วันเสาร์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2562 18:12 น.

การตลาด

นวัตกรรมแห่งแฟชั่น “กระเป๋าผ้าไหมทอผสมเปลือกหอยมุก”

วันอังคาร ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2562, 21.59 น.

นวัตกรรมแห่งแฟชั่นครั้งแรกในเมืองไทย “กระเป๋าผ้าไหมทอผสมเปลือกหอยมุก”

นวัตกรรมแห่งวงการแฟชั่นครั้งแรกของเมืองไทย กับการผสมผสานความงามอย่างทรงคุณค่า สู่ผลงานหัตถศิลป์อันละเมียดละไม ร่วมสัมผัสมิติใหม่แห่งความเจิดจรัสยามราตรี ไซเนอร์รุ่นใหม่ พลิกบทบาทผ้าไหมไทย นำเสนอผลงาน “กระเป๋าผ้าไหมทอผสมเปลือกหอยมุก” โชว์เอกลักษณ์แห่งความคลาสสิค ทันสมัย ใช้ได้จริง สะท้อนรสนิยมของคนรักงานศิลปะ พร้อมประกาศศักดาคุณค่าแห่งไทยสู่สายตาชาวโลก

ด้วยความเงางาม มันวาว สวมใส่สบาย จากกระบวนการอันพิถีพิถัน บอกเล่าเรื่องราวทางภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมา “ผ้าไหมไทย” จึงเป็นงานหัตศิลป์ที่ได้รับความนิยมในเมืองไทยและระดับสากล และปัจจุบันวงการแฟชั่นก็ได้นำผ้าไหมมาผสมผสานการดีไซน์ ก่อเกิดรูปแบบที่ทันสมัย เรื่องของผ้าไหม จึงไม่ได้จำกัดในกลุ่มคนดั้งเดิมหรือพบเห็นได้แค่ในงานพิธีสำคัญอีกต่อไป 

ในวันนี้ การเดินทางของผ้าไหม มาถึงยุคที่ได้รับการประยุกต์และผสมผสาน เพื่อบอกเล่าเรื่องราวใหม่ๆ โดยในครั้งนี้ ถือเป็นอีกความภาคภูมิใจของวงการออกแบบแฟชั่นเมืองไทย จากดีไซน์เนอร์รุ่นใหม่ ที่นำสองสุดยอดของดีเมืองไทยมาเติมแต่งไอเดียสร้างสรรค์ เกิดเป็นผลงาน “กระเป๋าจากผ้าไหมทอผสมเปลือกหอยมุก” โดย โปรตรอน-ภคพรหมณ์ สุขเกษม  ที่หลายคนอาจจะรู้จักกันในนามของ ดีไซเนอร์ชุดแต่งงานแบรนด์ “TR” ที่โลดแล่นอยู่ในวงการแฟชั่นมาราว 7 ปี

โปรตรอน เล่าให้ฟังว่า “กระเป๋าจากผ้าไหมทอผสมเปลือกหอยมุก” ได้ริเริ่มการวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าของ  “เปลือกหอยมุก” มาตั้งแต่ต้นปี  เป็นโครงการที่ร่วมมือกันระหว่าง กรมหม่อนไหม และ ภาควิชานวัตกรรมการออกแบบ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในฐานะนักศึกษาระดับปริญญาโท ที่ชื่นชอบในงานผ้า จึงเป็นผู้ได้รับโจทย์นี้ในการศึกษาวิจัย ทั้งนี้ได้ใช้เปลือกหอยมุกจากบริษัทผู้ผลิตหน้าปัดนาฬิกาจากเปลือกหอยมุก ซึ่งมีเศษเปลือกหอยที่เหลือจากการผลิต เดิมทีเศษเปลือกหอยมุกเหล่านี้ จะถูกนำไปใช้ในการประดับตกแต่งเฟอร์นิเจอร์หรือภาชนะต่างๆ 

“ด้วยความชอบงานผ้า ชอบความสวยงามของผ้า จึงอยากนำผ้าไหมมาพลิกโฉมใหม่ แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยการผสมผสานลวดลาย จากเปลือกหอยมุกจากอ่าวไทย ซึ่งเป็นหอยมุกที่มีคุณค่า ได้รับการยอมรับว่ามีความสวยงามมันวาว จึงนับเป็นการนำวัสดุจากธรรมชาติชั้นเลิศของเมืองไทยถึงสองอย่างมารวมกัน เพื่อเสริมความเจิดจรัส ผ่านศิลปะที่ทรงคุณค่าของชิ้นงาน”

ผ้าไหมทอผสมเปลือกหอยมุก เป็นการคิดค้นระหว่างดีไซเนอร์ ร่วมกับกลุ่มผู้ทอผ้าไหมบ้านคูบัว  แหล่งทอผ้าซิ่นตีนจก จ.ราชบุรี โดยนำเปลือกหอยมุก ที่ผ่านกระบวนการตัดและขัดเงาด้วยเครื่องและมือ ก่อนจะได้ชิ้นเปลือกหอยมุกที่มีความขาวนวล เป็นประกายมันวาว สอดแทรกอยู่ในลวดลายของผ้า ซึ่งถือเป็นการทอผ้าแบบผสมผสานวัตถุดิบ ที่ไม่ใช่การปัก โดยดีไซเนอร์จะต้องทำการวางแผนออกแบบแพทเทิร์น กำหนดขนาดของเปลือกหอยมุก ออกแบบลวดลาย ก่อนจะที่ส่งต่องานทอให้กับช่างฝีมือ ก่อนจะได้ผ้าไหมทอผสมเปลือกหอยมุก มาเข้ากระบวนการตัดเย็บเป็นกระเป๋า โดยรวมแล้ว กระเป๋า 1 ใบ จะต้องใช้เวลาราว 2 เดือน 

จึงถือเป็นผลงานที่เต็มไปด้วยความพิถีพิถัน ละเมียดละไมในทุกขั้นตอน ก่อนจะออกเป็นกระเป๋าจากผ้าไหมทอผสมเปลือกหอยมุก ที่งดงาม ทรงคุณค่า ด้วยนวัตกรรมที่ไม่เหมือนใคร ดีไซน์คลาสสิค ทันสมัย เป็นผลงานศิลปะที่ใช้ได้ในชีวิตจริง อีกทั้งยังส่งเสริมรายได้ของชุมชนตั้งแต่เกษตรกรผู้เลี้ยงไหม กลุ่มทอผ้าไหม และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเปลือกหอยมุกที่เหลือจากการใช้งาน ซึ่งเป็นส่วนที่ยังสวยงาม และมีคุณค่า

โปรตรอน อธิบายว่า ด้วยลักษณะเฉพาะตัวของผ้าไหมทอผสมเปลือกหอยมุก ที่มีความละเอียดอ่อน และไม่สามารถซักทำความสะอาดได้ สินค้าตัวแรกที่ได้ทำการออกแบบ จึงเป็นกระเป๋าจากผ้าไหมทอผสมเปลือกหอยมุก สำหรับใช้ในงานราตรี ปัจจุบันมี 2 คอลเล็คชั่น จำนวน 6 ใบ ประกอบด้วย 2 ลวดลายคือ ลายกราฟฟิก และ ลายงู โดยได้จัดแสดงในงาน “ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย” ประจำปี 2562, นิทรรศการวิทยานิพนธ์ “VISITORS ROOMS” โดยนิสิตปริญญาโท ภาควิชานวัตกรรมการออกแบบ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์  มศว. และ งาน  Bangkok Gems & Jewelry Fair 2019 โดยได้เริ่มเปิดรับพรีออเดอร์ภายในงาน ราคาเฉลี่ยประมาณใบละ 30,000 บาท 

“ในช่วงนี้กำลังศึกษาช่องทางการตลาด โดยมีความสนใจตลาดต่างประเทศอย่างตะวันออกกลาง รวมทั้งคนไทย ที่มีรสนิยมใช้สินค้าที่แตกต่างและทรงคุณค่า แต่ยังตั้งใจรักษาแบรนด์ให้เป็น ผลงานทางศิลปะที่ใช้ได้ในชีวิตจริง เพราะคุณค่าของสินค้ามาจากความพิถีพิถันมาก โดยต่อจากนี้ไปก็ยังคงมองหาลวดลายและรูปแบบใหม่ๆ เพื่อสร้างสรรค์ออกมาเป็นกระเป๋าจากผ้าไหมผสมเปลือกหอยมุก หนึ่งเดียวในเมืองไทย หากหน่วยงานไหนมีคำแนะนำอะไร ก็ยินดีครับ” โปรตรอน กล่าวในตอนท้าย