วันพุธ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2562 08:11 น.

การเมือง

"พิชัย"ยัน"ชิมช้อปใช้"หลงทาง แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้

วันพฤหัสบดี ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 09.48 น.

"พิชัย"แนะ"บิ๊กตู่"ไม่ไหวอย่าฝืน รีบลาออกจากหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ "ชิมช้อปใช้"หลงทาง แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ หวั่น งบกลาง 5.18 แสนล้านบาทใช้จ่ายสะเปะสะปะ วอน เร่งสร้างความมั่นใจ ปลดธรรมนัส จับไก่อูเรื่องเฟกนิวส์

วันที่ 10 ต.ค.2562 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน กล่าวว่า เวิลด์อิโคโนมิกฟอรั่ม จัดอันดับความสามารถแข่งขันของไทยตกลง 2 อันดับ มาอยู่ที่ 40 ในขณะที่เวียดนามดีขึ้น 10 อันดับ ไอเอ็มเอฟ และ หลายสำนักวิเคราะห์ เห็นตรงกันว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้น่าจะโตได้ประมาณ 2.8% หรืออาจแย่กว่า ซึ่งถือว่าต่ำมาก ทั้งหมดนี้มาจากผลการบริหารเศรษฐกิจที่ล้มเหลวมาตลอด 5 ปี ช่วงเศรษฐกิจโลกดีไทยก็แย่ อีกทั้งปัจจุบันรัฐบาลยังหลงทางคิดว่า ชิมช้อปใช้ จะสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ และจะเพิ่มจีดีพีได้เกิน 3 % ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผิด ชิมช้อปใช้ ไม่ต่างอะไรกับเช็คช่วยชาติสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ซึ่งไม่มีผลต่อเศรษฐกิจเลย ประชาชนอาจจะดีใจเพียงชั่วคราวที่ได้เงินฟรี แต่เป็นเงินจำนวนน้อยมาก การใช้จ่ายเพียงเท่านั้นไม่สามารถทำให้จีดีพีขยายได้ เหมือนกับตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ และรัฐบาลยังหลงทางคิดว่าดี จะออกชิมข้อปใช้ เฟส 2 อีก ยิ่งเท่ากับหลงทางเข้าไปใหญ่แทนที่จะใช้เงินเพื่มความสามารถแข่งขันหรือเพิ่มศักยภาพของประเทศที่อันดับความสามารถแข่งขันลด เพราะอีก 2-3 เดือนให้หลังคนก็จะลืมชิมช้อปใช้และเริ่มลำบากกันต่อแล้ว เพราะชิมช้อปใช้ไม่ก่อให้เกิดการสร้างงาน ซึ่งปัญหาการว่างงานจะเป็นปัญหาใหญ่ต่อไป 

ทั้งนี้ ไม่แน่ใจว่าพลเอกประยุทธ์เข้าใจหรือไม่เรื่องที่ไทยมีศักยภาพในการเติบโตด้านการค้าเป็นอันดับ 8 ไม่ได้หมายความว่าเป็นผลงานของรัฐบาล แต่หมายถึงว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องบริหารประเทศให้ได้ตามศักยภาพ เหมือนบอกว่าประเทศไทยมีศักยภาพที่โตได้ถึงปีละ 5-6% แต่ที่ผ่านมารัฐบาลทำได้เพียงปีละ 2-3% เท่านั้น ซึ่งแปลว่ารัฐบาลสอบตก ทั้งนี้ดูได้จากประเทศที่มีศักยภาพลำดับก่อนหน้าไทยเช่น อันดับ 1 คือโกตติวัวร์ (ไอเวอรี่โคสท์) หรือ อันดับ 3 เคนย่า ที่แทบจะยังไม่พัฒนาเลย แต่อาจมีศักยภาพ และรวมถึง อินเดีย จีน ไอร์แลนด์ เวียดนาม อินโดนิเซีย ที่มีศักยภาพอยู่แล้ว เป็นต้น จึงอยากให้พลเอกประยุทธ์ได้เข้าใจให้ถูกต้อง อย่าได้นำมาโม้ในเรื่องที่ตัวเองอาจจะยังไม่เข้าใจ อีกทั้งอันดับความสามารถแข่งขันของไทยกลับลดลง 

การจะพัฒนาได้ตามศักยภาพต้องอยู่ที่วิสัยทัศน์ของผู้นำและการบริหาร  รวมถึงการใช้งบประมาณด้วย ซึ่งน่าเป็นห่วงมากเพราะจากงบประมาณที่ผ่ามมา 5 ปี และงบประมาณในปีหน้ารัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณให้กับความมั่นคงเป็นจำนวนมากทั้งๆที่ไทยยังไม่ได้มีศัตรูเลย ซึ่งศัตรูที่แท้จริงคือความยากจน ที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข แต่งบที่ใช้สำหรับพัฒนาเศรษฐกิจก็ยังถูกนำมาแจกอย่างอีลุ่ยฉุยแฉก ไม่ได้ใช้เพื่อพัฒนาเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้แก่ประเทศ งบกลางปีที่แล้ว 4.68 แสนล้านบาทถูกใช้อย่างไม่มีการตรวจสอบ และงบกลางปีนี้จะมีอีกถึง 5.18 แสนล้านบาท ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะนำไปใช้ด้านใดบ้าง เหมือนตีเช็คเปล่าให้กับคนที่ใช้เงินไม่เป็น เพราะถ้าใช้เงินเป็น ประชาชนคงไม่เดือดร้อนขนาดนี้ ถึงขนาดที่มีข่าวการฆ่าตัวตายรายวันเพราะพิษเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังจะมีการแถที่จะให้ รมต. ที่เป็น สส มาโหวต รับงบประมาณได้ ทั้งๆที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนโดยตรง เพราะเท่ากับเป็นการอนุมัติเงินให้กับกระทรวงที่ตัวเองกำกับ ซึ่งไม่น่าจะทำได้ 

ความจริงคือถ้ารัฐบาลยังสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นไม่ได้ รัฐบาลก็ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ ประชาชนก็จะยิ่งลำบากและ อดอยากมากขึ้น โดยล่าสุด บีบีซี ได้แปลคำตัดสินคดีจากออสเตรเลียของนายธรรมนัส ซึ่งมีข้อมูลชัดเจนถึงความผิด และการจำคุก แต่พลเอกประยุทธ์ก็ยังนิ่งเฉย นอกจากนี้ นายสุนัย ผาสุก ของฮิวแมนไรต์วอทช์ ได้เปิดเผยว่า มีการคุมตัวผู้สื่อข่าวต่างประเทศกว่า 5 ชม ขู่เนรเทศและไม่รับรองความปลอดภัยหากไม่หยุดเสนอข่าวผู้เห็นต่างกับรัฐบาล และ การดำเนินคดีกับ 7 พรรคฝ่ายค้าน อีกทั้ง การดำเนินคดีเฟกนิวส์แต่กลับไม่จับเสธ ไก่อู ทั้งๆที่มีหลักฐานชัดเจน และมีพยานเป็นถึงรองอธิบดี ในเรื่องใช้สื่อรัฐกระจายเฟกนิวส์ และ เรื่องคอรัปชั่น นอกจากนี้ รมว. คลังที่มีปัญหาการปล่อยกู้ธนาคารรัฐไม่มีแนวคิดอื่น นอกจากชิมช้อปใช้ ซึ่งเป็นวงเงินน้อยมาก แทบไม่มีผลต่อจีดีพีเลย แต่ดูเหมือนจะไม่รู้ตัว เพราะอาจจะคำนวณไม่เป็นเพราะพึ่งบอกว่าจีดีพีจะโตได้ 3.5% แน่แต่ต่อมากลับคำบอกไม่แน่ใจจะถึง 3% ไหม ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ยิ่งทำลายความมั่นใจ

ถ้ารัฐบาลยังสับสน ยังไม่มีหลักในการบริหารเศรษฐกิจ และ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจก็ไม่รู้เรื่อง ปล่อยทำกันไปแบบไร้ทิศทาง เศรษฐกิจไทยจะยิ่งเสื่อมลงเรื่อยๆ และประชาชนจะทนกันไม่ไหวแน่ จึงอยากให้พลเอกประยุทธ์ได้ตั้งหลักให้ดี ถ้ารู้ตัวแล้วว่าบริหารเศรษฐกิจไม่ไหวก็อย่าฝืนและควรเร่งลาออกไป เพื่อให้คนที่มีความรู้ความสามารถมาบริหารเศรษฐกิจแทน ประชาชนจะได้มีความหวังบ้าง

หน้าแรก » การเมือง