุมชนระบุจุดที่น่าเป็นห่วง ได้แก่ สามแยกหัวหวาย (ทล.1 ตัดกับ ทล.3329) บริเวณหน้าโรงเรียนตาคลีประชาสรรค์ และบริเวณบ้านซอนเดื่อ ซึ่งล้วนอยู่ตามแนวถนนพหลโยธินและเป็นบริเวณที่รถใช้ความเร็วสูง ที่สามแยกหัวหวาย ซึ่งเป็นจุดตัดระหว่างทางหลวงหมายเลข 1 กับทางหลวงหมายเลข 3329 ชุมชนสะท้อนว่ามีรถจากหลายทิศทางเลี้ยวเข้าออกและตัดกระแสกัน โดยเฉพาะรถที่ออกจากถนนรองเข้าสู่ถนนสายหลัก ส่วนบริเวณหน้าโรงเรียนตาคลีประชาสรรค์มีนักเรียน ผู้ปกครอง และประชาชนใช้เส้นทางจำนวนมากในช่วงเช้าและช่วงเย็น ขณะที่รถบนถนนสายหลักยังคงใช้ความเร็วสูง จึงมีความเสี่ยงทั้งจากการข้ามถนน การกลับรถ และการเข้าออกบริเวณโรงเรียน สำหรับบริเวณบ้านซอนเดื่อ ชุมชนให้ข้อมูลว่าเป็นทางเข้าออกหมู่บ้านที่เชื่อมกับถนนสายหลัก มีรถจักรยานยนต์ของประชาชนใช้สัญจรเป็นประจำ และต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อตัดเข้าสู่กระแสรถที่ใช้ความเร็วสูง

นอกจากจุดเสี่ยงด้านกายภาพแล้ว คนในชุมชนทั้ง 2 พื้นที่ยังสะท้อนตรงกันว่า สาเหตุสำคัญของอุบัติเหตุส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมของผู้ใช้รถใช้ถนน ได้แก่ ขับรถเร็ว เปลี่ยนช่องทางกะทันหัน ไม่เว้นระยะ ขับรถย้อนศร และการไม่สวมหมวกนิรภัย โดยเฉพาะผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ชุมชนจึงเห็นว่าการแก้ปัญหาต้องทำควบคู่กันทั้งการปรับปรุงสภาพถนน การจัดการจราจร การติดตั้งป้ายเตือน การลดความเร็วในพื้นที่ชุมชนและหน้าโรงเรียน ตลอดจนการรณรงค์สร้างวินัยจราจรอย่างต่อเนื่อง ข้อเสนอจากเวทีชุมชนยังครอบคลุมถึงการเพิ่มมาตรการชะลอความเร็วบริเวณหน้าโรงเรียนและทางเข้าชุมชน การปรับปรุงสัญญาณเตือนและป้ายจราจร การจัดระเบียบทางเข้าออกและจุดกลับรถ การเพิ่มความปลอดภัยสำหรับผู้เดินเท้า รวมถึงการประสานตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียน และผู้นำชุมชนให้ร่วมติดตามปัญหาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มาตรการที่กำหนดขึ้นตอบโจทย์พื้นที่และเกิดผลในทางปฏิบัติ

ภายในงานผู้เข้าร่วมยังได้รับความรู้เรื่องสิทธิของผู้ประสบภัยจากรถ การตรวจสอบสถานะ พ.ร.บ. และการเข้าถึงความคุ้มครองจากระบบประกันภัย โดยข้อมูลที่นำมาแลกเปลี่ยนพบว่า รถจักรยานยนต์จำนวนหนึ่งในจังหวัดนครสวรรค์ยังไม่มี พ.ร.บ. ซึ่งหากเกิดอุบัติเหตุอาจทำให้ผู้ประสบภัยและครอบครัวต้องเผชิญภาระด้านค่ารักษาพยาบาลและการเยียวยา สำนักงาน คปภ. จึงเน้นย้ำให้ประชาชนตรวจสอบสถานะ พ.ร.บ. ของรถอย่างสม่ำเสมอ และต่ออายุก่อนสิ้นสุดความคุ้มครอง

นอกจากนี้ นางมยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงาน คปภ. ได้มอบหมายให้ฝ่ายสำนักนายทะเบียนคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถลงพื้นที่สำรวจสภาพการจราจรบริเวณหน้าโรงเรียนตาคลีประชาสรรค์ร่วมกับผู้บริหารโรงเรียน ผู้แทนสถานีตำรวจภูธรตาคลี และเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลตาคลี โดยพบว่าบริเวณดังกล่าวมีรถใช้ความเร็วสูงและมีการเข้าออกของนักเรียนและผู้ปกครองจำนวนมากในช่วงเวลาเดียวกัน ข้อมูลจากการสำรวจและข้อมูลจากคนในพื้นที่จะถูกนำไปประกอบการวิเคราะห์ เพื่อกำหนดมาตรการลดความเสี่ยงที่เหมาะสมต่อไป และได้มอบหมายให้นายพงษ์ศักดิ์ ชีวรัตนพงษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงาน กลุ่มงานคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เป็นวิทยากรให้ความรู้แก่นักเรียนโรงเรียนตาคลีประชาสรรค์ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประโยชน์ของประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) การใช้สิทธิเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และปลูกฝังจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนนให้แก่เยาวชน

ตลอดปี 2569 สำนักงาน คปภ. ดำเนินโครงการสร้างชุมชนต้นแบบรวม 6 พื้นที่ ใน 4 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี นครนายก นครสวรรค์ และสุพรรณบุรี โดยทุกพื้นที่ได้รับความร่วมมือจากจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ สถานศึกษา ภาคธุรกิจประกันภัย และประชาชน ทำให้สำนักงาน คปภ. ได้ข้อมูลจุดเสี่ยงจากคนในพื้นที่ แนวทางป้องกันอุบัติเหตุ และรูปแบบความร่วมมือที่แตกต่างกันตามบริบทของแต่ละชุมชน

สำนักงาน คปภ. จะรวบรวมข้อมูลและข้อเสนอจากทุกพื้นที่ เพื่อนำไปพัฒนาเป็นแนวทางการดำเนินงานด้านความปลอดภัยทางถนนและการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันมาตรการที่ชุมชนเสนอ และขยายผลสู่พื้นที่อื่นทั่วประเทศ โดยมุ่งหวังให้ประชาชนทุกคนเดินทางอย่างปลอดภัย มี พ.ร.บ. และเข้าถึงความคุ้มครองอย่างทั่วถึงเมื่อเกิดอุบัติเหตุ