วันจันทร์ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2569 17:37 น.

ไอที

นาโนเทค สวทช. จับมือ Dr.PONG ยกระดับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอาง ชูนาโนเทคโนโลยีนำส่งขั้นสูงสู่นวัตกรรม “ZIAMOZOME™” 

วันจันทร์ ที่ 07 กันยายน พ.ศ. 2569, 10.22 น.

นาโนเทค สวทช. จับมือ Dr.PONG ยกระดับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอาง

ชูนาโนเทคโนโลยีนำส่งขั้นสูงสู่นวัตกรรม “ZIAMOZOME™” 

 

 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) ร่วมกับ บริษัท ดอกเตอร์พงศ์ สกิน รีเสิร์ช แล็บ จำกัด ลงนามความร่วมมือเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มเทคโนโลยีการนำส่งสารออกฤทธิ์สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอางจากองค์ความรู้ด้านนาโนเทคโนโลยี พร้อมเปิดตัวนวัตกรรม “ZIAMOZOMETM” อนุภาคนาโนสำหรับการนำส่งสารอย่างแม่นยำ หวังยกระดับศักยภาพผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องสำอาง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่

ดร.ภญ. อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมสุขภาพและความงามมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์มากขึ้น ขณะเดียวกัน ประเทศไทยมีศักยภาพด้านทรัพยากรชีวภาพและวัตถุดิบจากภาคเกษตรและอาหารจำนวนมาก จึงเป็นโอกาสของไทยในการขยับจากผู้ผลิตวัตถุดิบ สู่การเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม โดยมี “Bioactive Compounds” เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อสร้างทางเลือกให้กับผู้บริโภค ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์อาหารและโภชนาการ ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ไปจนถึงเครื่องสำอางและเวชสำอาง 

 

 

 

 

“การจะผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรม Bioactive Compounds ในตลาดสากล จำเป็นต้องอาศัยทั้งองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความร่วมมือระหว่างภาควิจัยและภาคเอกชน การลงนามความร่วมมือกับ บริษัท ดอกเตอร์พงศ์ สกิน รีเสิร์ช แล็บ จำกัด ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของเทคโนโลยีไทย โดยเฉพาะองค์ความรู้ด้านนาโนเทคโนโลยีที่สามารถนำไปต่อยอดกับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ซึ่งที่ผ่านมา นาโนเทค ทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างต่อเนื่องในการนำองค์ความรู้ด้านนาโนเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์กลุ่มสุขภาพและความงามอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ Strategic Focus (SF) ด้านเกษตรและอาหาร ที่มุ่งพัฒนาและเพิ่มมูลค่าสารออกฤทธิ์จากทรัพยากรชีวภาพและวัตถุดิบของไทย ตั้งแต่การพัฒนาสารสำคัญ การเพิ่มประสิทธิภาพ ไปจนถึงการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง โดยมี Nanoencapsulation technology เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีหลักที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการนำส่งสารสำคัญ และมีศักยภาพต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและเวชสำอางในอนาคต” ดร.ภญ.อุรชา กล่าว

นพ.ยุวพงศ์ สุทธินันท์ ผู้ก่อตั้ง และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดอกเตอร์พงศ์ สกิน รีเสิร์ช แล็บ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีเป้าหมายในการยกระดับการพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามของไทยจากการแข่งขันในระดับ “สูตรผลิตภัณฑ์” ไปสู่การแข่งขันด้วย Deep Technology และระบบนำส่งสารออกฤทธิ์ขั้นสูง โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับผู้บริโภคไทยและเอเชียโดยเฉพาะ ทั้งด้านลักษณะผิว สภาพภูมิอากาศร้อนชื้น พฤติกรรมการใช้งานจริง ตลอดจนความคงตัวและประสิทธิภาพของสารสำคัญภายใต้สภาวะดังกล่าว จึงพัฒนา Dr.PONG Skin Research Lab ให้มีความสามารถตั้งแต่การพัฒนา Delivery System และสูตรตำรับ การทดสอบและวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ ไปจนถึงการทดสอบประสิทธิภาพในมนุษย์ เพื่อเชื่อมโยงงานวิจัยระดับห้องปฏิบัติการไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำมาใช้ได้จริงในระดับอุตสาหกรรม

“การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะในตลาดที่มีการแข่งขันสูง ไม่ควรมองเพียงเรื่องสูตรตำรับหรือคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ต้องให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของสารสำคัญและสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ได้ การนำ Deep Tech โดยเฉพาะนาโนเทคโนโลยี เข้ามาเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ จึงเป็นโจทย์ที่เราให้ความสำคัญ และนำมาสู่การทำงานร่วมกับ นาโนเทค สวทช. ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านนาโนเทคโนโลยีและระบบนำส่ง

 

 

 

ในอดีต อุตสาหกรรมความงามไทยจำนวนมากต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ แต่เราเชื่อว่าประเทศไทยมีศักยภาพที่จะพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้ขึ้นมาเองได้ ZIAMOZOME™ จึงเป็นการสร้างแพลตฟอร์มการนำส่งสารที่พัฒนาในประเทศไทย โดยออกแบบและทดสอบให้เหมาะกับผิวของผู้บริโภคไทยและเอเชีย รวมถึงสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นที่แตกต่างจากหลายประเทศที่เป็นต้นกำเนิดของเทคโนโลยีความงามในปัจจุบัน โดยชื่อ ZIAMOZOME™ มีที่มาจากคำว่า “ZIAM” ซึ่งเชื่อมโยงกับ “SIAM” หรือสยาม เพื่อสะท้อนจุดกำเนิดของเทคโนโลยีไทย และความตั้งใจในการพัฒนา Thai Deep Tech ให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล

นอกจากการนำ ZIAMOZOME™ ไปใช้กับผลิตภัณฑ์ของ Dr.PONG แล้ว บริษัทฯ ยังวางแผนต่อยอดเทคโนโลยีดังกล่าวในรูปแบบ B2B Technology Platform สำหรับผู้ผลิตและแบรนด์ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อผลักดันองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่พัฒนาจากประเทศไทยออกสู่ตลาดโลก โดยเป้าหมายระยะยาวคือการสร้างเทคโนโลยีด้าน Health & Beauty จากประเทศไทยที่แบรนด์ทั่วโลกสามารถนำไปใช้ได้ เราอยากเห็นคำว่า ‘Technology from Thailand’ กลายเป็นสิ่งที่อุตสาหกรรมความงามระดับโลกให้การยอมรับ และ ZIAMOZOME™ คืออีกหนึ่งก้าวไปสู่เป้าหมายนั้น” นพ.ยุวพงศ์ กล่าว

ด้าน ดร.กิตติวุฒิ เกษมวงศ์ นักวิจัยอาวุโส ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยการห่อหุ้มระดับนาโนและระบบนำส่งทางชีวภาพ นาโนเทค สวทช.  กล่าวว่า จุดเด่นของงานวิจัยภายใต้ความร่วมมือนี้ คือการพัฒนา “ZIAMOZOME™” เทคโนโลยีลิโปโซมนำส่งสารแบบเจาะจง ซึ่งเป็นอนุภาคนาโนไขมันที่สามารถกักเก็บสารสำคัญและช่วยนำส่งสารไปยังบริเวณเป้าหมายได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น โดยมีการปรับแต่งพื้นผิวของอนุภาค เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการนำส่งและการเข้าสู่เซลล์ ทั้งยังมุ่งควบคุมขนาดอนุภาค การกระจายตัว และความคงตัว เพื่อให้เหมาะสมต่อการนำไปพัฒนาเป็นสูตรตำรับสำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง

“ZIAMOZOME™ เกิดจากความสำเร็จของการพัฒนาแพลตฟอร์มที่สามารถกักเก็บสารสำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพและนำส่งเข้าสู่เซลล์เป้าหมายอย่างจำเพาะเจาะจง เกิดเป็นอนุภาคที่มีขนาดเล็กและมีการกระจายตัวสม่ำเสมอ จากการคัดเลือกสูตรที่เหมาะสมสำหรับสารออกฤทธิ์ ผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่า อนุภาคนาโนที่พัฒนาขึ้นสามารถกักเก็บสารสำคัญได้มากกว่า 70% และมีแนวโน้มช่วยเพิ่มทั้งการซึมผ่านผิวและการเข้าสู่เซลล์ได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังให้ความสำคัญกับการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของสารในระบบนำส่งกับสารในรูปแบบอิสระ เพื่อประเมินว่าเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของสารสำคัญได้มากน้อยเพียงใด” ดร.กิตติวุฒิ กล่าวเสริม

 

 

ความร่วมมือด้านวิจัยและพัฒนาระหว่าง นาโนเทค สวทช. และ บริษัท ดอกเตอร์พงศ์ สกิน รีเสิร์ช แล็บ จำกัด และนวัตกรรม “ZIAMOZOME™” ที่พัฒนาขึ้นนี้ เป็นอีกตัวอย่างความสำเร็จของการนำองค์ความรู้ด้านนาโนเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของสารออกฤทธิ์ และเชื่อมโยงงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่และอุตสาหกรรมสุขภาพในอนาคต ตลอดจนเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ Bioactive Compounds ของไทย และเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ