วันอังคาร ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2565 13:35 น.

ต่างประเทศ

"สี จิ้นผิง" มาแล้ว! ยันจีนพร้อมแก้ไขวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน

วันอังคาร ที่ 08 มีนาคม พ.ศ. 2565, 18.47 น.

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2565  ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำของจีน กล่าวว่า จีนพร้อมที่จะมีบทบาทอย่างมากในการแก้ไขวิกฤตความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ตามที่ทุกฝ่ายมองว่ามีความจำเป็น ทั้งนี้ ปธน.สี จิ้นผิงกล่าวถ้อยแถลงดังกล่าวในการประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส และนายกรัฐมนตรีโอลาฟ โชลซ์ ผู้นำเยอรมนี          

ปธน.สี จิ้นผิงยังระบุว่า จีน ฝรั่งเศส และเยอรมนีควรร่วมมือกันสนับสนุนการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครน นอกจากนี้ ผู้นำจีนยังได้แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ในยูเครน และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้นอย่างที่สุด รวมทั้งป้องกันมิให้สถาน การณ์เลวร้ายลงจนควบคุมไม่ได้ ขณะเดียวกัน ปธน.สี จิ้นผิงแสดงท่าทีคัดค้านการที่สหรัฐและชาติตะวันตกใช้มาตรการคว่ำบาตรรัสเซียเพื่อตอบโต้การส่งกำลังทหารบุกโจมตียูเครน
          
ทางด้านนายสตีเฟน โรช นักเศรษฐศาสตร์ของมอร์แกน สแตนลีย์ กล่าวว่า ขณะนี้มีบุคคลเดียวในโลกที่จะสามารถโน้มน้าวประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ในการคลี่คลายวิกฤตการณ์ในยูเครน
          
"ผมคิดว่ามีบุคคลเดียวในโลกที่จะสามารถมีอิทธิพลต่อปธน.ปูติน นั่นก็คือประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำของจีน ซึ่งเขาควรจะฉวยโอกาสนี้ สิ่งดีที่สุดที่จีนสามารถทำได้ในขณะนี้คือการเป็นคนกลางในการเจรจาไกล่เกลี่ยระหว่างรัสเซียและยูเครน" นายโรชกล่าวต่อสำนักข่าว CNBC

ยูเครนเริ่มอพยพปชช. ออกจากพื้นที่สู้รบในซูมี-เอียร์ปิน-มารีอูปอลแล้ว 

ขณะที่ยูเครนเริ่มทำการอพยพประชาชนออกจากเมืองซูมี ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ และจากเมืองเอียร์ปิน ใกล้กรุงเคียฟแล้ว หลังจากรัสเซียและยูเครนตกลงหยุดยิงและเปิดเส้นทางมนุษยธรรมเพื่อให้อพยพประชาชนออกจาก 5 เมืองที่ถูกกองกำลังรัสเซียปิดล้อมโจมตีอยู่ออกไปได้โดยปลอดภัย ที่คาดว่ามีผลตั้งแต่ 09.00-21.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น

โดยบีบีซีระบุว่า ขบวนผู้อพยพจะเดินทางออกจากเมืองซูมี ไปทางตอนใต้ มุ่งหน้าสู่เมืองปอลตาวาของยูเครน ที่อยู่ห่างลงไปทางใต้ราว 175 กม. ทั้งนี้ฝ่ายยูเครนร้องขอให้รัสเซียเคารพข้อตกลงหยุดยิง

ด้านนางอีรินา เวเรชชุก รองนายกรัฐมนตรียูเครน กล่าวว่า กำลังวางแผนที่จะอพยพนักเรียนต่างชาติจากอินเดีย จีนและชาติอื่นๆ ไปพร้อมกันด้วย
ภาพจาก - news/inter/235234