วันอาทิตย์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 17:04 น.

ต่างประเทศ

5 ข่าวเด่นรอบโลก ประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569  ฝรั่งเศสเดือด! ม็อบปะทะตำรวจต่อเนื่อง – Binance สูญเงินกว่า 2 แสนล้านบาท – ชาวอิสราเอลกดดันโค่นเนทันยาฮู – มาเลเซียเคาะ 43 กีฬาซีเกมส์ 2027 – สหรัฐฯ ปรับนาฬิกากลับรับฤดูหนาว

วันอาทิตย์ ที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569, 09.40 น.

รายงานข่าวต่างประเทศประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 มีประเด็นสำคัญจากหลายภูมิภาคทั่วโลก ทั้งสถานการณ์การเมือง การประท้วงครั้งใหญ่ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ และความเคลื่อนไหวด้านกีฬาและการเปลี่ยนแปลงเวลา โดยมีรายละเอียด 5 ข่าวสำคัญดังนี้

1. ฝรั่งเศสเผชิญม็อบประท้วงต่อเนื่องสัปดาห์ที่ 3 ปะทะตำรวจหลายเมือง
สถานการณ์ในประเทศฝรั่งเศสยังคงตึงเครียด หลังประชาชนจำนวนมากออกมาชุมนุมประท้วงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 โดยมีทั้งกลุ่มเสื้อกั๊กเหลือง สหภาพแรงงาน นักศึกษา และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น

รายงานข่าวระบุว่า การชุมนุมในช่วงกลางวันส่วนใหญ่เป็นไปอย่างสงบ แต่ในช่วงเย็นเกิดเหตุปะทะระหว่างผู้ประท้วงบางกลุ่มกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในกรุงปารีส รวมถึงเมืองลียงและตูลูส ตำรวจใช้แก๊สน้ำตาและกำลังควบคุมฝูงชนเพื่อสลายเหตุการณ์

ข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมครอบคลุมทั้งการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ ความเหลื่อมล้ำ การบริการสาธารณะ และการใช้กำลังของตำรวจ

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนแรงกดดันทางสังคมที่รัฐบาลฝรั่งเศสต้องเผชิญ ท่ามกลางความไม่พอใจของประชาชนที่สะสมมาอย่างต่อเนื่อง 

2. Binance ถูกโจมตีทางไซเบอร์ครั้งประวัติศาสตร์ สูญเงินกว่า 2 แสนล้านบาท
วงการสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกเผชิญแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ หลังแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี Binance ถูกโจมตีทางไซเบอร์เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ส่งผลให้มีสินทรัพย์ดิจิทัลถูกขโมยไปกว่า 6,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.1 แสนล้านบาท

สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือ FBI เปิดเผยว่า มีหลักฐานเชื่อมโยงการโจมตีครั้งนี้กับกลุ่มแฮกเกอร์ TraderTraitor ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับเกาหลีเหนือ โดยแฮกเกอร์เริ่มเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ที่ขโมยไป โดยเฉพาะ Ethereum เพื่อเตรียมนำไปฟอกผ่านแพลตฟอร์มการเงินแบบกระจายศูนย์

ขณะที่ Binance เปิดเผยความคืบหน้าว่าสามารถติดตามและกู้คืนสินทรัพย์ได้มากกว่า 90% พร้อมยืนยันว่าจะรับผิดชอบความเสียหายและชดเชยให้ลูกค้า โดยไม่ผลักภาระให้ผู้ใช้งาน

เหตุการณ์นี้ถือเป็นกรณีโจมตีแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีมูลค่าความเสียหายสูงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ และสะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของระบบการเงินดิจิทัลในยุคที่อาชญากรรมไซเบอร์มีความซับซ้อนมากขึ้น 

3. ชาวอิสราเอลรวมตัวประท้วง กดดันฝ่ายค้านจับมือพรรคอาหรับโค่นรัฐบาลเนทันยาฮู

สถานการณ์ทางการเมืองในอิสราเอลเกิดความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ หลังประชาชนหลายร้อยคนออกมาชุมนุมในกรุงเทลอาวีฟและกรุงเยรูซาเล็ม เพื่อเรียกร้องให้พรรคฝ่ายค้านร่วมมือกับพรรคการเมืองอาหรับในการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ และผลักดันให้เบนจามิน เนทันยาฮู พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

การประท้วงเกิดขึ้นภายหลังการเลือกตั้งที่ยังไม่มีฝ่ายใดครองเสียงข้างมากในรัฐสภา โดยกลุ่มพรรคฝ่ายค้านที่ต่อต้านเนทันยาฮูได้รับ 48 ที่นั่ง ขณะที่พรรคการเมืองอาหรับสองพรรคได้รับรวมกัน 19 ที่นั่ง

หากทั้งสองกลุ่มสามารถร่วมมือกันได้ จะมีเสียงสนับสนุนรวม 67 ที่นั่ง จากทั้งหมด 120 ที่นั่ง ซึ่งอาจเพียงพอสำหรับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่

อย่างไรก็ตาม แนวคิดดังกล่าวยังเผชิญความเห็นต่างภายในพรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะประเด็นการร่วมรัฐบาลกับพรรคการเมืองอาหรับ

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความแตกแยกทางการเมืองและความพยายามแสวงหาทางเลือกใหม่ในการบริหารประเทศอิสราเอล 

4. มาเลเซียเคาะ 43 ชนิดกีฬา ซีเกมส์ 2027 เพิ่มพาเดลครั้งแรก ชิงชัย 473 รายการ

วงการกีฬาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความคืบหน้าสำคัญ หลังสหพันธ์กีฬาซีเกมส์ (SEAGF) มีมติเห็นชอบรายการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 34 ซึ่งประเทศมาเลเซียจะเป็นเจ้าภาพในปี 2570 โดยกำหนดการแข่งขันรวม 43 ชนิดกีฬา และ 473 รายการ

หนึ่งในความน่าสนใจของการแข่งขันครั้งนี้คือการบรรจุกีฬาใหม่ 5 ชนิด ได้แก่ พาเดล (Padel) แดนซ์สปอร์ต (DanceSport) เทคบอล (Teqball) ฮอกกี้น้ำแข็ง (Ice Hockey) และกาบัดดี้ (Kabaddi)

โดยเฉพาะกีฬาพาเดล ซึ่งเป็นกีฬาประเภทแร็กเกตที่กำลังได้รับความนิยมในหลายประเทศ จะมีการแข่งขันเป็นครั้งแรกในมหกรรมซีเกมส์

การแข่งขันกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-29 กันยายน 2570 โดยกระจายสนามแข่งขันออกเป็น 4 กลุ่มพื้นที่ ได้แก่ กัวลาลัมเปอร์ ซาราวัก ยะโฮร์ และปีนัง

การกำหนดชนิดกีฬาและรายการแข่งขันอย่างชัดเจนจะช่วยให้ประเทศสมาชิกเตรียมความพร้อมด้านนักกีฬา การฝึกซ้อม และการวางแผนส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

5. สหรัฐฯ สิ้นสุดมาตรการ Daylight Saving Time ปรับนาฬิกากลับ 1 ชั่วโมง
ประชาชนในสหรัฐอเมริกาที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งใช้มาตรการ Daylight Saving Time (DST) ต้องปรับนาฬิกากลับ 1 ชั่วโมง ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เพื่อสิ้นสุดช่วงเวลาออมแสงประจำปี

ตามหลักเกณฑ์ของสถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติสหรัฐฯ (NIST) กำหนดให้การสิ้นสุดเวลาออมแสงเกิดขึ้นในวันอาทิตย์แรกของเดือนพฤศจิกายน โดยในปีนี้ตรงกับวันที่ 1 พฤศจิกายน เวลา 02.00 น. นาฬิกาจะปรับย้อนกลับเป็นเวลา 01.00 น.

มาตรการดังกล่าวทำให้ประชาชนมีเวลาเพิ่มขึ้นอีก 1 ชั่วโมงในช่วงเปลี่ยนผ่าน และกลับไปใช้เวลามาตรฐานจนถึงวันที่ 14 มีนาคม 2570 ซึ่งจะเริ่มมาตรการออมแสงรอบใหม่

การเปลี่ยนแปลงเวลานี้มีผลต่อการดำเนินชีวิต การเดินทาง การทำธุรกิจ และการติดต่อระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศไทยซึ่งมีความแตกต่างของเวลาจากสหรัฐฯ เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลาออมแสงของแต่ละรัฐ
 

หน้าแรก » ต่างประเทศ