สธ. ผนึกหัวเว่ย เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพดิจิทัล เร่งพัฒนาเทคโนโลยีสุขภาพอัจฉริยะ ดัน “สมาร์ทเฮลธ์" เชื่อมอุปกรณ์สวมใส่สู่ระบบโรงพยาบาล
วันพุธ ที่ 06 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 08.33 น.
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
สธ. ผนึกหัวเว่ย เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพดิจิทัล เร่งพัฒนาเทคโนโลยีสุขภาพอัจฉริยะ ดัน “สมาร์ทเฮลธ์" เชื่อมอุปกรณ์สวมใส่สู่ระบบโรงพยาบาล
กระทรวงสาธารณสุข และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อวางรากฐานการพัฒนาระบบสุขภาพอัจฉริยะของประเทศ ผ่านการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมอุปกรณ์สวมใส่มาบูรณาการเข้ากับการให้บริการทางการแพทย์อย่างเป็นระบบ
พิธีลงนามดังกล่าวจัดขึ้นโดยมีนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธี และนพ. สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับนายเจิน หลิว ผู้อำนวยการบริหารประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) ในฐานะตัวแทนของหัวเว่ย พร้อมด้วยนายเดวิด หลี่ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธี
ความร่วมมือนี้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงฯ ภายใต้แนวคิด “หมอไม่ล้า ประชาชนไม่รอ เชื่อมต่อทุกบริการผ่านเทคโนโลยี” ความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้กรอบนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขที่ต้องการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน โดยเฉพาะภาระงานด้านเอกสารและการบันทึกข้อมูลที่หนักอึ้งของบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งส่งผลให้เวลาที่ควรใช้ดูแลผู้ป่วยถูกแบ่งไปกับงานธุรการมากเกินไป
ระบบที่จะพัฒนาขึ้นภายใต้ MoU ฉบับนี้จะช่วยให้กระแสข้อมูลสุขภาพไหลเวียนได้อย่างอัตโนมัติและปลอดภัย ตั้งแต่อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะที่ผู้ป่วยหรือประชาชนใช้ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงระบบฐานข้อมูลของโรงพยาบาลและหน่วยงานสาธารณสุข โดยไม่ต้องอาศัยการกรอกข้อมูลด้วยมือซ้ำซ้อน ซึ่งนอกจากจะช่วยแพทย์และพยาบาลแล้ว ประชาชนยังได้รับประโยชน์จากการเข้าถึงบริการที่รวดเร็ว แม่นยำ และตรงกับสภาวะสุขภาพที่แท้จริงมากขึ้น
นพ. สมฤกษ์ จึงสมาน กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบสาธารณสุข และยกระดับผลลัพธ์ด้านสุขภาพของประชาชน โดยการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพและส่งเสริมนวัตกรรม จะช่วยให้เราสามารถพัฒนาระบบบริการสุขภาพที่มีความยืดหยุ่น ทันสมัย และยั่งยืนสำหรับคนไทยทุกคน”
นายเดวิด หลี่ กล่าวว่า “หัวเว่ยมุ่งมั่นสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านดิจิทัลด้านสาธารณสุขของประเทศไทย ผ่านความร่วมมือนี้ เราจะเร่งพัฒนาเทคโนโลยีสุขภาพยุคใหม่ โดยผสานนวัตกรรมอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะเข้ากับการใช้งานจริง เพื่อสร้างประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมทั้งต่อบุคลากรทางการแพทย์และประชาชน”
บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ครอบคลุม 2 แนวทางความร่วมมือสำคัญ ได้แก่:
· การเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพอย่างไร้รอยต่อ: เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพที่มีความปลอดภัยและสามารถส่งข้อมูลจากสมาร์ทวอทช์ของหัวเว่ยให้กับโรงพยาบาลและหน่วยงานในระบบสาธารณสุข เพื่อสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุขในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดบริการสุขภาพแก่ประชาชน ให้สอดคล้องและตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาลในการสร้างระบบ
· ร่วมผลักดันการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสุขภาพอัจฉริยะ: ความร่วมมือด้านการวิจัยเกี่ยวกับการติดตามตัวชี้วัดด้านสุขภาพ โดยใช้ข้อมูลสุขภาพจากแอปพลิเคชัน Huawei Research เพื่อช่วยใน “การประเมินความเสี่ยงการเป็นโรคต่าง ๆ ในอนาคต” บนอุปกรณ์สวมใส่ข้อมืออัจฉริยะ (Huawei Smart Watch) พัฒนาฟีเจอร์ (Feature) ด้านสุขภาพสำหรับอุปกรณ์สวมใส่ เช่น ระบบแจ้งเตือนล่วงหน้า การติดตามโรคเรื้อรัง และเครื่องมือบริหารจัดการผู้ป่วยโดยใช้สถานพยาบาลและหน่วยงานภายใต้กระทรวงเป็นพื้นที่ทดสอบ(Sand-box) เพื่อประเมินความแม่นยำ ความน่าเชื่อถือ และความเหมาะสมทางคลินิกของเทคโนโลยีก่อนนำไปใช้งานในวงกว้าง
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยยกระดับประสิทธิภาพและการบูรณาการของระบบบริการสาธารณสุข เร่งการนำเทคโนโลยีสุขภาพอัจฉริยะมาใช้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนผ่านการเข้าถึงบริการที่รวดเร็วและตรงความต้องการมากยิ่งขึ้น รวมถึงสนับสนุนความยั่งยืนของระบบสาธารณสุขของประเทศในระยะยาว
ความร่วมมือดังกล่าวยังต่อยอดจากความสำเร็จของหัวเว่ยในการทำงานร่วมกับภาครัฐด้านสาธารณสุข อาทิ โครงการ 5G เพื่อยกระดับบริการทางการแพทย์ร่วมกับกรมการแพทย์ และการพัฒนาระบบดิจิทัล เช่น ระบบสายด่วนและโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันระหว่าง กระทรวงสาธารณสุข และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาขับเคลื่อนการพัฒนาระบบสาธารณสุขให้มีความอัจฉริยะและเชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการผสานศักยภาพของภาครัฐและเทคโนโลยีขั้นสูง จะช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบสาธารณสุขอัจฉริยะ และเสริมสร้างศักยภาพของประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำด้านสุขภาพดิจิทัลในระดับภูมิภาค
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่