วันศุกร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2562 02:00 น.

การเมือง

ลั่นไม่ยุบพรรค “หมอระวี” ย้ำจุดยืนเป็น “ฝ่ายค้านในรัฐบาล”

วันเสาร์ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 14.59 น.

“หมอระวี” ลั่นไม่คิดยุบพลังธรรมใหม่ ย้ำจุดยืนเป็น “ฝ่ายค้านในรัฐบาล” ถ้าทำดี พร้อมส่งเสริม แต่ถ้าผิดไม่เอาด้วย มั่นใจ ศก.ใหม่อยู่ฝ่ายไหนก็ทำงานได้

วันนี้ (24 ส.ค.) นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงกระแสพรรคเล็กยุบตัวเองไปรวมกับพรรคพลังประชารัฐว่า ในส่วนของพรรคพลังธรรมใหม่ ไม่เคยคิดยุบพรรคไปรวมกับพรรคการเมืองใด เพราะการก่อตั้งพรรคพลังธรรมใหม่มาจากความต้องการที่จะสร้างการเมืองใหม่ ใช้คุณธรรมนำการเมือง ยึดความซื่อสัตย์สุจริต มีแนวทางเป็นของตัวเอง เมื่อเข้าร่วมรัฐบาลเราก็ยังรักษาความเป็นตัวตนและมีบทบาททางการเมืองได้ ดังจะเห็นได้จากการผลักดันให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาการขยายสัญญาสัมปทานทางด่วนและรถไฟฟ้าสภาผู้แทนราษฎร หรือที่สื่อมวลชนเรียกว่า กรรมาธิการศึกษาค่าโง่ทางด่วน และกำลังจะผลักดันให้มีการตั้งกรรมาธิการศึกษาโครงสร้างราคาพลังงาน ซึ่งบทบาทเหล่านี้เราสามารถทำได้อย่างอิสระ ไม่มีข้อจำกัด แตกต่างจากการไปเป็นสส.ในสังกัดพรรคการเมืองใหญ่ ที่ต้องปฏิบัติตามกรอบที่พรรคขีดให้

"พลังธรรมมีจุดยืน นโยบายหลายข้อของพลังธรรมใหม่กับพลังประชารัฐต่างกัน เรายินดีแค่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อให้มีรัฐบาลที่ทำดีในการบริหารประเทศ ถ้าทำไม่ดี เราก็ออก นี่คือจุดยืนของพลังธรรมใหม่เราเป็นฝ่ายค้านในรัฐบาล แต่เราทำทุกอย่างโดยมีวุฒิภาวะ ไม่ใช่วันสองวันก็ออกมาแถลงด่ารัฐบาล อย่างนี้ไม่มี เราจะทำทุกอย่าง แต่ที่เราจะออกมาเคลื่อนไหวคือช่วยรัฐบาลในการแก้ปัญหา ป้องกันการทุจริต ปราบปรามคอร์รัปชั่น อย่างเรื่องแก้ปัญหาพลังงาน เราจะช่วยรัฐบาล เราไม่ได้ขัดรัฐบาล เราเสริมรัฐบาล มีคนมาคอยดูให้ มีคนมาจุดประกายให้รัฐบาล มันเสริมกัน ไม่ได้ขัดกันเลย”

นพ.ระวี กล่าวต่อว่า พรรคพลังธรรมใหม่จะเป็นตัวแทนประชาชนในการท้วงติง คัดท้ายเรือให้กลับมาอยู่ในเส้นทางที่ควรจะเป็น การดำรงอยู่ของพรรคเล็ก จึงมีความหมายเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชน ไม่ใช่ผลประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง

นพ.ระวี ยังสนับสนุนแนวคิดของพรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่ประกาศตัวปลดแอกออกจาก 7 พรรคฝ่ายค้าน เพื่อทำงานการเมืองอย่างอิสระ สิ่งไหนเห็นด้วยกับฝ่ายค้านก็เคลื่อนไหวด้วยกัน แต่ถ้าสิ่งใดที่รัฐบาลทำดีแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องคัดค้าน ซึ่งเป็นแนวทางการเมืองรูปแบบที่จะทำให้สภาเป็นที่ทำงานของตัวแทนปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง โดยไม่แบ่งแยกความเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล เพราะยึดประโยชน์ประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ซึ่งการกระทำจะเป็นเครื่องพิสูจน์การทำงานของแต่ละพรรคว่าเดินหน้าได้ตามเจตจำนงที่วางไว้หรือไม่