วันจันทร์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2564 00:42 น.

ต่างประเทศ

"ซูจี" โอดไม่มีเงินซื้อข้าวรับประทานแต่จะไม่ง้อเผด็จการทหาร

วันอังคาร ที่ 08 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 18.06 น.

เมื่อวันอังคารที่ 8 มิถุนายน 2564 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐของเมียนมา กำลังประสบปัญหาเรื่องการเงิน ถึงขนาดต้องให้ทีมทนายความช่วยจัดหาอาหารให้แก่เธอและผู้ถูกควบคุมตัวที่อยู่ด้วยกันกับเธออีก 8 คน รวมถึงสุนัขที่ชื่อ "ไทจิโด"  ซึ่งเธอเลี้ยงไว้อีกด้วย
          
รายงานข่าวแจ้งว่า ทั้งนางซูจี และผู้ร่วมชะตากรรมที่ถูกควบคุมตัวอยู่ด้วยกันกับเธออีก 8 คน กำลังประสบปัญหาขาดแคลนเงินสดอย่างหนัก ซึ่งจำเป็นต้องใช้จ่ายทุก 2 สัปดาห์ หรือประมาณ 5 ล้านจ๊าด (คิดเป็นเงินไทยราว  94,800 บาท) สำหรับไว้ซื้ออาหาร และของใช้ที่จำเป็นต่างๆ รวมถึงขาดแคลนยาและเวชภัณฑ์อื่นๆ อีกด้วย อย่างไรก็ตาม นางซูจีไม่ต้องการขอความช่วยหลือทางการเงินจากทหาร ซึ่งเป็นผู้ที่กักขังเธอ แต่จะให้ทางทีมทนายความเป็นฝ่ายช่วยเหลือ

สภาผู้แทนฯญี่ปุ่นกดดันกองทัพเมียนมาคืนอำนาจ-ปล่อยตัวนักโทษการเมืองโดยเร็ว

สภาผู้แทนราษฎรของญี่ปุ่นลงมติประณามการก่อรัฐประหารยึดอำนาจของกองทัพเมียนมา และเรียกร้องให้เมียนมากลับสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตยโดยเร็ว
          
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นการแสดงถึงเจตนารมณ์ของญี่ปุ่นที่ไม่เห็นด้วยกับกองทัพเมียนมา ก่อนที่การประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม G7 จะเปิดฉากขึ้นในวันศุกร์นี้ที่ประเทศอังกฤษ        
          
ทั้งนี้ การลงมติดังกล่าวมีขึ้นในระหว่างการประชุมใหญ่ของสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่น ซึ่งระบุว่าการทำรัฐประหารของกองทัพนั้นเป็นการเหยียบย่ำความพยายามและความหวังของการเปลี่ยนไปสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยที่ประชุมเรียกร้องให้รัฐบาลญี่ปุ่นใช้แนวทางทางการทูตทุกรูปแบบและเพิ่มความพยายามเพื่อกอบกู้ประชาธิปไตยในเมียนมาให้กลับคืนมา            
          
สภาผู้แทนราษฎรยังระบุว่า เมื่อการประท้วงดำเนินไปตามสันติวิธี ย่อมไม่มีเหตุผลใดๆ ที่รองรับการกระทำของกองทัพเมียนมาได้ และไม่สมควรอ้างว่าเป็นการทำเพื่อสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันในหมู่ชาวเมียนมา  
          
นอกจากนี้ สภาผู้แทนราษฎรยังขอให้กองทัพยุติการใช้ความรุนแรงต่อพลเรือนโดยทันที และปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองโดยเร็ว รวมถึงนางอองซาน ซูจีด้วย
          
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า วุฒิสภาญี่ปุ่นคาดว่าจะมีมติเห็นชอบไปในทางเดียวกันในการประชุมใหญ่ซึ่งจะมีขึ้นในวันศุกร์นี้